เอแบคโพลล์เผยผลสำรวจความต้องการของประชาชน พบว่า 56.1% ไม่ต้องการให้รัฐบาลชุดปัจจุปันทำงานต่อไป ขณะที่ 43.9% ยังต้องการให้ทำงานต่อไปโดยประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 53.5% เกินกว่าครึ่งยังต้องการให้รัฐบาลทำงานต่อไปขณะที่ประชาชนในภาคอื่นๆ ส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้รัฐบาลชุดปัจจุบันทำงานต่อประชาชนส่วนใหญ่ 57.4% ยังต้องการให้มีการเลือกตั้งใหม่ ขณะที่ 42.6% ไม่ต้องการและเมื่อจำแนกตามภูมิภาค พบว่า ประชาชนในทุกภูมิภาคส่วนใหญ่ต้องการให้มีการเลือกตั้งใหม่ยกเว้นประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ไม่ต้องการ
ศูนย์วิจัยเอแบค นวัตกรรมทางสังคม การจัดการและธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง สาธารณชนคิดอย่างไรต่อพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) ฉุกเฉินและรัฐบาลแห่งชาติในสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน กรณีศึกษาประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งใน 18 จังหวัดทั่วประเทศ จากกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 3,928 ตัวอย่าง รวบรวมข้อมูล ระหว่างวันที่ 5-9 ก.ย.51
ผลสำรวจยังพบว่า ประชาชนเกินกว่าครึ่งหรือ 56.5% กำลังให้ความสนใจแนวคิดการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ขณะที่ประชาชน 43.5% ยังไม่สนใจ อย่างไรก็ตามประชาชนส่วนใหญ่ 62.9% ไม่ต้องการให้ทหารออกมายึดอำนาจในสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน ขณะที่ 37.1% ต้องการ
นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบด้วยว่า ประชาชนทั้งกลุ่มพลังเงียบ และกลุ่มที่ไม่สนับสนุนรัฐบาลส่วนใหญ่ 61.0% และ 82.4% ต้องการให้มีการเลือกตั้งใหม่ ในขณะที่กลุ่มสนับสนุนรัฐบาลส่วนใหญ่ 67.3% ไม่ต้องการ
นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ ระบุว่า เมื่อพิจารณาผลสำรวจจะเห็นได้ว่า สาธารณชนกำลังให้ความสนใจต่อแนวคิดการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติและกลุ่มพลังเงียบส่วนใหญ่ก็ต้องการให้มีการเลือกตั้งใหม่ ดังนั้น
สมาชิกรัฐสภาอาจนำข้อมูลที่ค้นพบครั้งนี้ไปพิจารณา อาทิ อาจจะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเฉพาะบางมาตราและสมาชิกรัฐสภาเห็นพ้องต้องกันในการสรรหาคนกลาง เข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองเป็นรัฐบาลแห่งชาติและเตรียมความพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้งใหม่โดยเร็วที่สุด
ข้อมูลจาก มติชน
