พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยออกแถลงการณ์ขอความเห็นจากพี่น้องประชาชนผู้ชุมนุม ขยายพื้นที่การชุมนุมไปที่รัฐสภา เพื่อป้องกันรัฐบาลใช้สภาเป็นเครื่องมือรักษาอำนาจ ในการแถลงนโยบาย และแก้ไขรธน. เมื่อเวลาประมาณ 19.20 น. วันที่ 6 ตุลาคม นายศิริชัย ไม้งาม แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รุ่นที่ 2 ได้ขึ้เวทีที่ทำเนียบรัฐบาลอ่านแกลถงการณ์ขอความเห็นจากประชาชนผู้ร่วมชุมนุมดังนี้แถลงการณ์ขอความเห็นจากพี่น้องประชาชนผู้ชุมนุม
ตามที่ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในการชุมนุมอย่างสงบ อหิงสา และปราศจากอาวุธ อย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2551 มาเป็นเวลา 135 วัน 135 คืน เพื่อคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 และขับไล่รัฐบาลหุ่นเชิดให้ออกไปจากอำนาจรัฐเพื่อนำไปสู่การสร้างการเมืองใหม่นั้น
บัดนี้ รัฐบาลหุ่นเชิดที่ขาดความชอบธรรม ยังคงไม่แสดงความสำนึกและยังคงดื้อรั้นที่จะบริหารประเทศชาติต่อไป เราจึงขอความเห็นจากพี่น้องประชาชนที่เข้ามาร่วมชุมนุมถึงสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นใน 2 ประเด็น
ประเด็นที่หนึ่ง รัฐสภาได้รับร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจากคณะกรรมการประชาชนเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2550 หรือ คปพร.(นปก.เดิม) และพบว่า สาระสำคัญของร่างแก้ไขฉบับดังกล่าวมุ่งหมายที่จะฟอกความผิดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และพวกพ้อง ทั้งมาตรา 237 และมาตรา 309 ประการสำคัญ ยังพบว่า มีความพยายามทำลายสถาบันองคมนตรี ซึ่งเท่ากับเป็นการบั่นทอนโครงสร้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ประเด็นที่สอง รัฐบาลชุดปัจจุบันเป็นรัฐบาลหุ่นเชิดที่ขาดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
1.ถ่วงเวลาในการดำเนินคดีกับผู้ที่ดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ และขบวนการทำลายความน่าเชื่อถือของสถาบันพระมหากษัตริย์
2.มีพฤติกรรมที่พยายามฟอกความผิดให้กับระบอบทักษิณมาโดยตลอด
3.ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ดำเนินการยกเลิกหนังสือเดินทางให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นผู้ร้ายหนีอาญาแผ่นดิน และไม่แสดงความพยายามในการนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัวมาขึ้นศาลไทย และปล่อยให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ดูหมิ่นกระบวนการยุติธรรมของไทย โดยปราศจากการปกป้องเกียรติภูมิของชาติจากคณะรัฐบาลหุ่นเชิด
4.ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ยกเลิกแถลงการณ์ร่วมระหว่างไทย-กัมพูชา ที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ซ้ำร้ายยังพยายามที่จะเปิดรัฐสภาเพื่อรับรองแถลงการณ์ร่วมระหว่างไทย-กัมพูชา กรณีการยกปราสาทพระวิหารและพื้นที่โดยรอบให้กับกัมพูชาขึ้นทะเบียนมรดกโลกแต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งถือเป็นเจตนาแทรกแซงองค์กรอิสระและละเมิดอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ
5.ปล่อยให้คนที่ร่วมในคณะรัฐมนตรีของ นายสมัคร ที่กระทำผิดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 190 กรณีการยกปราสาทพระวิหาร และพื้นที่โดยรอบให้กับกัมพูชาขึ้นทะเบียนมรดกโลกแต่เพียงฝ่ายเดียว ให้กลับมาเป็นผู้ที่ร่วมคณะรัฐบาลของนายสมชาย อันเป็นการย่ำยีระบบคุณธรรมและจริยธรรมของชาติ อีกทั้งยังเป็นการแสดงความไม่เคารพยำเกรงต่อคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญ
6.ปล่อยให้ผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิในการเลือกตั้งโดยคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญ หรือบุคคลใน 111 คนที่เคยเป็นอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ให้เข้ามามีบทบาทและชี้นำการจัดตั้งรัฐบาล
โดยหลักประชาธิปไตย เมื่อฝ่ายบริหารหมดความชอบธรรมดังที่กล่าวมาข้างต้น จึงไม่มีความชอบธรรมใดๆที่จะใช้เวทีรัฐสภาเพื่อประทับรับรองให้คณะรัฐบาลหุ่นเชิดให้มาแถลงนโยบายเพื่อเข้ามาบริหารประเทศต่อไป
จึงขอฉันทามติของพี่น้องประชาชนที่เข้ามาชุมนุม ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ย"ขยายพื้นที่การชุมนุมย โดยการเคลื่อนขบวนไปแสดงสัญลักษณ์ที่หน้ารัฐสภาอย่าง สงบ อหิงสา และปราศจากอาวุธ เพื่อมิให้รัฐบาลหุ่นเชิดใช้สภามาเป็นเครื่องมือในการรักษาอำนาจเพื่อกระทำการอันมิชอบต่อไป
หากเห็นชอบด้วยขอให้พี่น้องประชาชนที่มาชุมนุม ลุกขึ้นยืน และปรบมืออย่างยาวนาน
ทั้งนี้ หลังจากนายศิริชัย อ่านแถลงการณ์จบผู้ร่วมชุมนุมได้ปรบมือพร้อมกันเป็นเวลานาน ขณะที่หน่วยรักษาความปลอดภัย(การ์ด)ของพันธมิตรฯ จำนวนหนึ่งได้ขึ้นรถสองแถวไปลงยังบริเวณหน้ารัฐสภาแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดประตูรัฐสภาพร้อมน้ำโซ่มาคล้องไว้ให้แน่นหนา
ต่อมาเวลาประมาณ 19.30 น. การ์ดชุด 2 ได้นั่งรถสองแถวมาลงบริเวณหัวโค้งระหว่างพระที่นั่งอนันตสมาคมกับอาคารรัฐสภา
ข้อมูลจาก มติชน
