ที่รัฐสภา นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ 50 กล่าวว่าย เมื่อมีคำวินิจฉัยให้นายกฯ พ้นจากตำแหน่ง รองนายกฯ ก็ต้องมาบริหารแทน และก็ทำหน้าที่ต่อไปปกติ ส่วนการยุบสภา รัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นพระราชอำนาจ แต่ในทางปฏิบัติพระองค์ไม่ทรงใช้พระราชอำนาจเอง แต่มีนายกฯ เป็นผู้ขอพระบรมราชานุญาติในการที่จะมีพระราชกฤษฎีกายุบสภา ดังนั้นภาวะที่เป็นอยู่ก็สามารถยุบสภา โดยคณะรัฐมนตรีประชุมกันแล้วเสนอให้มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาหรือรองนายกรัฐมนตรีรักษาราชการแทนเป็นผู้ขอพระบรมราชานุญาติย"หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย โดยรวมสถานการณ์การเมืองดีขึ้น แต่จากปัญหาที่เรื้อรังยืดเยื้อมานาน และข้อเรียกร้องของฝ่ายพันธมิตรก็ยังไม่ยุติ สถานการณ์ก็จะไม่คลี่คลายมากไปกว่านี้ การหานายกฯคนใหม่ แม้ว่าส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจะเสนอบุคคลใดเข้ามาเป็นนายกฯก็ตาม ผมยังไม่เห็นทางออกว่า จะยุติปัญหาได้หรือไม่ ดังนั้นสิ่งที่เป็นทางออกที่ดีที่สุดคือ การคืนอำนาจให้ประชาชนคือการยุบสภา ซึ่งทำได้ย นายเสรี กล่าว
เมื่อถามว่าย การที่นายกฯถูกวินิจฉัยให้ออกจากตำแหน่งรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้เขียนระบุชัดว่ากลับมาได้หรือ นายเสรี กล่าวว่า กรณีนี้รัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติการลงโทษหรือเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง ดังนั้น เมื่อนายสมัคร สุนทรเวชหลุดจากตำแหน่งนายกฯ ส.ส.เสียงข้างมากก็สามารถเลือกลับมาเป็นนายกฯมาได้ แต่จะมีข้อประท้วงในความชอบธรรมและความเหมาะสม ซึ่งอาจจะเกิดข้อครหาได้ว่า ไม่ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และจะเป็นปัญหาต่อต้านตามมาและแก้ไขไม่ได้เหมือนเดิมย ทั้งนี้เรื่องความเหมาะสมอยู่ที่พฤติกรรมการกระทำ ซึ่งส.ส.จะต้องพิจารณาในการโหวตให้นายสมัครเข้ามาใหม่ว่าควรหรือไม่
ข้อมูลจาก มติชน
