รักษาการผอ.แจงแค่ความเห็นส่วนบุคคลที่ห้องประชุมเฉลี่ยวัชระพุกก์ ตึกสิรินธร คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กลุ่มอาจารย์แพทย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกแถลงการณ์ต่อกรณีการใช้ความรุนแรงของตำรวจ โดยใช้ระเบิดและแก๊สน้ำตายิงเข้าผู้ชุมนุมจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต โดยทางกลุ่มอาจารย์แพทย์ดังกล่าว มีความเห็นร่วมกันว่า ควรจะมีมาตรการทางสังคมที่แสดงถึงการไม่เห็นด้วย และไม่ยอมรับการกระทำดังกล่าวต่อผู้นำรัฐบาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่สนับสนุนรัฐบาล และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กระทำสิ่งที่ทารุณโหดร้ายต่อประชาชน โดยมีความเห็นดังนี้
1.จะงดการตรวจรักษาผู้รับบริการที่มีรายชื่ออยู่ในคณะรัฐมนตรี(ครม.) และ ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลในชุดปัจจุบัน ยกเว้นกรณีฉุกเฉิน
2.จะงดการตรวจรักษาผู้รับบริการที่เป็นตำรวจ เนื่องจากที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นว่าตำรวจไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอ ในการแยกแยะความถูกผิดในวิชาชีพตนเองได้ ทั้งๆ ที่หน้าที่ของตำรวจคือ รักษาความสงบเรียบร้อยชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน แต่ตำรวจในปัจจุบันกลับเป็นผู้ทำร้ายประชาชน และเป็นผู้จุดฉนวนความรุนแรงให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองเสียเอง โดยยอมปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งที่ไม่ชอบธรรมของผู้บริหารบ้านเมือง ที่ต้องการเพียงแต่รักษาอำนาจตัวเอง บนเลือดเนื้อและชีวิตของประชาชน
3.ขอเรียกร้องให้เพื่อนแพทย์ทั่วประเทศ ร่วมกันดำเนินมาตรการกดดันทางสังคมต่อผู้นำทางรัฐบาล ส.ส. ที่สนับสนุนรัฐบาล และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กระทำสิ่งที่ทารุณโหดร้ายต่อประชาชนโดยพร้อมเพรียงกันให้เป็นบทเรียนต่อผู้กระทำผิดต่อประชาชน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก
อนึ่ง ตำรวจท่านใดที่มีความจำเป็นและมีความต้องการจะตรวจรักษากับแพทย์อาจขอตรวจรักษากับแพทย์ได้ โดยแจ้งที่แผนกทะเบียนของโรงพยาบาลให้ทำการลบชื่อ ยศ ตำแหน่ง ออกจากสมุดทะเบียนประวัติผู้ป่วย และไม่ใส่ชุดข้าราชการตำรวจมาขอรับบริการ
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณหน้าห้องของ นพ.เกรียง ตั้งสง่า ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตรฺ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ติดป้ายข้อความว่า ห้องนี้งดทำการตรวจให้กับตำรวจที่ทำร้ายประชาชน ยกเว้นกรณีฉุกเฉิน
ต่อมาเมื่อเวลา 15.30 น. ที่ศาลาทินทัต โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ รศ.นพ.ธีระพงศ์ เจริญวิทย์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารรักษาการผู้อำนวยการ รพ.จุฬาฯ ได้ชี้แจงถึงกรณีกระแสข่าวของกลุ่มแพทย์ดังกล่าวว่า ขอยืนยันว่าจะดูแลผู้ป่วยทุกคนในฐานะโรงพยาบาลของสภากาชาดไทย ซึ่งเป็นองค์กรการกุศล เรายึดมั่นในหลักการความเป็นกลาง ให้ดูแลผู้ป่วยทุกคนเท่าเทียมกัน โดยไม่คำนึงว่าผู้ป่วยเป็นฝ่ายใด และไม่ฝักฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อย่างไรก็ตามฝากประชาชนทุกท่านให้มีความเชื่อมั่นในรพ. ทั้งนี้กระแสข่าวที่ออกไปเป็นเพียงความคิดเห็นในส่วนบุคคล ซึ่ง รพ.เคารพต่อความคิดเห็นของแพทย์ ดังนั้นทีมแพทย์ของรพ.มี 400 คน ซึ่งสามารถที่จะดูแลผู้ป่วยได้ มีความสามารถในการดูแลผู้ป่วยได้ทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็น ทหาร ตำรวจ ในเครื่องแบบหรือประชาชนทั่วไปทุกคน
ข้อมูลจาก ข่าวสด
