นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผู้อำนวยการโครงการปริญญาโท คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) กล่าวตอนหนึ่งระหว่างการจัดเสวนาเรื่อง ทางออกและอนาคตสังคมไทยในวิกฤติความรุนแรง ว่า หากมองเชิงโครงสร้าง วิกฤติทางการเมืองปัจจุบันเรียกว่า เป็นการขาดสมดุลเชิงอำนาจ ที่มีพัฒนาการมาตั้งแต่ปี 2531 ทั้งนี้เดิม ก่อนปี 2516 ถูกทหารผูกขาดอำนาจ หลัง 14 ตุลา 16 ก็เปิดช่องให้กลุ่มอื่นมากขึ้นนิดหน่อย ปี 2522-2531 เกิดสมดุลชั่วคราว ระหว่างอำมาตยาธิปไตย กับทุนผูกขาดและทุนนักเลงท้องถิ่น พอสมัยพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกฯ กลุ่มทุนก็รุกคืบได้อีกครั้ง ผ่านระบบเลือกตั้งที่เลือกตัวแทนแบบพื้นที่ ประกอบกับสังคมไทยเป็นระบบอุปถัมภ์ ผลคือเปิดโอกาสให้กลุ่มเดียว คือกลุ่มทุนเข้าสู่อำนาจ กลุ่มทุนก็แปลงระบบเลือกตั้งเป็นตลาดซื้อเสียง ถือเป็นการประกอบอาชญากรรมกับระบอบประชาธิปไตย ประชาธิปไตยเป็นเพียงการสร้างความชอบธรรมเชิงอำนาจให้กลุ่มทุน ประเทศไทยไม่เคยมีเลือกตั้งแข่งกัน มีแต่ซื้อเสียงแข่งกัน จึงเป็นการกีดกันทางการเมืองโดยระบบของตัวเองย อีกด้านหนึ่ง เมื่อชนชั้นกลางเติบโตขึ้น และเห็นระบบดังกล่าวกีดกันกลุ่มตนไม่ให้เข้าสู่พื้นที่อำนาจทางการเมือง ก็พยายามช่วงชิง ดูจากการปฏิรูปการเมืองปี 40 มีข้อดีมหาศาลอย่างไรก็ดี เรายังติดกรอบเรื่องการต้องมีการเลือกตั้งแบบตัวแทนพื้นที่ จึงมีความพยายามสร้างระบบเลือกตั้งที่ขาวสะอาดมากที่สุด เช่น มีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือออกแบบระบบเขตเดียวเบอร์เดียว ระบบบัญชีรายชื่อ แต่ก็แก้ปัญหาไม่ได้ เพราะตัวแทนเชิงกลุ่มเข้ามาไม่ได้ย ฉะนั้นการหลุดพ้น ต้องออกแบบวิธีการเลือกตั้งใหม่ ให้มีตัวแทนเชิงกลุ่มเข้ามาคู่ขนานกับตัวแทนเชิงพื้นที่ เพื่อให้เวทีรัฐสภาเป็นเวทีต่อรองของกลุ่มที่หลากหลาย นายพิชาย กล่าว
นายพิชาย กล่าวด้วยว่า สำหรับคดีชิมไปบ่นไปของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ถ้าหลุดจากตำแหน่ง จะเป็นช่องว่าง แต่ละกลุ่มจะช่วงชิงการนำโดยพรรคพลังประชาชน ส่วนพรรคชาติไทยจะพยายามหาโอกาสผลักดันนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค เป็นนายกฯ รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องช่วงชิงการนำ แต่ไม่ว่าใครจะเป็นนายกฯ คงไม่ทำให้อะไรดีขึ้นมากมาย ตนเสนอว่า ให้ ส.ส.และส.ว.พิจารณางดใช้มาตรา 171 วรรค 2 กรณีนายกฯ ต้องมาจากส.ส. อย่างไรก็ตาม เพื่อความประนีประนอมน่าจะเป็นสมาชิกรัฐสภา ซึ่งหมายความว่า นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ก็น่าจะมารักษาการนายกฯ ชั่วคราว เพราะเป็นคนประนีประนอม เพื่อแก้รัฐธรรมนูญหรือจัดการระบบเลือกตั้งใหม่ อย่างไรก็ดี ถ้านักการเมืองมีความรับผิดชอบทางการเมือง และมีจริยธรรม คงลาออกไปตั้งแต่กรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการลงนามไทย-กัมพูชา เรื่องประสาทพระวิหารแล้ว ไม่ต้องให้มีการชุมนุมจนเกิดวิกฤตแบบนี้
ข้อมูลจาก มติชน
