นางธาริษาย วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)เปิดเผยภายหลังเปิดสัมมนาวิชาการประจำปีของ ธปท.ว่า ปัญหาการเมืองภายในประเทศขณะนี้ เชื่อว่าเป็นปัญหาระยะสั้นย เป็นสิ่งที่ทุกคนเป็นห่วงและอยากให้ยุติโดยเร็ว เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่อความมั่นใจและการใช้จ่ายภายในประเทศให้ชะลอตัวลง จึงหวังให้ทุกฝ่ายเร่งหาข้อยุติโดยเร็ว เพราะผลกระทบที่เกิดขึ้นชัดเจน จากดัชนีตลาดหุ้นที่ลดลงมานางธาริษากล่าวถึงค่าเงินบาทว่า สาเหตุที่บาทอ่อนค่าลง ส่วนหนึ่งมาจากภูมิภาคที่ค่าเงินอ่อนลง โดยจะเห็นว่า ค่าเงินสิงคโปร์อ่อนค่ามากกว่าเงินบาท จึงสะท้อนว่าไม่ได้เกิดจากปัจจัยภายในประเทศเพียงอย่างเดียวย และยังมั่นใจในพื้นฐานเศรษฐกิจว่า มีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะรองรับผลกระทบทางการเมืองได้ โดนจะเห็นว่า มีความมั่นคงทั้งฐานะการคลังย ทุนสำรองระหว่างประเทศย การส่งออกที่ยังขยายตัวได้ดีย รวมทั้งสถาบันการเงินที่มีความมั่นคง ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยเคยผ่านปัจจัยลบมาหลายครั้งและสามารถรับมือผ่านไปได้
ย"จากปัญหาสถานการณ์การเมือง ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในไทยลดลง จะทำให้อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลัง ต่ำกว่าที่เคยประมาณการหรือไม่ คงต้องรอให้ประเมินสถานการณ์ล่าสุด ก่อนที่จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน เพื่อประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจใหม่ เพราะขณะนี้ปัจจัยต่างๆเกิดขึ้นเร็วและเปลี่ยนแปลงบ่อย เป็นผลระยะเวลาสั้น และ ธปท.ยืนยันว่า จะดูแลอัตราแลกเปลี่ยนไม่ให้ผันผวน เพื่อให้ผู้ประกอบการประมาณการต้นทุนได้และไม่ให้ผันผวนจนเป็นต้นเหตุต่อเศรษฐกิจเอง ขณะเดียวกันก็จะช่วยดุแลให้เงินเฟ้ออยู่ในกรอบเป้าหมายได้ด้วยยนางธาริษากล่าว
นางธาริษากล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง ย"นโยบายในโลกที่ผันผวน: ความท้าทายและกลยุทธิ์ตั้งรับยว่าย หัวใจสำคัญในการดำเนินนโยบายการเงินปัจจุบันคือการรักษาความสมดุลระหว่างเสถียรภาพเศรษฐกิจและการขยายตัวเศรษฐกิจ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งที่ผ่านมาการดำเนินนโยบายการเงินมีความเข้มงวดมากขึ้น เพื่อดูแลเงินเฟ้อในระดับต่ำ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และลดแรงกดดันการคาดการณ์เงินเฟ้อในอนาคต ซึ่งการดำเนินนโยบายการเงินขณะนี้ ยังเป็นไปในทิศทางการดุแลเสถียรภาพด้านราคา แม้ว่าเงินเฟ้อจะมีแนวโน้มลดลงย แต่ยังมีความเสี่ยงที่จะปรับขึ้นไปได้
ย"การดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดของธปท. เพื่อดูแลเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับต่ำ ลดการคาดการณ์ความรุนแรงของอัตรางินเฟ้อในอนาคต สร้างความเชื่อมั่นและบรรยากาศการลงทุนที่ดี ซึ่งแม้ว่า เงินเฟ้อเดือนสิงหาคมจะลดลง แต่ไม่ได้หมายความว่า ความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อจะหมดไป ยังต้องดูทิศทางราคาน้ำมัน ซึ่ง ธปท.ยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง ขณะเดียวกันอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอตัวลง ดังนั้น การดำเนินนโยบายการเงินจะต้องให้เกิดความสมดุลทั้ง 2 ด้านยนางธาริษากล่าว
นายอัมมาร สยามวาลา รักษาการ ประธานสถาบันวิจับเพื่อการพัฒนาประเทสไทย หรือทีดีอาร์ไอกล่าวว่า การแต่งตั้งนายกพระราชทาน คงไม่เหมาะ เพราะนายกรัฐมนตรีต้องเป็นกรอบรัฐธรรมนูญ และทางออกที่ดีที่สุด คือ รัฐสภา หากเกิดอะไรขึ้น หรือหากมีการเปลี่ยนแปลงนายกรัฐมนตรี สภาต้องรับผิดชอบ การชี้หน้าด่ากันไปมา ไม่มีประโยชน์อะไร ที่สุดก็ต้องยุบสภา
ข้อมูลจาก มติชน
