อัยการสุราษฎร์ กร้าว! ประกาศ ไม่ฟังคำสั่งรบ. อ้างเหตุทุบตีปชช. ขัดหลักนิติธรรม-นิติรัฐ จำลอง แฉแผนรัฐบาลระดม จว.ละ 5 พันมุ่งสลายพันธมิตร ปัดน้ำเลี้ยงนักการเมือง 200 ล้าน สนธิลิ้ม แจงสื่อนอกยัน สมัคร ออกทุกอย่างจบ อัยการสุราษฎร์ แถลงไม่ฟังคำสั่งรัฐบาลผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการอ้างสำนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ออกแถลงการณ์ประกาศไม่ยอมรับฟังคำสั่งของรัฐบาล ที่มีนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 กันยายน โดยนายโกวิท ศรีไพโรจน์ อัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ระบุในแถลงการณ์ระบุว่า การใช้กำลังประทุษร้าย สลายการชุมนุมของประชาชนที่ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากนั้น เป็นการกระทำละเมิดต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ ขัดต่อหลักนิติธรรม หลักนิติรัฐ และยังมีทีท่าคุกคามการชุมนุมของประชาชนต่อไป
สำนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีความเห็นว่า เมื่อการดำเนินการของรัฐบาล ขัดต่อหลักการพื้นฐานแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 3 วรรคสอง ที่ว่า การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล รวมทั้งองค์กรตามรัฐธรรมนูญ และหน่วยงานของรัฐ ต้องเป็นไปตามหลักนิติธรร และมาตรา 4 ที่ว่า ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคล ย่อมได้รับความคุ้มครอง ดังนั้นรัฐบาลจึงหมดความชอบธรรมในการบริหารราชการแผ่นดิน
ในฐานะความเป็นข้าราชการซึ่งอยู่ภายใต้การบังคับบัญชา หากยังต้องรับฟังคำสั่งรัฐบาลนี้อีกต่อไป ย่อมสุ่มเสี่ยงที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งอันมิชอบด้วยกฎหมาย ขัดต่อหน้าที่ของข้าราชการ หน้าที่ของพนักงานอัยการซึ่งต้องใช้อำนาจหน้าที่เพื่อปกป้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ สำนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานีจึงขอแถลงการณ์ ประกาศไม่ยอมรับฟังคำสั่งของรัฐบาล ซึ่งมีนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี อีกต่อไปแถลงการณ์ระบุ
สำหรับนายโกวิท ศรีไพโรจน์ มีประวัติว่าสามารถสอบเข้ารับราชการเป็นอัยการได้ที่ 1 ของรุ่น
จำลอง ปูดรัฐระดมจว.ละ5พันมุ่งสลาย
ส่วนความเคลื่อนไหวของแกนนำพันธมิตร เมื่อเวลา 10.00 น. พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสมศักดิ์ โกศัยสุข และนายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรร่วมกันแถลงข่าว ที่รังนกกระจอกใหม่ ทำเนียบรัฐบาล กล่าวถึงเหตุระเบิดที่ป้อมตำรวจว่า น่าจะเป็นการขู่เพื่อไม่ให้คนมาร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตร แต่ยังไม่ทราบว่ากลุ่มใดเป็นคนทำ และไม่ทราบว่าจะเป็นการส่งสัญญาณว่าจากนี้ไปสถานการณ์จะรุนแรงขึ้นหรือไม่ แต่ได้ยินมาว่า รัฐบาลจะระดมคนมาจังหวัดละ 5,000 คน จาก 75 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อมาป่วนการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร หลังจากที่พยายามใช้ตำรวจแต่ไม่สำเร็จ จึงจะใช้ประชาชนเข้ามาสลายแทน
ปัดน้ำเลี้ยง200ล้าน-ท้าให้ตรวจสอบ
การประชุมร่วม 2 สภา ก็ไม่เห็นจะได้อะไร เปลืองไฟ เปลืองแอร์เปล่าๆ เมื่อบ้านเมืองมีปัญหา ที่ผ่านมาสภาก็ไม่เคยแก้ปัญหาอะไรได้ กรณีที่นายสุนัย (จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน) ระบุกลางสภาว่ามีคนบริจาคให้พันธมิตรเป็นเงินจำนวนถึง 200 กว่าล้านบาทนั้น ก็เป็นไปไม่ได้ ที่นี่มีแต่ประชาชนเป็นพันรายร่วมบริจาค อย่างมากแค่หลักหมื่น เราไม่มีนายทุนหนุนหลัง ขอยืนยันว่านายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อดีตผู้บริหารของทีพีไอไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะนายประชัยไม่ได้มายุ่งเกี่ยวกับพันธมิตรตั้งแต่เริ่มชุมนุม แต่ก็พร้อมให้ตรวจสอบ เพราะมีการทำบัญชีไว้เรียบร้อย โดยเงินบริจาคส่วนใหญ่จะเข้ามูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน และเอเอสทีวี
หารือเพิ่มระดับกดดันสมัครลาออก
เมื่อถามว่า ในวันนี้ครบร้อยวันการชุมนุม พันธมิตรจะมีทีเด็ดหรือไม่ พล.ต.จำลองกล่าวว่า ไม่มีทีเด็ดอะไร แต่จะสวดหรือด่าไปเรื่อยๆ โดยจุดยืนของพันธมิตรยังคงเดิม คือรัฐบาลต้องลาออก และจะไม่ยอมเจรจากับรัฐบาล ส่วนการตัดน้ำตัดไฟจะเป็นทีเด็ดได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับรัฐวิสาหกิจ ซึ่งการจะเพิ่มระดับการกดดันนายสมัครเพื่อให้ลาออกนั้น แกนนำต้องหารือกันอีกครั้ง แต่ก็เห็นว่าแค่นี้ก็กดดันเยอะพอสมควรแล้ว เนื่องจากไม่เคยมีประเทศไหนที่ประชาชนยึดทำเนียบนาน 7 วันอย่างของไทย
ที่นายสนธิ (ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตร) ประกาศบนเวทีว่ารัฐบาลจะต้องออกก่อนวันที่ 2 กันยายนนั้น น่าจะเป็นเพียงการคาดการณ์ แต่สถานการณ์ทางการเมืองมันเปลี่ยนแปลงเร็ว ดังนั้น ทุกอย่างอาจจะเปลี่ยนแปลงได้ แต่จุดยืนของพันธมิตรคือรัฐบาลนี้ต้องลาออก ส่วนรัฐบาลใหม่จะมาอย่างไร ค่อยมาคิดกัน เพราะเราไม่ได้พูดถึงตัวบุคคล ให้ใครเป็นใหญ่เป็นโต ไม่มีจริงๆ พล.ต.จำลองกล่าว
มหาเครียดอภิสิทธิ์ไม่รับส้มหล่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.จำลองมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เมื่อถูกถามกรณี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ประกาศว่าจะไม่ยอมรับส้มหล่นจากกลุ่มพันธมิตร และให้พันธมิตรมาลงเลือกตั้งหากมีการยุบสภา โดย พล.ต.จำลองกล่าวว่า ปชป.จะพูดอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ยืนยันว่าพันธมิตรไม่ได้กลัวการเลือกตั้ง เพียงแต่ไม่อยากให้การชุมนุมเป็นบันไดไปสู่การเป็น ส.ส.หรือ ส.ว. เพราะจะเป็นการทำเพื่อตัวเองและมั่นใจว่าแกนนำทั้ง 5 ไม่มีเจตนาลงเลือกตั้ง
ด้านนายพิภพกล่าวปฏิเสธว่า พันธมิตรไม่ได้เอาแต่ไล่รัฐบาลแต่ไม่เสนอทางออก เพราะพันธมิตรมีข้อเสนอบนเวทีมากมาย อาทิ การเมืองใหม่ ระบบเลือกตั้ง การควบคุมการทุจริต และตุลาการภิวัตน์ ฯลฯ แต่สิ่งเหล่านี้จะทำได้ก็ต่อเมื่อนายสมัครต้องออกไปก่อน ส่วนที่ นายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกมาระบุว่าการชุมนุมของพันธมิตรจะนำไปสู่การนองเลือดเหมือน 6 ตุลาคม 2519 นั้น ตนเห็นว่าความรุนแรงเกิดจากกลุ่มที่สนับสนุนไม่ใช่จากกลุ่มพันธมิตร เราชุมนุมมากว่า 100 วันแล้วไม่เคยมีอะไร สมัยที่ นปก.ชุมนุมก็ไม่เคยทำอะไร เพราะถือว่าเป็นสิทธิ รัฐบาลต้องดูแลสิทธิตรงนี้ ดังนั้น หากเกิดเหตุอะไรรัฐบาลต้องรับผิดชอบ
ไม่ประมาทจงรัก-ชี้ใครเจ็บรัฐต้องรับผิด
พล.ต.จำลองกล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลแต่งตั้งให้ พล.ต.อ.จงรักมาดูแลม็อบแทน พล.ต.ท.อัศวิน ว่า ไม่รู้จะเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลจะแตกหักหรือไม่ แต่ยืนยันว่าพันธมิตรไม่หวั่นกลัว และไม่ประมาท เมื่อถามว่า ถ้าหากชัยชนะของพันธมิตรจะต้องแลกด้วยการเสียเลือดเนื้อของประชาชน พันธมิตรจะยอมหรือไม่ พล.ต.จำลองกล่าวเสียงเครียดว่า ถ้ามีความรุนแรงต้องมาจากอีกฝ่าย รัฐบาลต้องดูแล เพราะผู้ชุมนุมก็มาของเขาเอง พันธมิตรไม่ได้จ้างใครมา แต่หากมีใครเจ็บแม้สักคนเดียวเราจะไม่ยอม
ก่อนหน้านี้เวลา 09.50 น. ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มนิสิตและนักศึกษาที่ร่วมชุมนุมกับพันธมิตร ภายใต้ชื่อ เครือข่ายเยาวชนกู้ชาติ ร่วมกันออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 เพื่อประณามการใช้ความรุนแรงที่รัฐบาลนายสมัครใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมพันธมิตร เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังเตรียมที่จะใช้ยุทธการดาวกระจายไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อเชิญชวนเยาวชนให้มาร่วมเคลื่อนไหว โดยได้นัดรวมตัวกันบริเวณด้านหลังเวทีพันธมิตร เวลา 13.00 น. ของวันที่ 1 กันยายน
พัลลภเชื่อทหารออกถ้าม็อบชนม็อบ
ด้าน พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตที่ปรึกษาผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (ผอ.รมน.) กล่าวว่า ขณะนี้ไม่รู้ว่าจะจบลงอย่างไร เพราะนายกรัฐมนตรีดื้อมากที่ไม่ยอมลาออก แต่การชุมนุมคงมีการกดดันมากขึ้น และยังคงเน้นตั้งรับตามที่ พล.ต.จำลองระบุที่ใช้อหิงสาและสันติวิธี ส่วนตนยังไม่เข้าไปดำเนินการอะไร เพราะ พล.ต.จำลองยังไม่ถูกจับ
พล.อ.พัลลภกล่าวถึงเหตุระเบิดกลางดึกว่า พันธมิตรจะไปสร้างสถานการณ์ทำไม จำลองไม่ทำ แต่ถ้าตนไม่แน่ ต้องไปดูว่าเมื่อวานนี้ม็อบ นปก.อยู่บริเวณดังกล่าว แต่ไม่น่าใช่กลุ่มพันธมิตรที่ทำ เป็นเพียงการข่มขู่มากกว่า ส่วนหากมีเหตุม็อบชนม็อบนั้นจะทำให้ทหารออกมาควบคุมหรือไม่ พล.อ.พัลลภกล่าวว่า สถานการณ์แบบนี้หากตำรวจเอาไม่อยู่ ทหารก็ต้องออกมารักษาความมั่นคงของประเทศ คงไม่ปล่อยให้ประชาชนมาไล่ตีกันทั่วบ้านทั่วเมือง จำเป็นต้องออกมาควบคุมสถานการณ์
พปช.ชงรบ.เจรจาเปิดทางลงพันธมิตร
ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่ถือว่ามีความรุนแรง เพราะหลายเรื่องที่เกิดขึ้นก็ถือว่าเป็นสิ่งปกติที่เกิดขึ้นในการเคลื่อนไหวแบบนี้มานานแล้ว อย่างในอดีตที่มีการประท้วงก็มีการนัดหยุดงาน เมื่อมีการนัดหยุดงานรถไฟสามารถวิ่งได้ตามปกติก็มีการแสดงความรับผิดชอบจากผู้บริหาร ซึ่งเรื่องแบบนี้รัฐบาลมีกลไกในการแก้ปัญหาอยู่ในมืออยู่แล้ว รวมทั้งเรื่องเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดวันที่ 1 กันยายน ตำรวจก็ต้องเป็นผู้พิสูจน์ว่าใครเป็นผู้กระทำ แต่ที่สำคัญคือขณะนี้รัฐบาลติดล็อคจากฝ่ายต่างๆ ที่ห้ามไม่ให้ใช้ความรุนแรงในการจัดการกับกลุ่มพันธมิตร จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องใช้ความอดทนในการแก้ปัญหา ซึ่งแน่นอนว่าอาจจะต้องใช้เวลานานนับเดือน
ที่ผ่านมากลุ่มพันธมิตรเคยชุมนุมปิดถนนมานานกว่า 3 เดือนแล้วรัฐบาลก็อดทนมาได้ตลอด การที่กลุ่มพันธมิตรเข้าไปอยู่ในทำเนียบรัฐบาลอีกสัก 3 เดือนรัฐบาลก็น่าจะสามารถอดทนต่อไปได้อีกระยะหนึ่ง แล้วอาจจะต้องเปิดเจรจาเพื่อให้กลุ่มพันธมิตรย้ายตัวเองออกจากทำเนียบรัฐบาล กลุ่มพันธมิตรวันนี้เหมือนไม่มีทางลง หากไม่มีใครทอดสะพานให้ก็คงจะไม่สามารถไปทางไหนได้ ดังนั้น รัฐบาลจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาทางลงให้ ด้วยการเปิดเจรจาเพื่อให้มีทางลงและถอยกลับ โฆษก พปช.กล่าว
นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะรองหัวหน้าพปช. กล่าวถึง ข้อเสนอของส.ส.ที่ให้ทำประชามติ เพื่อเป็นทางออกในการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองนั้น เป็นเรื่องน่าสนใจ เพราะขณะนี้พ.ร.บ.ประชามติกำลังจะผ่านสภาแล้วย อยากรู้เหมือนกันว่าประชาชนส่วนใหญ่คิดอย่างไร
ข้อมูลจาก มติชน
