ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา ส.ว.เลือกตั้งและ ส.ว.สรรหา จำนวน 40 คน อาทิ พ.ท.กมลย ประจวบเหมาะ นายไพบูลย์ นิติตะวันย นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. ร่วมกันหารือเหตุการณ์การปะทะกันของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ(นปช.) และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทำให้รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงน.ส.รสนา นำคณะ ส.ว.ออกแถลงการณ์ว่า กรณีนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขต กทม. โดยอ้างเหตุว่ามีการอ้างเหตุใช้กำลังประทุษร้ายกัน และ 43 สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจเข้าร่วมประท้วงรัฐบาลด้วย และประกาศแต่งตั้งผู้รับผิดชอบและมอบอำนาจในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ส.ว.เห็นว่าสถานการณ์ที่นายกรัฐมนตรีอ้างไม่ใช่กรณีฉุกเฉินรุนแรงตามเจตนารมรณ์ของ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพราะเหตุมีลักษณะมีลักษณะไม่ต่างจาก จ.อุดรธานี ซึ่งรัฐบาลก็ไม่ได้ใช้มาตรการดังกล่าว การใช้มาตรการโดยการสร้างเงื่อนไขจัดฉาก โดยการรู้เห็นเป็นใจของเจ้าหน้าที่รัฐ ถือเป็นการเลือกปฎิบัติในการบังคับใช้กฎหมาย จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายย ส.ว.ขอเรียกร้องให้ฝ่ายที่จะใช้อำนาจ พ.ร.ก. ใช้โดยระมัดระวังหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงและในช่วงบ่าย ส.ว.จะไปยื่นเรื่องสถานการณ์ฉุกเฉินโดยมิชอบไปยังศาลปกครองสูงสุดเพื่อระงับคำสั่งดังกล่าว
เราเห็นว่าการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นการวางแผนล่วงหน้าร่วมกันของฝ่ายการเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจและกลุ่มประชาชนจำนวนหนึ่งซึ่งจะนำไปสู่การใช้ความรุนแรงกับประชาชน เป็นการใช้อำนาจเกินเหตุซ้ำเติมวิกฤติให้หนักหน่วงมากขึ้นทั้งนี้ใจกลางของปัญหาคือนายกรัฐมนตรี นอกจากไม่พยายามแก้ปัญหายังมีการยั่วยุ ใช้ความรุนแรงซึ่งปรากฎในการประชุมร่วมรัฐสภาที่ผ่านมา นายสมัครหมดสิ้นความชอบธรรมและความสามารถในการบริหารมิจฉาทิฐิที่ดึงดันจะอยู่ในอำนาจมีแต่จะนำไปสู่การนองเลือด ล่มจมความรับผิดชอบทางการเมืองเป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีควรแสดงออก ทางเดียวในการแก้วิกฤตืคือนายสมัครต้องลาออกจากตำแหน่งหรือยุบสภาและปล่อยให้กระบวนการต่างๆร่วมกันแก้ปัญหา น.ส.รสนา กล่าว
น.ส.รสนา กล่าวว่า ความล้มเหลวคือฝ่ายการเมืองเรื่องนี้พรรคร่วมรัฐบาลต้องรับผิดชอบด้วยการกดดันให้นายสมัครลาออกหรือปลดนายสมัครออก อย่าคิดแต่ประโยชน์ตัวเองแล้วเอาประเทศมาเดิมพันเป็นตัวประกัน ระวังจะโดนสังคมตราหน้า วันนี้ทุกฝ่ายทำหน้าที่อย่างดีที่สุดเหลือแต่นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล หากนายกรัฐมนตรียังไม่มีความรับผิดชอบทางการเมือง ด้วยการลาออกย ส.ว.ก็จะใช้กลไกทางกฎหมายให้ถึงที่สุด
น.ส.รสนา กล่าวด้วยว่าเหตุที่เกิดขึ้นเห็นได้ชัดว่าเป็นการจงใจสร้างสถานการณ์เพราะการปะทะยุติเวลาตี4 และ7 โมงเช้า นายกรัฐมนตรีก็ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งการประชุมร่วมกันของรัฐสภาย ส.ส.พรรคพลังประชาชนก็พูดเป็นนัยแล้วว่าให้ใช้กฎหมายเข้มงวดตรงนี้เป็นการจำลองเหตุการณ์ 6ตุลา19 ที่ปิดล้อม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาเป็นตึกไทยคู่ฟ้าย ส.ว.รวบรวมภาพทั้งหมดแล้วและจะมีการตั้งคณะกรรมการร่วมกันของคณะกรรมาธิการสามัญของวุฒิสภา หลายชุดเพื่อสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้อง อาทิ พล.ต.อ.จงรักย จุฑานนท์ รองผบ.ตร.ย ที่ปล่อยให้ผู้ชุมนุมทั้ง2 ฝ่ายปะทะกัน รวมถึง ส.ส.พรรคพลังประชาชน และนักการเมืองในบ้านเลขที่111 ที่ปลุกระดมก่อความรุนแรง เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ส.ว.จำนวน 40 คนกำลังดำเนินการประสาน เพื่อขอเข้าพบพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชการทหารบก(ผบ.ทบ.) เพื่อสอบถามมาตรการการรักษาสถานการณ์ด้วย
ข้อมูลจาก มติชน
