ผลก็คือ สภาพรัฐบาลนายสมชายก็ไม่แตกต่างจากรัฐบาลเป็ดง่อย ที่แทบไม่มีอำนาจใดๆเพราะไม่สามารถโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการ สั่งงานหน่วยงานของรัฐ และดำเนินโครงการต่างๆในลักษณะที่เป็นการบริหารราชการแผ่นดินได้การที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเคลื่อนพลบุกเข้าปิดล้อมรัฐสภาเมื่อค่ำวันที่ 6 ตุลาคม 2551 ที่ผ่านมา เพื่อสกัดมิให้คณะรัฐมนตรีของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์แถลงนโยบายต่อรัฐสภาได้นั้นมีเป้าหมายไม่ต้องการให้คณะรัฐมนตรีสามารถบริหารราชการแผ่นดินได้
เพราะตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 176 บัญญัติไว้ว่า "คณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาและชี้แจงการดำเนินการตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามมาตรา 75 โดยไม่มีการลงมติความไว้วางใจ ทั้งนี้ภายใน 15 วันนับแต่วันเข้ารับหน้าที่(วันที่ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์..มาตรา 175)...
"ก่อนการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามวรรคหนึ่ง หากมีกรณีสำคัญและจำเป็นเร่งด่วนซึ่งหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะกระทบต่อประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน คณะรัฐมนตรีที่เข้ารับหน้าที่จะดำเนินการไปพลางก่อนเพียงเท่าที่จำเป็นก็ได้"
นั่นหมายความว่า ถ้าคณะรัฐมนตรีไม่สามารถแถลงนโยบายต่อรัฐสภา รัฐบาลนายสมชายจะไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ เว้นแต่กรณี "จำเป็นเร่งด่วนซึ่งหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะกระทบต่อประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน"ซึ่งก็สามารถดำเนินการได้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น
ผลก็คือ สภาพรัฐบาลนายสมชายก็ไม่แตกต่างจากรัฐบาลเป็ดง่อย ที่แทบไม่มีอำนาจใดๆเพราะไม่สามารถโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการ สั่งงานหน่วยงานของรัฐ และดำเนินโครงการต่างๆในลักษณะที่เป็นการบริหารราชการแผ่นดินได้
ในทางตรงกันข้าม เพื่อให้มีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน รัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลต้องพยายามทุกวิถีทางให้มีการประชุมรัฐสภาเพื่อแถลงนโยบาย แม้จักต้องระเหเร่ร่อนเป็นรัฐสภาพลัดถิ่นเหมือนรัฐพลัดถิ่นก็ตาม
ทั้ง พ.อ. อภิวันทน์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรปและนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีต่างกล่าวตรงกันว่า จะต้องหาสถานที่เพื่อประชุมรัฐสภาให้ได้
มีรายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้พรรคพลังประชาชนและแกนนำรัฐบาลได้มองสถานที่ไว้อย่างน้อย 3 แห่งที่สมาชิกรัฐสภากว่า 600 คน รวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐสภาอีกจำนวนหนึ่ง ได้แก่
หนึ่ง อินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก ของการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งมีขนาดใหญ่สามารถบรรจุคนได้นับหมื่น และมีสถานที่จอดรถอย่างเพียงพอ แต่อาจจะมีขนาดใหญ่เกินไปและระบบปรับอากาศอาจจะไม่ถึงระดับที่ต้องการ และต้องใช้เวลาเตรียมสถานที่อีกระยะหนึ่ง
สอง สนามกีฬาเวสน์ ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ของกรุงเทพมหานคร สามารถจุคนได้ถึง 2,000 คน ระบบการปรับอากาศอาจสมบูรณ์กว่า และใช้เวลาในการเตรียมการน้อยกว่า
สาม หอประชุมของมหาวิทยาลัยต่างๆ เช่น สุโขทัยธรรมาธิราช ที่จุคนได้ประมาณ 1,000 คน หรืออาจรวมถึงโรงแรมต่างๆที่มีห้องขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม แม้จะสามารถเปิดประชุมรัฐสภาและคณะรัฐมนตรีสามาถแถลงนโยบายสำเร็จ แต่ประเทศไทยจะเป็นประเทศเดียวในโลกที่ทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติกลายสภาพเป็นสัมภเวสีหาที่อยู่เป็นหลักแหล่งไม่ได้
เมื่อเป็นเช่นนี้ ประชาคมโลกจะให้ความเชื่อถือกับรัฐบาลที่ไร้อำนาจรัฐเช่นนี้ได้อย่างไร
ข้อมูลจาก มติชน
