เตือนผู้ปกครองพาบุตรหลานชุมนุมส่งผลทางจิตใจในระยะยาว เตรียมเยียมผู้ป่วย ญาติ ดูแลสุขภาพใจห่วงม็อบทำเครียด
เมื่อเวลา 11.30 น. ที่กรมสุขภาพจิต นพ.ชาตรี บานชื่น อธิบดีกรมสุขภาพจิต แถลงข่าวถึงกรณีสถานการณ์การเมืองที่มีความขัดแย้งรุนแรง ว่า จากเหตุการณ์การสลายชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดความสูญเสีย บาดเจ็บต่อร่างกายและจิตใจของประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อให้เกิดความเครียด และความตื่นตระหนก โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ สามารถแบ่งออกได้ 3 กลุ่มใหญ่ คือ1.กลุ่มผู้ประสบเหตุโดยตรง 2.กลุ่มญาติมิตร และ3.กลุ่มคนที่ติดตามข่าวสาร ซึ่งการรับรู้และความรู้สึกของคนต่อวิกฤตการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติและฝีมือของมนุษย์นั้นต่างกัน โดยทั่วไป วิกฤตที่เกิดขึ้นจากฝีมือมนุษย์มักส่งผลกระทบต่อจิตใจที่รุนแรงและยาวนานกว่า
นพ.ชาตรี กล่าวว่า ประชาชนจะเกิดความเครียด เนื่องจากร่างกายและจิตใจเกิดการตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ โดยร้อยละ 80-90 ของผู้ที่ประสบเหตุการณ์วิกฤต จะเกิดอาการเช่นนี้อยู่แล้ว ภายใน 1 สัปดาห์ 1 เดือน และจะหายได้เองเมื่อเวลาผ่านไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่สำหรับบางคนไม่สามารถจัดการกับความเครียดได้ อาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคเครียดภายหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ หรือ PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) ที่จะส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตในระยะยาวได้ ทั้งนี้ ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง มีประชาชนจำนวนมากได้โทรศัพท์เข้ามาสอบถามถึงปัญหาความเครียดที่เกิดขึ้นจำนวนมาก
นพ.สุจริต สุวรรณชีพ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กล่าวว่า การบำบัดและเยียวยาเหยื่อในเหตุการณ์เป็นสิ่งที่สำคัญมากและต้องเร่งช่วยเหลือ โดยกรมสุขภาพจิต ประสานกับสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร(กทม.) ศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่กรุงเทพฯ เตรียมส่งทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตลงพื้นที่ดูแลจิตใจผู้บาดเจ็บและญาติผู้สูญเสีย จำนวน 478 คน เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการเกิดโรคดังกล่าว ซึ่งเป็นมาตรการการเยียวยาเดียวกับผู้ประสบเหตุพฤษภาทมิฬ ผู้ประสบภัยสึนามิ และเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วน สุขภาพจิต 1323 จะมีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา โดยในรายที่มีอาการหนัก จะจัดทีมไปรับผู้ป่วยส่งรักษาโรงพยาบาลทันที
นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผู้อำนวยสำนักสุขภาพจิตสังคม กล่าวว่า กลุ่มที่น่าเป็นห่วงคือ เด็กที่อยู่ในพื้นที่การชุมนุม การเห็นภาพรุนแรงมีผลกระทบโดยตรงกับเด็ก ทั้งเด็กที่ได้รับบาดเจ็บและไม่ได้รับบาดเจ็บ ผู้ปกครองจำเป็นต้องประเมินในการให้เด็กเข้าไปอยู่ในพื้นที่เหล่านั้น เช่นเดียวกับการชมโทรทัศน์ ยิ่งเป็นเด็กเล็ก จะไม่สามารถแยกแยะได้ว่าอะไรเป็นอะไร และเกิดความกลัวในที่สุด ส่งผลกระทบที่สังเกตได้คือ เด็กเลี้ยงยากขึ้น กินยาก นอนยาก ส่วนผลกระทบจิตใจอาจส่งผลในระยะยาวโดยเฉพาะเด็กที่ได้รับผลกระทบโดยตรงที่เห็นเหตุการณ์ ผู้ปกครองที่พาบุตรหลานไป ซึ่งมีอารมณ์ร่วมกับเหตุการณ์อยู่แล้ว อาจไม่ทันได้ดูแลและระวัง ในการให้เด็กได้รับรู้ความรุนแรง หรือ ฟังคำพูดที่หยาบคาย ซึ่งพ่อแม่จำเป็นต้องใช้วิจารณญาณและไม่ควรปลูกฝังความเกลียดให้กับเด็ก แต่ควรอธิบายเหตุผลเพื่อสร้างความฉลาดทางอารมณ์
ข้อมูลจาก ข่าวสด
