ประชุมครม.นัดแรก สมชายห่วงวิกฤตการเงินสหรัฐ ตั้งโอฬาร คุมทีมเศรษฐกิจรับมือ สศช.ห่วงปัญหาลามถึงปีหน้า ให้เร่งเบิกจ่ายงบฯปี 2552 แนะขยายเวลาลดภาษีกระตุ้นอสังหาฯ หุ้นทั่วโลกดิ่ง เมื่อวันที่ 26 กันยายน มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งแรกของรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้นายโอฬาร ไชยประวัติ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดูแลปัญหาวิกฤตการเงินในสหรัฐที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ขณะที่แผนกู้วิกฤตของสหรัฐ ที่เสนอโดยประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ที่ขอให้สภาคองเกรสอนุมัติงบฯ 7 แสนล้านดอลลาร์ ต้องสะดุดและล่าช้าออกไปอีก เนื่องจาก ส.ส.พรรครีพับลิกันบางส่วนแสดงความไม่เห็นด้วย ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่งทันทีนายกฯให้โอฬาร ตั้งทีมดูศก.
นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังการประชุม ครม. ว่าที่ประชุมนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเป็นห่วงปัญหาในสหรัฐที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทย จึงมอบหมายให้นายโอฬารเป็นผู้ดูแลเรื่องนี้ย ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าปัญหานี้จะต้องตั้งคณะกรรมการติดตามผลกระทบขึ้นมาเป็นการเฉพาะ มีตัวแทนจากทุกภาคส่วนมาดูแลปัญหาร่วมกัน เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา โดยอาจจะมีรูปแบบในลักษณะของทีมเศรษฐกิจ แต่ไม่ใช่ ครม.เศรษฐกิจ หรือกรรมการในส่วนของกระทรวงการคลัง เพราะหน้าที่ของกรรมการชุดนี้จะดูผลกระทบในภาพใหญ่
ขอโกร่งช่วยเบื้องหลัง รมว.คลัง
ก่อนหน้านี้ นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ภายหลังสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วย คือนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ และ ร.ต. (หญิง) ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี โดยนายสุชาติเปรยว่า ให้สัมภาษณ์ไปก็ถูกต่อว่า แต่ไม่ให้สัมภาษณ์ก็ถูกต่อว่า แต่ในที่สุดก็ยอมให้สัมภาษณ์แบบถามคำตอบคำ
นายสุชาติกล่าวว่า ได้หารือร่วมกับนายโอฬาร ไชยประวัติ รองนายกรัฐมนตรี ว่าจะทำงานภายใต้ทีมเศรษฐกิจชุดเดียวกัน ส่วนนายวีรพงษ์ รามางกูร ได้ยืนยันแล้วว่าจะเข้ามาช่วยเป็นที่ปรึกษาอยู่เบื้องหลังให้ โดยทีมเศรษฐกิจของตนจะมีระดับดอกเตอร์มาเป็นทีมงานจำนวนมาก
ส่วนกรณีที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ประมาณการว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2551 และ 2552 จะขยายตัวต่ำกว่าเป้า นายสุชาติกล่าวว่า รัฐบาลได้เตรียมมาตรการรองรับไว้แล้ว โดยอาจจะเน้นไปที่การเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐให้เป็นไปตามเป้าหมาย
ดอดคุยผู้ว่าการแบงก์ชาติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากประชุม ครม.นัดพิเศษเสร็จสิ้น นายสุชาติได้นัดหารือนางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธปท. ที่สนามบินดอนเมือง
โดยนายสุชาติกล่าวว่า ช่วงบ่ายวันที่ 26 กันยายน ได้หารือร่วมกับผู้ว่าการ ธปท.แล้วในประเด็นต่างๆ เป็นเวลานานพอสมควร เท่าที่คุยกันผลที่ออกมาก็สามารถประสานงานกันด้วยดีไม่มีอะไร ส่วนเรื่องการดูแลสภาพคล่องและการใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจมากำกับดูแลประเทศก็เห็นตรงกันว่าขณะนี้มีเครื่องมือในการดูแลสภาวะเศรษฐกิจมากมาย แต่คงบอกรายละเอียดไม่ได้ ขอเก็บเป็นความลับ
รมช.ห่วงศก.จี้ติดตามทุกเดือน
นายประดิษฐ์กล่าวว่า จะเสนอนโยบายเร่งด่วนในการเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณปี 2552 ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551 จะต้องเร่งเบิกจ่ายให้เร็วที่สุด นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่ต้องพิจารณาคือ การกู้เงินในขณะที่ต้นทุนเงินกู้สูงขึ้น เนื่องจากแหล่งเงินน้อยลง ก็ต้องประเมินว่าหากกู้ในภาวะดอกเบี้ยสูงจะคุ้มค่าหรือไม่ หรือจะใช้แนวทางการให้เอกชนร่วมลงทุน (PPP)
ผมยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยหลังจากนี้จะเริ่มมีปัญหา โดยเฉพาะการส่งออกที่มีแนวโน้มชะลอตัว ขณะที่ภาคธุรกิจจะมีความมั่นใจลดลง สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล โดยเฉพาะในส่วนกรมสรรพากร แม้ว่าในปีงบประมาณ 2551 จะจัดเก็บได้เกินเป้าถึง 5 หมื่นล้านบาท ก็ตาม จึงเห็นว่าควรต้องติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดทุกเดือน ไม่ใช่ 3 เดือนครั้ง นายประดิษฐ์กล่าว
สศช.ชี้วิกฤตสหรัฐลามถึงปีหน้า
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้รายงานที่ประชุม ครม.รับทราบภาวะเศรษฐกิจปี 2551 โดยระบุว่า ปัญหาวิกฤตสถาบันการเงินในสหรัฐรุนแรงมากขึ้นและลุกลามไปที่ญี่ปุ่นและยุโรป และกลายเป็นวิกฤตการเงินของโลก ที่จะเป็นข้อจำกัดต่อการส่งออกและการท่องเที่ยวต่อไป และการที่สถาบันการเงินชั้นนำของสหรัฐอย่างเลห์แมน บราเธอร์ส, เมอร์ริล ลินซ์ และเอไอจี ประสบปัญหา ทำให้เศรษฐกิจมีแนวโน้มจะชะลอตัวต่อเนื่องไปถึงปี 2552 และภาคการเงินจะผันผวนง่าย
เร่งแก้การเมืองดึงลงทุน-ท่องเที่ยว
แหล่งข่าวระบุว่า สศช.ได้เสนอนโยบายด้านเศรษฐกิจระยะเร่งด่วน คือจะต้องแก้ไขความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศให้คลี่คลายโดยสันติวิธีและสมานฉันท์ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและบรรยากาศที่ดีสำหรับการลงทุนและการท่องเที่ยว นอกจากนี้ ยังต้องมีมาตรการเร่งด่วนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ระบบเศรษฐกิจจากวิกฤตการเงินโลก ประกอบด้วย 1.วางกลไกการดูสภาพคล่องการเงินในประเทศ 2.บรรเทาผลกระทบจากภาวะค่าครองชีพสูง โดยติดตามความคืบหน้า 6 มาตรการ 6 เดือนฝ่าวิกฤตคนไทยทุกคน เพื่อทบทวนมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป 3.สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพ ดูแลเงินเฟ้อและค่าเงินบาทให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและกลไกตลาด โดยมีกรอบนโยบายการเงินและเป้าหมายนโนบายการเงินที่สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจและสอดประสานกับนโยบายการคลัง
ขยายเวลาลดภาษีอสังหาฯ
4.เร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณ โดยเฉพาะไตรมาส 1 และ 2 ของปีงบประมาณ 2552 โดยเฉพาะงบฯเอสเอ็มแอล และงบฯองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน 4.ผลักดันการลงทุนขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจ็คต์) 5.สนับสนุนศักยภาพของสาขาเศรษฐกิจที่สำคัญ ทั้งการส่งออก ที่มีสัญญาณชะลอตัว การท่องเที่ยวโดยเฉพาะไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ และกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์โดยขยายระยะเวลาการลดภาษีธุรกิจเฉพาะและลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 28 มีนาคม 2552 ออกไปอีก
สมชาย เลือกเลขาฯ-ทีมโฆษกแล้ว
การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรก ของรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เมื่อวันที่ 26 กันยายน ดำเนินไปอย่างคึกคักตั้งแต่ก่อนการประชุมจะเริ่มต้นขึ้นเวลา 09.30 น. โดยนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นรัฐมนตรีหน้าใหม่คนแรกที่เดินทางถึงห้องประชุมบริษัท ทอท. จำกัด (มหาชน) ชั้น 4 ท่าอากาศยานกรุงเทพ (ดอนเมือง) ที่ถูกแปรสภาพเป็นทำเนียบรัฐบาล ศูนย์กลางการบริหารราชการแผ่นดินชั่วคราว ตั้งแต่เวลา 08.00 น. จากนั้นรัฐมนตรีคนอื่นๆ ทยอยเดินทางถึง
กระทั่งเวลา 09.00 น. นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางถึงทำเนียบชั่วคราว พร้อมกับให้สัมภาษณ์ว่า การตัดสินใจแต่งตั้งนายชูศักดิ์ ศิรินิล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรีที่จะนำเสนอ ครม.รับทราบนั้น เนื่องจากเห็นว่ามีความเหมาะสม และได้เตรียมแต่งตั้งทีมงานโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไว้แล้ว มีชื่อ น.ส.ณหทัย ทิวไผ่งาม อยู่ในทีมด้วย
น.ส.ณหทัยกล่าวว่า เหตุที่เข้ารับตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกฯ เพราะหากมาทำหน้าที่ภาพของความรุนแรงและการตอบโต้ทางการเมืองจะลดลง นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังเป็นคนออกมาชวนด้วยตนเอง จึงปฏิเสธไม่ได้ พร้อมที่จะรับแรงเสียดทาน และไม่กลัวว่าฝ่ายตรงข้ามจะหยิบเรื่องส่วนตัวในอดีตของตนขึ้นมาโจมตีอีก
ข้อมูลจาก มติชน
