อนุพงษ์ เผยเมื่อวานไม่ได้เข้าพบ ป๋าเปรม อ้างยังวุ่นวายไม่ถึงขั้นทหารต้องปฏิวัติแก้ปัญหา ปัดข่าวกองทัพบีบ สมชายยุบสภา ลั่นกองทัพต้องเป็นกลางสกัดคนไทยฆ่ากันเอง ชี้ตัวเลขผู้บาดเจ็บพุ่งสูงต้องการดิสเครดิตจนท. จับตาระเบิดเพลิงสร้างสถานการณ์บีบทหารออกมาปฏิวัติ สั่ง 3 เหล่าทัพดูแลสถานที่สำคัญหวั่นมือที่ 3 สร้างสถานการณ์พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา
ผู้บัญชาการทหารบก
อนุพงษ์ ยันไม่ได้เข้าพบ ป๋าเปรม ยันกองทัพไม่บีบยุบสภา
เมื่อวันที่ 9 ต.ค. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ในรายการ "เรื่องเล่าเช้านี้" ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ถึงกรณีมีกระแสข่าวเข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 8 ต.ค. ว่า ยืนยันว่าไม่ได้เข้าพบตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด ซึ่งครั้งสุดท้ายที่ได้เข้าพบ พล.อ.เปรม คือวันที่ผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้ารับตำแหน่งใหม่
เมื่อผู้ดำเนินรายการถามว่า หลายฝ่ายบีบให้ทหารทำการรัฐประหาร มีโอกาสจะเกิดขึ้นหรือไม่ ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า ไม่มีสถานการณ์อะไรที่จะประเมินได้เช่นนั้น รวมทั้งไม่มีความวุ่นวายอะไรขนาดต้องใช้การปฏิวัติแก้ปัญหา ส่วนรัฐบาลจะแก้ปัญหาขณะนี้ได้หรือไม่ เป็นอีกประเด็น ขณะนี้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการรักษาความสงบเรียบร้อย ส่วนทหารมีหน้าที่เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานตามที่ได้รับการร้องขอให้ช่วยดูแล ทั้งนี้ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า รายงานที่ระบุกองทัพกำลังบีบนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยุบสภานั้น ไม่น่าถูกต้อง
อนุพงษ์ รายงาน ป๋าเปรม
ก่อนหน้านี้ มีรายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. วันที่ 8 ตุลาคม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เดินทางเข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ โดยใช้เวลาหารือประมาณ 1.30 ชั่วโมง ซึ่งคาดว่า เป็นการรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ต่อมาเวลา เวลา 14.00 น. พล.อ.อนุพงษ์ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ร่วม (คตร.) ได้เรียกประชุมคณะกรรมการ ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) โดยได้เชิญตัวแทนส่วนราชการต่างๆ เข้าร่วมประชุม อาทิ นายปณิธาน วัฒนายากร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ นักกฎหมาย นักวิชาการ ตำรวจ และคณะแพทย์จากโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่ กทม.ใช้เวลาประชุมกว่า 3 ชั่วโมง 30 นาที
ข่าวแจ้งว่า ระหว่างการประชุม นางจรวยพร ธรณินทร์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้แจ้งว่า กลางดึกคืนวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา มีคนปาระเบิดเพลิงเข้าไปในกระทรวงศึกษาธิการหลายลูก เชื่อว่ามีจุดประสงค์ให้เกิดไฟไหม้ภายในกระทรวงศึกษาธิการ และเป็นการสร้างสถานการณ์ ขณะที่หน่วยงานด้านความมั่นคงได้ยืนยันว่า กลุ่มพันธมิตรมีแผนที่จะเผาเมือง เพื่อต้องการบีบให้ทหารออกมาปฏิวัติ และดิสเครดิตรัฐบาล จึงจำเป็นต้องให้กำลังทหารทั้ง 3 เหล่าทัพ จัดกำลังดูแลสถานที่ราชการสำคัญ เพราะเกรงว่าจะมีมือที่สามเข้ามาสร้างสถานการณ์
อนุพงษ์ ลั่นไม่สนรัฐบาลไหน
แหล่งข่าวกล่าวว่า พล.อ.อนุพงษ์ได้กล่าวในที่ประชุมว่า "ผมไม่สนใจว่ารัฐบาลไหนเข้ามาบริหาร เราไม่เกี่ยวข้อง รัฐบาลนี้ไป รัฐบาลใหม่เข้ามา แต่ทหารต้องเป็นกลางและรักษาบ้านเมืองช่วยสกัดกั้น เพราะไม่ต้องการให้คนไทยฆ่ากันเอง และไม่อยากให้มีเหตุการณ์เช่นนี้อีก เพราะหากมีระเบิดเพลิงเกิดขึ้นอีก ต้องเข้าใจว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ เพื่อให้ทหารออกมาดำเนินการบางอย่าง ซึ่งจะสังเกตได้จากตัวเลขผู้บาดเจ็บ ซึ่งบางคนบาดเจ็บเล็กน้อย แต่เข้าไปแจ้งเพื่อให้ตัวเลขสูงขึ้น เป็นการดิสเครดิตเจ้าหน้าที่"
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวภายหลังการประชุมว่า คณะกรรมการต้องการเปิดให้ภาคส่วนต่างๆ มีส่วนร่วม โดยได้ทบทวนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อกำหนดเป็นมาตรการที่เหมาะสมไม่ให้เกิดอันตรายต่อประชาชน และ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ได้เสนอต่อที่ประชุม กรณีสังคมสงสัยการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น กรณีการใช้แก๊สน้ำตา จะใช้อย่างไร มีผลอย่างไร โดยตำรวจระบุว่าแก๊สน้ำตาไม่มีผลกับผู้ที่ได้รับแก๊สน้ำตา จนอวัยวะ แขน ขา ขาด ตามที่เป็นข่าว ทั้งนี้ เมื่อสังคมตั้งข้อสงสัย วิธีที่ดีคือ หลักวิทยาศาสตร์ ทั้ง พญ.คุณหญิงพรทิพย์จะจัดทีมงานเข้าไปตรวจสอบ ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แสดงความบริสุทธ์ใจ เพราะได้ทำงานอย่างเต็มที่ แต่ผลออกมาอย่างไรก็ชี้แจงต่อไป ซึ่งการดำเนินงานจะไม่ล่าช้า ต้องพิสูจน์ว่าจะเกิดอย่างไร เพื่อที่คลี่คลายข้อสงสัยของประชาชน
เชื่อรบ.อยู่ไม่นาน-รอวันยุบสภา
แหล่งข่าวจากนายทหารระดับสูง เปิดเผยว่า นายทหารชั้นผู้ใหญ่หลายคนวิเคราะห์แล้วว่า รัฐบาลชุดนี้อยู่ได้ไม่นาน เพราะยังมีหลายคดีที่รอคำพิพากษาของศาลอยู่ รัฐบาลก็รู้ดี แต่ขอให้ผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปก่อน แล้วจึงจะตัดสินใจยุบสภา ประมาณปลายปี เพื่อเลือกตั้งใหม่ โดยรัฐบาลมีความพยายามที่จะตั้ง ส.ส.ร.3 ขึ้นมา เพื่อแก้รัฐธรรมนูญปี 2550 แต่พันธมิตรกลัวว่ารัฐบาลจะเร่งผลักดันร่าง ส.ส.ร.3 ที่ทำโดยคณะกรรมการประชาชน เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ (คปพร.) จึงต้องเร่งการเคลื่อนไหวในช่วงเวลานี้มากขึ้น
"ขณะนี้แต่ละกองทัพ จัดกำลังเข้ามาช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดูแลสถานการณ์ โดยพื้นที่ปะทะกองทัพภาคที่ 1 ได้จัดกำลังกองพันที่ 3 กรมทหารราบที่ 1 (มหาดเล็ก) รักษาพระองค์ ประจำพื้นที่ลานพระบรมรูปทรงม้าฝั่งตะวันตก และบริเวณแยกกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ จนถึงแยกพิชัย รวมถึงบริเวณมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต โดยมีกองพันทหารราบมณฑลทหารบกที่ 11 ดูแลอยู่ภายในกองทัพบก
"สำหรับกองทัพอากาศ จัดกองร้อยรักษาความปลอดภัย กองบัญชาการอากาศโยธิน 2 กองร้อย เข้ามาดูแลอยู่ในพื้นที่ถนนพระราม 5 รอบวังสวนจิตรลดา และกระทรวงการต่างประเทศ ส่วนกองทัพเรือจัดกองร้อยรักษาความปลอดภัย เพื่อรักษาความเรียบร้อยอยู่บริเวณเชิงสะพานพระราม 8 แยกวิสุทธิ์กษัตริย์ ถนนราชดำเนิน" แหล่งข่าวกล่าว และว่า ทหารที่ออกมาปฏิบัติการจะผูกริบบิ้นสีขาวที่แขนข้างซ้าย เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าทหารวางตัวเป็นกลาง และไม่มีเจตนาที่จะออกมาทำร้ายประชาชน แต่กำลังทหารออกมาเพื่อป้องกันเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน
เด็ก วังบัวบาน จวกใจเสาะ
นายอิทธิเดช แก้วหลวง ส.ส.เชียงราย พรรคพลังประชาชน กลุ่มวังบัวบาน ที่ใกล้ชิดนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ตั้งแต่ทราบว่า พล.อ.ชวลิตมีชื่อเข้าร่วมคณะรัฐมนตรี ตนและ ส.ส.หลายคนก็เป็นห่วง เพราะ พล.อ.ชวลิตเป็นคนที่มีสปิริตทางการเมืองสูง อะไรนิดอะไรหน่อยก็คอยแต่จะลาออกอย่างเดียว ที่ผ่านมา พล.อ.ชวลิตก็เป็นอย่างนี้มาเสมอ จึงมีการคาดการณ์กันในหมู่ ส.ส.ว่า พล.อ.ชวลิตจะเป็นรัฐมนตรีคนแรกในรัฐบาลที่อยู่ไม่นานและจะประกาศลาออกก่อนใคร ซึ่งการลาออกอาจจะกระทบกับสถานภาพของรัฐบาลบ้าง แต่ไม่เป็นปัญหาอะไร เพราะทั้งหมดได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว
"ได้ข่าวมาว่าชาวบ้านในพื้นที่ จ.เชียงรายจะเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ เพื่อชุมนุมร่วมกันบริเวณท้องสนามหลวง วันที่ 10-14 ตุลาคม เพื่อร่วมชุมนุมระลึกถึงเหตุการณ์เรียกร้องประชาธิปไตย 14 ตุลาคม 2516 และร่วมอุดมการณ์รักษาประชาธิปไตย โดยมีแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นแกนนำในการดำเนินการ" นายอิทธิเดชกล่าว
ข้อมูลจาก มติชน
