พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าคณะผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ยืนยันว่า อำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น คือ ทำอย่างไรไม่ให้คนสองฝ่ายปะทะกันตามที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่กรุงเทพฯ และยังแต่งตั้งให้ผม ผบ.ตร. และแม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งในการสั่งการดังกล่าวได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน และกำหนดหัวข้อบางประการ เพื่อให้สามารถดำเนินการรักษาความสงบเรียบร้อยในสถานการณ์ฉุกเฉินได้
สรุปว่าจะแก้ปัญหาความไม่สงบเรียบร้อยในเขตกรุงเทพฯ โดยยึดถือระบอบประชาธิปไตยเป็นหลัก เป็นกรอบในการดำเนินการตามกฎหมาย นอกจากนั้นจะทำภารกิจ เพื่อไม่ให้ประชาชนได้ปะทะกัน หรือเกิดความสูญเสียเกิดขึ้น
๐ กองทัพจะเลือกทางใดระหว่างการใช้กำลังกับประชาชนกับการให้นายกฯ เสียสละ
อยากพูดเป็นกลาง ตามกฎหมายของประเทศต้องถือว่า หนทางในการฝ่าวิกฤติครั้งนี้ ต้องยึดแนวทางกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลมีความถูกต้องชอบธรรมอยู่ในขณะนี้ กลไกที่จะดำเนินการได้ต้องเป็นกลไกทางรัฐสภา หรือกลไกพรรคการเมือง ซึ่งสมาชิกวุฒิสภาสามารถใช้ได้ ถ้าทหารต้องออกปฏิบัติการ ทหารจะอยู่ข้างประชาชน และไม่ใช้ความรุนแรงกับประชาชน
๐ในการเจรจานั้นจะดำเนินการอย่างไรกับกลุ่มที่อยู่ในทำเนียบรัฐบาล เพื่อให้การแก้ไขเป็นรูปธรรมชัดเจน
ในเรื่องการเจรจา คณะทำงานได้พิจารณาร่วมกันว่า ขอบเขตของการเจรจาน่าจะอยู่ในส่วนที่ทำให้สองฝ่ายไม่ใช้ความรุนแรงเข้าหากัน ส่วนการเจรจาที่จะให้ปัญหาทั้งหมดลุล่วงไป ไม่ว่าตามความประสงค์ของฝ่ายใดก็แล้วแต่ น่าจะมีการพิจารณาทำกันต่อไป จะไม่ใช่อยู่ในความรับผิดชอบของคณะทำงานชุดดังกล่าวนี้
๐ กรมประชาสัมพันธ์กลายเป็นใส่น้ำมันลงในกองเพลิง เพราะอนุญาตให้นักการเมืองใช้ปลุกระดมสร้างความแตกแยกตลอดเวลา อธิบดีจะเลิกเป็นทาสนักการเมืองหรือไม่
ถ้าพูดตามความสัตย์จริงคือ สื่อทั้งสองฝ่ายมีส่วนทำให้สถานการณ์ขยายตัว หรือค่อยๆ พัฒนาไปในลักษณะที่ใช้ความรุนแรง ในส่วนนี้คณะทำงานได้พิจารณาหลายแง่มุมว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อสื่อที่ทำให้คนมีความรับรู้ด้านเดียว
๐ จะดำเนินการกับเอ็นบีที และเอเอสทีวีอย่างไร
ในคณะทำงานเห็นว่าหลายเสียงอยากให้ดำเนินการกับสื่อ มีเหตุผลอย่างเดียวคือ ทำอย่างไรให้สถานการณ์ดีขึ้น พอพิจารณาถึงผลกระทบที่ตามมาช่วงระยะเวลาที่หารือกันยังเร็วเกินไปที่จะมีมาตรการ เนื่องจากผลกระทบจากสาธารณะ แม้กระทั่งจากต่างประเทศในการปิดกั้นสื่อ อย่างน้อยอาจมีผลต่อภาพลักษณ์ประเทศชาติ เพราะฉะนั้นมาตรการตรงนี้ละเอียดอ่อน ถ้าทำไปแล้วกลายเป็นมุมกลับแล้วมาชุมนุมกันมากขึ้น ซึ่งมาตรการที่เหมาะสมเราจะพูดคุยในวาระต่อจากนี้ไป
๐ สองฝ่ายมีจุดยืนแตกต่างกัน ถ้าหากเจรจาไม่เป็นผล มีมาตรการอะไรรองรับต่อไป หรือจะใช้มาตรการรุนแรงในการสลายการชุมนุม
กลับไปยืนยันว่าน่าจะเกินเลย ภาวะฉุกเฉินน่าจะเป็นภาวะความขัดแย้งในสังคมของคนที่มีความเห็นต่างกันสองฝ่าย ไม่ใช่เรื่องฉุกเฉิน ตอนนี้ทุกคนทราบดีว่า อำนาจฝ่ายบริหารไม่สามารถดำเนินการได้ตามภาวะปกติ มีการใช้กลไกรัฐสภา เอาส่วนนิติบัญญัติมาแก้ไขก็ยังแก้ไขไม่ได้ อำนาจตุลาการก็ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ถ้าเราคนไทยด้วยกันอยากแก้ไขปัญหานี้ น่าจะดันภาระนี้ไปสู่สภานิติบัญญัติ มากกว่าจะให้ภาคประชาชน ซึ่งมีความห็นแตกต่างสิ้นเชิงมาแก้ไขปัญหากัน
๐ ใครจะไปเจรจากับกลุ่มพันธมติรและ นปช. จะเป็นกองทัพบกหรือคนกลาง
ในส่วนนี้เราได้พูดคุยว่า เราอยากเจรจาให้ทั้งสองฝ่ายอย่าใช้ความรุนแรง เราก็ไม่มั่นใจว่าทั้งสองฝ่ายจะมาคุยกับคณะแก้ไขปัญหานี้หรือไม่ แต่เราจะปฏิเสธช่องทางนี้ไม่ได้ ก็พยายามจะสื่อไป
๐ การบริหารงานของนายสมัคร 7-8 เดือนที่ผ่านมา ไม่สามารถแก้ปัญหาของประเทศได้ อยากถามใจ พล.อ.อนุพงษ์ ว่าจะเสนอให้นายสมัครลาออกหรือยุบสภา หรือถึงที่สุดทหารต้องออกมาปฏิวัติ
ถ้าพูดได้และทำได้ก็คงจะทำ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีเรียนว่ามีเหตุผลตามหลักของท่านที่ว่า มีเพียงประชาชนส่วนหนึ่ง ดังนั้นคำตอบของผมคือ เกินกำลังที่ผมจะทำได้ในส่วนนั้น
๐ การตั้งคณะทำงานนี้เพื่อมุ่งเน้นเรื่องการเจรจา หากท้ายสุดการเจรจาไม่ได้ผล แผนสำรองของทหารจะทำต่อไปคืออะไร
มาตรการหลายอย่างของคณะกรรมการชุดนี้ในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ฉุกเฉินใช้หลายทาง ทั้งการเจรจา การสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ให้เกิดความเข้าใจ การร้องขอต่อสาธารณะ การทำความเข้าใจกับผู้อยู่ในภูมิภาคไม่ให้เข้ามา และมาตรการสกัดกั้นไม่ให้คนสองกลุ่มปะทะกัน และต้องทำให้ได้คือ ไม่ให้เกิดการปะทะกันเกิดขึ้น
๐ เหตุการณ์การชุมนุมของทั้งสองกลุ่มอาจเกิดความรุนแรงในช่วงกลางคืน จำเป็นต้องประกาศเคอร์ฟิวหรือไม่
ยังไม่มีแนวทางที่จะประกาศเคอร์ฟิว เพราะจะมีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนอื่นที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ตำรวจ...หายไปไหนนองเลือด...พธม.-นปช.
ข่าวการเคลื่อนทัพของ นปช. ตำรวจล่วงรู้มาตลอด โดยวิทยุรายงานด่วนมาตั้งแต่หัวค่ำแล้วว่า นปช.จะเคลื่อนตัวประชิดกลุ่มพันธมิตร
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
