ทีมร่างแผน ศก.รัฐบาลใหม่ ใช้วิธีสวมโครงนโยบายเดิมจาก ครม.สมัคร เร่งชูเสถียรภาพเงินบาท ไม่ให้ตึงตัว ตั้งรับวิกฤตพลังงานอีกรอบ เล็งบรรจุเพิ่มมาตรการระยะสั้น แก้ไขผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจโลก และปัญหาอุทกภัย เมื่อวันที่ 22 กันยาย นายคณวัตน์ย วศินสังวร อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะทำงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล กล่าวถึงการยกร่างนโยบายรัฐบาลนายสมชายย วงศ์สวัสดิ์ ว่า ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลได้เริ่มหารือและรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินการร่างนโยบายของรัฐบาลที่นายกรัฐมนตรีจะต้องแถลงต่อสภา คาดว่านโยบายของรัฐบาลชุดนี้จะยังคงตามเค้าโครงเดิมของรัฐบาลนายสมัครย สุนทรเวชย ถึงร้อยละ 90 อาทิ การขยายความช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจไปสู่รากหญ้า โดยเฉพาะกองทุนหมู่บ้าน โครงการเอสเอ็มแอล ธนาคารประชาชน และโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะผลักดันให้มีการขับเคลื่อนให้มากขึ้น ทั้งนี้สำหรับนโยบายที่รัฐบาลปัจจุบันจะเพิ่มเติม จะอยู่ในส่วนของมาตราการระยะสั้น โดยเฉพาะมาตราการแก้ไขผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจที่เกิดจากาปัญหาเศรษฐกิจของอเมริกา รวมถึงปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในประเทศด้วยนายคณวัตน์ กล่าวว่า สำหรับนโยบายที่รัฐบาลชุดนายสมัคร สุนทรเวช ได้แถลงต่อสภา ในส่วนของนโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่มดำเนินการในปีแรก เช่น
1. ดำเนินมาตรการในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ประกอบการ โดยดูแลเสถียรภาพของค่าเงินบาท ระดับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค และราคาพลังงานให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและเป็นธรรมแก่ผู้บริโภคและผู้ผลิต พร้อมทั้งจัดหาสินค้าราคาประหยัดจำหน่ายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้มีรายได้น้อย
2. เพิ่มศักยภาพของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ให้เป็นแหล่งเงินหมุนเวียนในการลงทุน สร้างงานและอาชีพ สร้างรายได้และลดรายจ่ายให้แก่ประชาชนในชุมชนและวิสาหกิจขนาดเล็กในครัวเรือน พัฒนากองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่มีการบริหารจัดการที่ดี ให้สามารถยกระดับเป็นธนาคารหมู่บ้านและชุมชน
3.จัดสรรงบประมาณตามขนาดประชากรหรือเอสเอ็มแอล (Small Medium Large: SML) ให้ครบทุกหมู่บ้านและชุมชน เพื่อสร้างโอกาสให้ชุมชนสามารถแก้ไขปัญหาของชุมชนด้วยตนเอง และพัฒนาโครงการที่จะก่อให้เกิดรายได้อย่างยั่งยืน พัฒนาสินทรัพย์ชุมชน อนุรักษ์และรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชน เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงการใช้ทรัพยากรของรัฐ ท้องถิ่น และจังหวัด อย่างมีประสิทธิภาพ
4.สานต่อโครงการธนาคารประชาชน เพื่อกระจายโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินให้แก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อย สร้างทางเลือกและลดการพึ่งพาแหล่งเงินกู้นอกระบบ ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีโอกาสในการสร้างงาน สร้างรายได้ด้วยตนเอง
5. สนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม และวิสาหกิจชุมชน เพื่อสร้างโอกาสในการลงทุนและสร้างรายได้ ผ่านสถาบันการเงินของรัฐและธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย
6. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ เพื่อให้แต่ละชุมชนสามารถใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นในการพัฒนาสินค้า โดยรัฐพร้อมที่จะสนับสนุนให้ชุมชนเข้าถึงองค์ความรู้สมัยใหม่ แหล่งเงินทุน และพัฒนาขีดความสามารถในการบริหารจัดการและการตลาด เพื่อเชื่อมโยงสินค้าจากชุมชนสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
7. พักหนี้ของเกษตรกรรายย่อยและยากจน ที่ผ่านกระบวนการจัดทำแผนฟื้นฟูอาชีพ เพื่อสร้างโอกาสให้เกษตรกรสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยการสร้างรายได้และอาชีพที่มั่นคง
8.สร้างระบบประกันความเสี่ยงให้เกษตรกร เพื่อลดความเสี่ยง อันเนื่องมาจากผลกระทบความเสียหายจากภัยธรรมชาติ และสร้างกลไกในการสร้างเสถียรภาพราคาของสินค้าเกษตรที่เป็นธรรม
9. สร้างโอกาสให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยอย่างทั่วถึง เช่น โครงการ ย"บ้านเอื้ออาทรย ย"บ้านรัฐสวัสดิการย และ ย"ที่อยู่อาศัยของตนเองเป็นครั้งแรกย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ซึ่งสามารถเดินทางเชื่อมระหว่างกรุงเทพมหานครและปริมณฑลด้วยระบบขนส่งมวลชนได้อย่างสะดวก
10.เร่งรัดการลงทุนที่สำคัญของประเทศ เช่น การพัฒนาระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 9 สาย รถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ รถไฟชานเมือง และรถไฟก้างปลาเชื่อมโยงจังหวัดที่ยังไม่มีรถไฟขนส่งผู้โดยสารและขนส่งสินค้า และการพัฒนาขีดความสามารถของท่าอากาศยานสากล เป็นต้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
11.ดำเนินมาตรการลดผลกระทบจากราคาพลังงาน โดยเร่งรัดโครงการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนจากก๊าซธรรมชาติและผลผลิตทางการเกษตร เช่น แก๊สโซฮอล์ ไบโอดีเซล รวมทั้งเร่งรัดมาตรการประหยัดพลังงานและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดภาระการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ เป็นต้น
ข้อมูลจาก มติชน
