พ่อร่ำไห้ หน้าศพ น้องโบว์ เหยื่อตร.สลายม็อบแพทย์ใหญ่ รพ.ตร.อัดหมอจุฬาฯ ปฏิเสธรักษาตร.ผิดกม. 4ตร.บาดเจ็บที่วชิระ ขอย้ายรพ.ถูกขู่ถอดสายน้ำเกลือ เกลียดตร.ระบาด ใช้หนังสติ๊กยิง-ถีบรถตำรวจ รองโฆษกสีกากียันสลายม็อบแค่ใช้แก๊สน้ำตา สันนิษฐานผู้ชุมนุมพกระเบิดปิงปองเจ็บเอง ถามผู้หญิงที่ตายหนีบอะไรไว้ คาดคนดับคารถจี๊ป หน.การ์ดพันธมิตรปฏิบัติการพลาด ผบ.ตร.โทษกทม.ไม่ให้รถน้ำฉีดม็อบ
อัดหมอปฏิเสธรักษาตร.ผิดกม.
พล.ต.ท.นพ.สมยศ ดีมาก แพทย์ใหญ่ รพ.ตร. เปิดเผยว่า กรณีที่แพทย์โรงพยาบาลจุฬาฯ ออกแถลงการณ์ไม่รับรักษาตำรวจนั้น ตรงนี้มีกฎหมายควบคุมอยู่ว่า แพทย์ต้องรักษาประชาชนทุกรายโดยไม่ปฏิเสธ ไม่เลือกปฏิบัติ หากแพทย์ปฏิเสธก็ผิดกฎหมายอาญา และถือว่าไม่มีจรรยาบรรณ ซึ่งในวงการแพทย์ไม่มีเรื่องแบบนี้ แม้แต่โรงพยาบาลของทุกเหล่าทัพก็ไม่มีการเลือกรักษา
4ตร.บาดเจ็บที่วชิระ ขอย้ายรพ.ถูกขู่ถอดสายน้ำเกลือ
ส่วนตำรวจที่รักษาตัว โรงพยาบาลวชิระ 4 นาย ขอย้ายออกจากโรงพยาบาล หลังข่าวลือญาติเหยื่อในกลุ่มพันธมิตรขู่จะถอดสายน้ำเกลือ หลังจากทราบว่ามีตำรวจเข้ารักษาตัวห้องรวมเดียวกัน โดย ร.ต.ต.เกรียงไกร ถิ่นสาปี รอง สวป.สน.เตาปูน ส.ต.ท.เศรษฐวุธ บัวทุม บก.ตปพ.191 และ ส.ต.ท.พงษ์ไท เชื้อชมสุข ตปพ.191 ย้ายไป รพ.ตำรวจ ส่วน จ.ส.ต.สมนึก บุญเทศ สว.ภ.อ.พานทอง จ.ชลบุรี ย้ายไป รพ.ชลบุรี
เกลียดตร.ระบาด ใช้หนังสติ๊กยิง-ถีบรถตำรวจ
นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรที่ปิดล้อมรัฐสภา โดยเมื่อเวลา 08.40 น. วันที่ 8 ตุลาคม มือมืดใช้หนังสติ๊กยิงลูกเหล็กใส่รถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน ถฐ 8514 กทม. ซึ่งเป็นรถเช่าใช้ในกิจการจราจรและนำมาใช้ส่งเสบียงอาหารให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่ง ด.ต.ไพโรจน์ รังสิวรารักษ์ ขับมาจอดบริเวณสี่แยกวัดเบญจมบพิตร ทำให้กระจกด้านซ้ายแตกเสียหาย
เวลาใกล้เคียงกัน ขณะที่ ส.ต.ท.ประภัสสร์ ชนะมัชชะ ผบ.หมู่งานสารสนเทศ บช.น. ขับรถตราโล่ 45488 โดยมี ด.ต.พรทิพย์ สะตะ ช่วยงานชมรมแม่บ้าน จะนำอาหารไปแจกตำรวจบริเวณคลองผดุงกรุงเกษม ถูกผู้ชายกระโดดถีบกระจกด้านข้างคนขับแตก ก่อนวิ่งหลบหนีไป
เวลา 13.10 น. ขณะที่ ร.ต.อ.เอกนรินทร์ สุวรรณทา รอง สวส.สน.ทองหล่อ ช่วยราชการสำนักงาน พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รอง ผบช.น. ขับรถทะเบียนตราโล่ 45476 จอดรอสัญญาณไฟบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถูกคนใช้หนังสติ๊กยิงลูกเหล็ก ทำให้กระจกด้านคนขับแตก
ตำรวจพักผ่อนทหารตรึงแทน
สำหรับบรรยากาศภายในตัวอาคารกองบัญชาการตำรวจนครบาล ( บช.น.) หลังเกิดเหตุปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จนทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายร้อยคน และเสียชีวิต 2 ราย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ตำรวจปราบจลาจลจากกองบัญชาการต่างๆ ที่มารักษาความสงบเรียบร้อยกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรได้เข้ามานอนพักผ่อนเรียงรายอยู่ใต้อาคาร และทางเดินเท้าของอาคาร ซึ่งตำรวจชั้นผู้น้อยบางส่วนพูดบ่นเรื่องอาหารหลักและอาหารว่าง ไม่มีผู้บังคับบัญชาใส่ใจดูแล
ขณะที่ด้านรักษาความปลอดภัยทางตำรวจและทหาร จัดวางกำลังตามจุดต่างๆ โดย แยกพล 1 กับแยกพระรูป ร.5 ถนนศรีอยุธยา ใกล้ บช.น. จัดขึงวางลวดหนามไว้ตามแนวขวางทั้งสองด้านตำรวจ มีกำลัง 100 นาย แยกการเรือน ถนนราชวิถี จุดที่เกิดการปะทะกัน เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา มีกำลังทหารบก ประมาณ 20 นาย พร้อมโล่-กระบอง ที่สะพานผ่านฟ้าฯ มีทหารเรือประมาณ 20 นาย พร้อมโล่-กระบอง แยกวังแดงตำรวจนำรถควบคุมผู้ต้องหามาปิดกั้นบริเวณทางแยกตลอดแนว โดยใช้กำลัง 2 กองร้อย ประมาณ 300 นาย สับเปลี่ยนหมุนเวียน แยก จปร. มีทหารบก 20 นาย พร้อมโล่-กระบอง แยกอุภัย มี ทหารบก 20 นาย พร้อมโล่-กระบอง
ตร.ยันใช้แก๊สน้ำตาไม่มีระเบิด
เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) เรียกตำรวจชุดเก็บกู้จากกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ตปพ.) (191) มาตรวจสอบระเบิดแก๊สน้ำตาชนิดที่สื่อมวลชนต่างประเทศถ่ายภาพนำไปเสนอ และสื่อไทยลงตีพิมพ์ว่าเป็นระเบิดชนิดใด จากการเอาระเบิดแก๊สน้ำตาชนิดขว้างมาเทียบสามารถยืนยันได้ว่า เป็นชนิดเดียวกัน ไม่ใช่ระเบิดลูกเกลี้ยงแต่อย่างใด
ต่อมา พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น.ประชุมปรับวางกำลัง และสรุปสถานการณ์การชุมนุมที่ห้องประชุมปารุสกวัน 1 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) มี พล.ต.ต.จักรทิพย์ ชัยจินดา พล.ต.ต.สุพร พันธุ์เสือ พล.ต.ต.เอกรัตน์ มีปรีชา พล.ต.ต.วิบูลย์ บางท่าไม้ พล.ต.ต.อำนวย พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รอง ผบช.ก.ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และ พล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ ผบก.น.1 และนายตำรวจระดับ ผบ.กองร้อย ที่เกี่ยวข้อง ใช้เวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง
จากนั้นเวลา 11.30 น. พล.ต.ต.สุรพลแถลงกึงการใช้แก๊สน้ำตาสลายม็อบพร้อมนำตำรวจผู้เชี่ยวชาญและอุปกรณ์ควบคุมฝูงชน ประกอบด้วยอาวุธปืนยิงแก๊สน้ำตา มาสาธิตให้ดูถึงกรณีแก๊สน้ำตาที่กระทบร่างกายผลที่เกิดขึ้นจะคันและแสบร้อนที่ผิวหนัง มีลุกไหม้บางส่วน แต่ไม่มีผลในเรื่องการทำลายล้าง แรงอัดไม่สามารถทำให้ฉีกขาดได้
อ้างมือที่3-โยงจับกุม จำลอง
"อาการบาดเจ็บรุนแรงที่เกินขอบเขตอุปกรณ์ควบคุมฝูงชน อยู่ระหว่างตรวจสอบ ไม่อยากอ้างว่าเป็นมือที่ 3 แต่ไม่ได้เกิดจากอุปกรณ์ที่ตำรวจมีอยู่ ภาพที่ออกไปทำให้ตำรวจตกเป็นจำเลยของสังคม ขณะนี้ให้ตรวจสอบดูว่าแรงระเบิดที่ทำให้ขาขาดเกิดจากอะไร ระเบิดปิงปองที่มีการพกอยู่ แล้วปะทุขึ้นเพราะเกิดการหกล้ม หรือจังหวะที่แก๊สน้ำตาจุดระเบิดในระยะใกล้ทำให้ระเบิดปิงปองปะทุระเบิดขึ้น" พล.ต.ต.สุรพลกล่าว และว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเหตุบาดเจ็บรุนแรงที่เกินกว่าแก๊สน้ำตาเกิดจากการกระทำของใคร ยืนยันว่าไม่ใช่ตำรวจ
พล.ต.ต.สุรพลกล่าวว่า เหตุการณ์ทุกอย่างเชื่อมกันหมด หลังนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำพันธมิตรถูกจับกุม ยังไม่สามารถเรียกแขกได้ ต่อมา พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ก็ออกมาเลือกตั้งให้มีการจับกุม วัตถุประสงค์ของการชุมนุมมีอยู่ นำเอาผู้คนมามากขึ้น เป็นผลประโยชน์ที่สอดรับกันอยู่ อยากให้ประชาชนใช้สติให้รอบคอบ ทุกคนรักชาติ ใครได้ประโยชน์ เสียประโยชน์ ซึ่งตำรวจเสียหายแน่นอน เพราะฉะนั้นที่ผ่านมา ผบ.ตร.ได้ย้ำให้ปฏิบัติการด้วยความระมัดระวัง แต่มีคนฉกฉวยโอกาสสร้างความรุนแรง
สงสัยผู้ชุมนุมพกระเบิดเจ็บ-ตายเอง
เวลา 16.35 น. พล.ต.ต.สุรพล แถลงอีกว่า ขณะนี้มีความชัดเจนว่า ผู้บาดเจ็บบางส่วนซึ่งได้ภาพมาจากสื่อมวลชนแขนงต่างๆ เป็นอาวุธและเครื่องมือของกลุ่มผู้ชุมนุมเอง เห็นได้ว่ามีภาพหนึ่งมือขวาถูกระเบิดบาดเจ็บแขนขาด ส่วนมือซ้ายยังกำระเบิดไว้ ขอเรียนว่าตำรวจไม่ได้ปรุงแต่งหรือนำข้อมูลเท็จมาเสนอ เป็นข้อเท็จจริงอย่างที่เห็น นอกจากนี้มีประชาชนบางส่วนอ่านหนังสือพิมพ์ตั้งข้อสังเกตว่า ส่วนใหญ่บาดเจ็บที่ขา ซึ่งสันนิษฐานได้ว่าเป็นกลุ่มนักรบศรีวิชัย การ์ดด้านหน้า สันนิษฐานว่าอาการบาดเจ็บมักเกิดจากมีอุปกรณ์อาวุธ เมื่อตำรวจใช้แก๊สน้ำตาทำให้อาวุธดังกล่าวระเบิดขึ้น อาจเกิดจากการหิ้วถุงบรรจุสิ่งที่สามารถระเบิดได้ทำให้บุคคลที่ยืนข้างๆ บาดเจ็บ ทั้งหมดเป็นข้อสันนิษฐานยังไม่ใช่ข้อสรุป
"ตำรวจมีการหารือกันว่าให้แยกทีมสืบสวนสอบสวน แยกเป็นอีกคดีไม่รวมกับคดีที่ออกหมายจับไปแล้ว โดยรวบรวมข้อมูลตั้งแต่ วันที่ 6 ตุลาคมเป็นต้นมา เป็นเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นและนำไปสู่ผู้บาดเจ็บ มีข้อเท็จจริงอย่างไร ใครต้องรับผิดชอบบ้าง รวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ วัตถุพยานร่องรอยที่ปรากฏ จากตำแหน่งที่พบผู้บาดเจ็บทั้งพื้นถนน ฝาผนัง"
พล.ต.ต.สุรพลกล่าว และว่า สำหรับหญิงสาวที่เสียชีวิต ทราบว่า ซี่โครงหักทุกซี่ แขนฉีกขาดลักษณะเหมือนหนีบอะไรสักอย่างที่ระเบิดได้ ซึ่งไม่ใช่เครื่องมือที่ตำรวจใช้ เพราะแผลไหม้มากกว่าแก๊สน้ำตาที่ใช้
เมื่อถามว่า ระเบิดในมือที่ผู้บาดเจ็บกำไว้ตามภาพถ่ายเป็นระเบิดชนิดไหน พล.ต.ต.สุรพลกล่าวว่า กำลังนัดเจ้าหน้าที่กองพลาธิการมาดูว่าเป็นประเภทไหน และอานุภาพเป็นอย่างไร ส่วนแนวทางสืบสวนกลุ่มผู้ชุมนุมมีระเบิดปิงปองหรือไม่
พล.ต.ต.สุรพลกล่าวว่า ทราบว่ามีบางส่วน มีการปะทะก็มีการโยนใส่บ้าง แต่ชนิดที่เห็นในภาพยังไม่แน่ใจ อย่างไรก็ตาม กำลังตรวจสอบชื่อของบุคคลในภาพ เพื่อให้เกิดความชัดเจน
สำหรับภาพดังกล่าวช่างภาพ น.ส.พ.ฉบับหนึ่ง บันทึกภาพได้โดยรับบาดเจ็บจากการปะทะกับตำรวจด้านข้างกำแพง บช.น.เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยมือขวาถูกแรงระเบิดจนขาด ส่วนมือซ้ายยังคงกำระเบิดไม่ทราบเอาไว้อีก 1 ลูก ก่อนจะมีหน่วยพยาบาลเอาเปลมาลำเลียงออกไปส่งโรงพยาบาล
ผบ.ตร.โทษกทม.ไม่ให้รถน้ำฉีดม็อบ
ที่โรงพยาบาลตำรวจ (รพ.ตร.) นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี มามอบกระเช้าดอกไม้และเยี่ยมตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ มี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.ท.นพ.สมยศ ดีมาก แพทย์ใหญ่ รพ.ตร.ต้อนรับ
พล.ต.อ.พัชรวาทกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมาเยี่ยมให้กำลังใจและไม่ได้กำชับการทำงานเป็นพิเศษ บอกว่าให้ดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมให้เกิดความปลอดภัย และไม่ให้เกิดการปะทะ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้นั้นเป็นเพราะ ส.ส. และ ส.ว. จะต้องเข้าประชุมสภา จึงถามกลับว่าจะทำอย่างไรจะให้ ส.ส.และ ส.ว.เข้าไปประชุมสภาได้ต้องเปิดทางเข้าไปให้ได้
"ตอนนั้นต้องคิดว่าจะใช้อะไร กระบองใช้ไม่ได้เพราะจะเกิดการกระทบกระทั่งบาดเจ็บ ถ้าไม่ใช้แก๊สน้ำตาใช้โล่เปล่าๆ ดันก็คงไม่ได้ จึงตัดสินใจใช้แก๊สน้ำตาเพราะจะไม่ทำให้เกิดการกระทบกระทั่งมาก และใช้โล่ดันเพื่อเปิดทาง ถามว่า ทำไมไม่ใช้น้ำ ตำรวจไม่มีรถน้ำขอประสานขอไปยังกรุงเทพมหานคร (กทม.) ก็ไม่ได้ ได้รับคำตอบว่าน้ำมีไว้สำหรับรดต้นไม้ ไม่ได้มีไว้ฉีด ซึ่งเรื่องนี้สอบถามไปยังปลัด กทม.ว่าผมได้ประสานขอไป เพราะตำรวจต้องทำให้ ส.ส.และส.ว.เข้าไปประชุมได้อย่างปลอดภัยที่สุด"
ตร.ถูกรถชนเสียใจคนไทยแบ่งฝ่าย
ด้าน ส.ต.ต.พีราเชษ ธราปัญจทรัพย์ กองกำกับการควบคุมฝูงชน อายุ 25 ปี ซึ่งบาดเจ็บเพราะถูกรถชนระหว่างปฏิบัติหน้าที่ กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุปฏิบัติหน้าที่อยู่หน้ารัฐสภาเพื่อนำ ส.ส.ออกจากพื้นที่ ขณะนั้นกำลังช่วยเพื่อนตำรวจที่ถูกกลุ่มพันธมิตรรุมทำร้าย รู้สึกเพียงว่ามีของแข็งกระแทกด้านหลังอย่างแรงและสลบทันที มาทราบภายหลังว่าถูกรถชน ซึ่งอาการบาดเจ็บขณะนี้ ยังเจ็บที่ขา เอ็นข้อเข่าเคลื่อนอักเสบรุนแรง รอการผ่าตัด
"สิ่งที่เกิดขึ้น ผมไม่รู้สึกเสียกำลังใจ เพราะว่าเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ได้บอกกับครอบครัวไว้ว่าหากเกิดอะไรขึ้นก็เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ รู้สึกเสียใจมาก ไม่อยากให้มองว่าคนไทยแบ่งฝักฝ่าย เพราะทุกฝ่ายล้วนพบแต่ความสูญเสีย" ส.ต.ต.พีราเชษกล่าว
ข้อมูลจาก มติชน
