ครม.ไฟเขียวเช่ารถเมล์ 4 พันคัน เริ่มเดินรถพร้อมกัน ก.ค.2552 เห็นชอบพักหนี้ ขสมก. 7 หมื่นล้าน ให้ คลัง รับภาระดอกเบี้ย พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการพิเศษระดับรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาอนุมัติโครงการเช่ารถโดยสารปรับอากาศของบริษัท ขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (ขสมก.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่กองบัญชาการกองทัพไทย เมื่อวันที่ 2 กันยายน ว่า ครม.อนุมัติให้เช่ารถเมล์แอร์จำนวน 4,000 คัน ตามที่ได้เสนอ ภายใต้กรอบวงเงิน 60,000 ล้านบาท ขั้นตอนต่อไปคณะกรรมการกลางจะไปพิจารณารายละเอียดของโครงการร่วมกับ ขสมก. โดยไม่ต้องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการตาม พ.ร.บ.เข้าร่วมกิจการงานของรัฐ (พ.ร.บ.ร่วมทุน) เพราะไม่ได้เป็นการลงทุนอะไร ทั้งนี้ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นผู้เสนอให้เช่า 6,000 คัน ก่อนหน้านี้ ก็ไม่ได้ติดใจอะไรนายทรงศักดิ์กล่าวว่า แม้ ครม.จะอนุมัติให้เช่ารถ 4,000 คัน แต่อาจจะปรับปรุงให้เช่าเพิ่มได้ และต้องปรับปรุงรถเมล์แอร์ของ ขสมก.อีก 1,800 คัน ส่วนหนี้สินของ ขสมก.ที่มีอยู่ 70,000 ล้านบาท จะมีการพักชำระหนี้ โดยให้กระทรวงการคลังรับภาระเรื่องดอกเบี้ยไปก่อน และใช้งบประมาณสำหรับโครงการเออร์ลี่รีไทร์พนักงาน ขสมก.อีก 6,200 ล้านบาท
ตามแผนการเดิมจะมีการเดินรถเมล์ใหม่ภายในเดือนพฤษภาคม 2552 แต่เนื่องจากการพิจารณาล่าช้า ต้องขยับไปเดินรถในเดือนกรกฎาคม 2552 ซึ่งการเช่าซื้อควรจะกำหนดดีเดย์พร้อมกันทั้งหมด เพราะรถเมล์ใหม่ต้องใช้ระบบอี-ทิคเก็ต (ตั๋วรถเมล์อิเล็กทรอนิกส์) ทุกเส้นทาง นายทรงศักดิ์กล่าว
แหล่งข่าวจากที่ประชุม ครม. เปิดเผยว่า นายทรงศักดิ์ได้ชี้แจงใน ครม.ควรเช่ารถ 6,000 คันจะดีกว่า แต่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ตัดบทว่าเมื่อ ครม.มอบหมายให้ พล.ต.สนั่นพิจารณา ก็ต้องดำเนินการตามนั้น นอกจากนี้ ยังมีรัฐมนตรีสังกัดพรรคพลังประชาชน (พปช.) ตั้งข้อสังเกตว่าการลงทุนเช่ารถเมล์ดังกล่าวอาจจะไม่ใช่เรื่องจำเป็น และอาจจะซ้ำซ้อนกับโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า 9 สาย ที่รัฐบาลลงทุนหลายแสนล้านบาทเพื่อสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้รถไฟฟ้าสาธารณะเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการคมนาคมสัญจร แต่กระทรวงคมนาคมยืนยันว่า เป็นความจำเป็น เพราะรถเมล์ที่ให้บริการประชาชนอยู่ในปัจจุบันมีอายุใช้งานนานแล้ว สมควรเปลี่ยนเป็นรถใหม่
ที่ประชุมยังพิจารณาแนวทางการจัดสร้างปั๊มก๊าซเอ็นจีวี เพื่อรองรับรถเมล์ 4 พันคัน ซึ่ง พล.ต.สนั่น ยืนยันว่าวิธีที่เหมาะสมควรจะให้ ขสมก.ลงทุนสร้างปั๊มก๊าซเอง โดย ปตท.จะเป็นผู้ป้อนเอ็นจีวีให้ เพราะหากให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน ก็จะต้องมีสัญญาลงทุนระยะยาว 20 ปี จึงจะป้อนก๊าซให้ ถ้า ขสมก.ลงทุนเองก็จะเปิดให้เอกชนมาเช่าต่อ และจ่ายค่าเช่าให้ ขสมก.เพื่อนำไปผ่อนชำระค่าที่ดิน และหากหมดสัญญาเช่าแล้ว ที่ดินก็จะตกเป็นของ ขสมก. แหล่งข่าวกล่าว
ข้อมูลจาก มติชน
