เมื่อเวลา 10.00 น. คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นำโดยนายชัช ชลวร ประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ออกนั่งบัลลังก์ ไต่สวนเพิ่มเติมกรณีประธานวุฒิสภาส่งคำร้องของ ส.ว.และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้วินิจฉัยการสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ 2550 กรณีการจัดรายการ ชิมไปบ่นไป และรายการ ยกโขยงหกโมงเช้า เป็นนัดที่ 3 โดย ได้มีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา ฝ่ายผู้ร้องที่1 นายยงเกียรติ อติเศรษฐ์กุล ผู้แทนผู้รับมอบอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ร้องที่ 2 ส่วนฝ่ายผู้ถูกร้องได้มี นายธนา เบญจาทิกุล ทนายความผู้ได้รับมอบอำนาจ และนายวิศิษฏ์ ลิ้มประนะ ผู้สนับสนุนรายการมาศาล ส่วนนายศักดิ์ชัย แก้ววรรณีสกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท เฟช มีเดีย จำกัดไม่ได้เดินทางมาเบิกความต่อศาลในวันนี้ ขอเลื่อนมาเป็นวันจันทร์ที่ 8 ก.ย. พร้อมกับนายสมัครทั้งนี้ในการดำเนินการไต่สวนนั้น นายชัชได้มอบหมายให้นายเฉลิมพล เอกอุรุ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นผู้ดำเนินการตามกระบวนการของศาล โดยได้เริ่มไต่สวนนายวิศิษฏ์ ถึงความสัมพันธ์ ว่ามีความเกี่ยวข้องกับเจ้าของบริษัท และนายสมัครอย่างไร มีความสนิทสนมส่วนตัวกับนายสมัครหรือไม่ โดยนายวิศิษฏ์ เบิกความว่า ตนไม่ได้รู้จักกับนายสมัครเป็นการส่วนตัว แต่การที่เข้ามาสนับสนุนราย 2 รายการดังกล่าว เป็นเพราะว่าเจ้าของบริษัท เฟช มีเดีย จำกัด ได้เข้ามาติดต่อ ประกอบกับได้มีการพิจารณาช่วงเวลาในการออกอากาศ ซึ่งก็เห็นว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม จึงได้เซ็นสัญญาไป โดยการสนับสนุนรายการของตนจะเป็นการเหมาจ่ายรายเดือน ซึ่งรายการชิมไปบ่นไปที่ออกอากาศทาง ททบ. 5 นั้น เป็นจำนวนเงิน 9 หมื่นบาท ส่วนรายการยกโขยง หกโมงเช้า จำนวนเงิน 5 หมื่นบาท ทั้งนี้ป้ายโฆษณาสินค้าของตนที่นำไปออกรายการขึ้นอยู่กับผู้ผลิตจะเป็นผู้กำหนดว่าจะให้อยู่ตรงส่วนไหนของรายการ และไม่ได้มีการจ่ายเงินเพิ่ม ซึ่งการจ่ายเงินสนับสนุนนั้นจะต้องดูว่ามีการคุ้มค่าแค่ไหน และเราก็ไม่ได้เจาะจงว่าจะเอาใครมาเป็นพิธีกร ซึ่งทางบริษัทจะเป็นผู้จัดหาเอง ส่วนที่เคยถูกเชิญไปออกรายการกับนายสมัคร ก็เป็นการบันทึกเทป ไม่ได้เป็นการถ่ายทอดสด ยืนยันว่า การพบปะกับนายกรัฐมนตรีก็มีเพียงไม่กี่ครั้ง ตามงานของรัฐบาลเป็นเจ้าภาพเท่านั้น
นายวิศิษฏ์ ยังกล่าวชี้แจงเพิ่มเติมอีกว่า บริษัทของตนเป็นกิจการครอบครัว ที่ทำกันมานาน แต่ได้มีการเปลี่ยนเป็น ชื่อร้านง่วนสูน (1974) เยาวราช จำกัด หลังจากที่บิดาได้เสียชีวิต จำหน่ายเครื่องเทศ ตรามือ ทุกชนิด ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีไปพูดในรายการว่า เป็นมือที่ 1 ไม่ใช่มือที่ 3 ที่มีการมองว่าอาจจะเป็นการโฆษณา ให้บริษัทตนนั้น ตนเห็นว่าเป็นนิสัยส่วนตัวของนายกรัฐมนตรีที่ชอบพูด และเป็นการหยอกล้อมากกว่า ไม่ได้มีสาระอื่น จะไปห้ามก็คงไม่ได้
อย่างไรก็ตามในการไต่สวนนั้น คณะตุลาการ ยังได้สนใจในประเด็นที่นายวิศิษฏ์ ไปเป็นอนุกรรมการบริหารของ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) นั้น นายวิศิษฏ์ ยอมรับว่า ได้รับการสรรหาจากคณะกรรมการสรรหาของ บริษัทการบินไทยฯ ให้รับตำแหน่งเป็นคณะอนุกรรมการ ด้านธรรมาภิบาล มีหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนของพนักงาน ตั้งแต่ปี 2550 โดยได้รับคัดเลือกมาจากสภาอุสาหกรรมซึ่งตนได้ดำรงตำแหน่งรองเลขานุการของสภาอุตสาหกรรม ส่วนในประเด็นที่ บริษัทการบินไทยฯ ไปได้ซื้อสิ้นค้ามาใช้ โดยเฉพาะพริกไทย ตรามือ ซึ่งเป็นสินค้าราคาแพงกว่ายี่ห้ออื่นนั้น ขอชี้แจงว่า เป็นไปซื้อหาเองตามท้องตลาด เพราะบริษัทของตนไม่ได้เข้าไปประมูล หรือเป็นการทำสัมปทานกับการบินไทยฯ สามารถตรวจสอบได้
ภายหลังจากการไต่สวนเสร็จสิ้น นายชัช กล่าวแจ้งว่า การไต่สวนยังเหลืออีก 2 ปาก คือ นายศักดิ์ชัย แก้ววรรณีสกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท เฟช มีเดีย จำกัด และนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ที่ทางฝ่ายผู้ถูกต้องการให้มาเบิกความในวันที่ 8 ก.ย.นั้น หากไม่มาตามนัด ศาลก็จะถือว่าไม่ติดใจ
ข้อมูลจาก มติชน
