รองผู้ว่าฯ 3 ปี 35 คน ทำหนังสือร้องโกวิท วัฒนะให้ทบทวนใหม่ อย่าตัดสิทธิ์ขึ้นพ่อเมือง เหตุเปิดให้สอบวิสัยทัศน์ตามเกณฑ์ก.พ.แต่กลับมีข่าวถูกตัดชื่อเหี้ยน ขอโอกาสให้มีชื่อแค่ 11% พร้อมขู่ถ้าโละหมดเรื่องถึงศาลปกครองแน่ รายงานข่าวจากกระทรวงมหาดไทย (มท.) เมื่อวันที่ย 6 ตุลาคม แจ้งว่าย ข้าราชการที่ดำรงตำแน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดมาแล้ว 3 ปี หรือในนาม รองผู้ว่าฯ 3 ปี ได้ทำหนังสือถึงพล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กรณีที่มีข่าวว่าพล.ต.อ.โกวิทจะไม่พิจารณารองผู้ว่าฯ 3 ปี ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วน จำนวน 35 คน เลื่อนเป็นผู้ว่าฯและข้าราชการระดับ 10 ซึ่งในปีนี้มีตำแหน่งว่าง 22 ตำแหน่ง โดยหนังสือระบุว่า การแต่งตั้งผู้ว่าฯและข้าราชการระดับ 10 ของมท. ซึ่งประกาศรายชื่อผู้อยู่ในข่ายได้รับการพิจารณาจำนวน 80 คน แบ่งเป็น 1. ผู้ที่ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าฯ 6 ปี จำนวน 7 คน 2.รองผู้ว่าฯ 5 ปี จำนวน 13 คน 3.รองผู้ว่าฯ 4 ปี จำนวน 25 คน และ 4.รองผู้ว่าฯ 3 ปี จำนวน 35 คน ซึ่งทั้ง 80 คน ได้ผ่านกระบวนการสอบวิสัยทัศน์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ครบถ้วนแล้ว เหลือเพียงการพิจารณานำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ย่อมหมายความว่า ผู้มีคุณสมบัติทั้ง 80 คน ควรจะมีโอกาสได้รับการพิจารณาแต่งตั้งโดยเท่าเทียมกัน แต่พวกเราก็ยังยอมรับในระบบอาวุโสส่วนหนึ่ง กล่าวคือ หากผู้ที่เป็นรองผู้ว่าฯมาแล้ว 6 ปี หรือ 5 ปี จะได้รับการแต่งตั้งในสัดส่วนที่มากกว่าก็เป็นสิ่งที่ชอบธรรมและยอมรับได้แต่ที่มีข่าวว่า มท.1จะไม่พิจารณารองผู้ว่าฯ 3 ปี ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วน จำนวน 35 คน นั้นเป็นเรื่องที่ยากจะยอมรับได้ เพราะเป็นการออกหลักเกณฑ์ซ้อนกับหลักเกณฑ์ที่ประกาศโดยเปิดเผย เป็นการลิดรอนสิทธิของรองผู้ว่าฯ 3 ปีอย่างชัดเจน น่าเสียดายที่ท่านไม่ได้ประกาศเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งถ้ามีหลักเกณฑ์ออกมาเป็นทางการว่าไม่เอารองผู้ว่าฯ 3 ปี เรื่องนี้ต้องถึงศาลปกครองแน่นอน พวกเราหวังว่าจะพิจารณาทบทวนให้ความเป็นธรรมกับรองผู้ว่าฯ 3 ปี ไม่ได้ติดใจว่าจะเป็นกี่คน ขอเพียงให้มีรองผู้ว่าฯ 3 ปีได้รับแต่งตั้งครั้งนี้บ้าง ซึ่งไม่ใช่การขอเป็นกรณีพิเศษ หนังสือระบุ
ข่าวแจ้งว่าหนังสือดังกล่าวยังระบุอีกว่า อยากจะให้พล.ต.อ.โกวิทเรียกดูข้อมูลอย่างรอบด้านอีกครั้ง จะพบความจริงว่า รองผู้ว่าฯ 6 ปี และ 5 ปี อาจจะไม่ใช่อาวุโสกว่า รองผู้ว่าฯ 3 ปี เช่น เมื่อ 6 ปีที่แล้ว ข้าราชการระดับ 8 สำนักงานปลัดกระทรวงได้รับแต่งตั้งเป็นระดับ 9 ในตำแหน่งรองผู้ว่าฯเลย ขณะที่ข้าราชการกรมการปกครองได้รับแต่งตั้งเป็นระดับ 9 พร้อมกันแต่ต้องไปดำรงตำแหน่งปลัดจังหวัดก่อน อีก 3 ปีต่อมาจึงได้รับแต่งตึ้งเป็นรองผู้ว่าฯ มีผลให้ข้าราชการจากสำนักงานปลัดกระทรวงเป็นรองผู้ว่าฯ 6 ปี ขณะที่ข้าราชการกรมการปกครองเป็นรองผู้ว่าฯ 3 ปี นอกจากนี้ยังมีกรณีระยะเวลาดำรงตำแหน่งระดับ 9 ที่ไม่ใช่รองผู้ว่าฯแตกต่างกันอีก เช่น บางคนเลื่อนเป็นระดับ 9 ปีเดียวหรือไม่ถึงปีได้รับแต่งตั้งเป็นรองผู้ว่าฯ แต่บางคน 3-4 ปี จึงได้รับการแต่งตั้งเป็นรองผู้ว่าฯ ทำให้ระยะเวลาการเป็นรองผู้ว่าฯไม่เท่ากัน เพราะคนหนึ่งเป็นรองผู้ว่าฯ 5 ปี แต่อีกคนเพิ่งเป็นรองผู้ว่าฯได้ 3 ปีทั้งๆที่เป็นระดับ 9 พร้อมกัน แล้วพล.ต.อ.โกวิทจะไม่พิจารณาประเด็นเหล่านี้บ้างหรือ
จึงขอเสนอสูตรการแต่งตั้งโยกย้ายผู้ว่าฯและข้าราชการระดับ 10 ที่ว่าง จำนวน 22 คน พอจะเป็นไปได้หรือไม่ ดังนี้ 1.รองผู้ว่าฯ จำนวน 7 คน ได้รับการแต่งตั้ง 7 คน คิดเป็น 100% 2.รองผู้ว่าฯ 5 ปี จำนวน 13 คน ได้รับการแต่งตั้ง 6 คิด คิดเป็น 46% 3.รองผู้ว่าฯ 4 ปี จำนวน 25 คน ได้รับแต่งตั้ง 5 คน คิดเป็น 20% และ 4.รองผู้ว่าฯ 3 ปี จำนวน 35 คน ได้รับแต่งตั้ง 4 คน คิดเป็น 11%หนังสือระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีกระแสข่าวว่ารองผู้ว่าราชการ ที่สอบวิสัยทัศนักปกครอง 9 ขึ้น นักปกครอง 10 ซึ่งเป็นรองผู้ว่าฯที่อยู่ในตำแหน่ง 3 ปี ที่สอบในครั้งนี้ จำนวน 35 คน ได้ทำหนังสือ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ทบทวนการพิจารณาคัดเลือกผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนักปกครอง 10 เนื่องจากว่าในการคัดเลือกครั้งนี้ไม่มีการพิจารณา รองผู้ว่าฯ 3 ปีจึงถือเป็นการลิดรอนสิทธิ์ สร้างความไม่พอใจให้กับผู้เข้าสอบวิสัยทัศน์ และรองผู้ว่าฯ 3 ปี อาจจะเข้าชื่อกันเพื่อฟ้องร้องต่อศาลปกครอง
รายงานข่าวจากคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแจ้งว่า ไม่มีหนังสือดังกล่าวที่จะส่งมายังพล.ต.อ.โกวิทแต่อย่างใด และเชื่อว่าเรื่องแบบนี้ไม่มีใครทำ นอกจากพวกที่เสียผลประโยชน์ หรือพวกที่วิ่งเต้นไปแล้วไม่ได้รับตำแหน่งตามที่ต้องการ พล.ต.อ.โกวิท ก็เคยประกาศชัดเจนว่าห้ามวิ่งเต้นหรือเอาชื่อไปอ้าง เชื่อว่าข้าราชการทุกคนเข้าใจดีว่า การกำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ ขึ้นอยู่กับรัฐมนตรี และรัฐมนตรีจะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสม ความสามารถ และความอาวุโส อีกทั้งยังไม่มีใครเห็นว่ารายชื่อผู้ที่จะได้รับคัดเลือกเป็นใครบ้าง การที่ปล่อยข่าวออกมาเช่นนี้ เพราะกลัวว่าตัวเองจะไม่ได้ตำแหน่ง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ส่วนที่จะไปฟ้องร้องศาลปกครองนั้น ไม่เห็นว่าจะมีรองผู้ว่าฯคนไหนเคลื่อนไหวอะไร จึงเชื่อว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า เกณฑ์การสอบวิสัยทัศน์นั้นคือให้ผู้ที่เลื่อนตำแหน่งขึ้น ระดับ 9 ตั้งแต่ปี 2548 มีโอกาสได้เข้าสอบ และขณะนี้กระบวนการสอบก็เสร็จสิ้นแล้ว โดยรองผู้ว่าฯทั้ง 80 คน ก็ผ่านการสอบสัมภาษณ์เป็นที่เรียบร้อย ถ้าจะมีการฟ้องร้องควรจะเป็นเรื่องที่มีการกีดกันไม่ให้เข้าสอบ หรือตัวเองอยู่ในเกณฑ์แต่ถูกตัดสิทธิ์สอบแบบนั้นมากกว่า การที่จะมาบอกว่าสอบแล้วแต่ไม่ได้รับการพิจารณาเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เพราะกระทรวงได้ทำตามหลักเกณฑ์ทุกอย่าง และการพิจารณาคัดเลือกก็เป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชา ไม่มีกฎหมายกำหนดว่ารูปแบบใดผิดหรือถูก ถ้าเป็นนโยบายของรัฐมนตรี
ข้อมูลจาก มติชน
