หนังสือพิมพ์ วอชิงตันโพสต์ ตีพิมพ์รายงานของนายทิม จอห์นสัน ผู้สื่อข่าวประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 10 ต.ค. โดยระบุว่า ภาวะปั่นป่วนและไม่แน่นอนทางการเมืองในไทยเริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ เป็นการซ้ำเติมภาวะชะลอตัวที่เกิดจากวิกฤตในตลาดส่งออกสำคัญของไทยอย่างสหรัฐอเมริกาและยุโรปย ซึ่งในระยะสั้นปัญหาทางการเมืองและความรุนแรงที่เกิดขึ้นจะทำให้นักท่องเที่ยวไม่เดินทางมายังไทย พร้อมกับทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อเมืองไทยมากขึ้น รายได้จากการท่องเที่ยวซึ่งทำรายได้คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 6 เปอร์เซ็นต์ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เริ่มลดลงเพราะภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวก่อนหน้าที่จะมีการปะทะกันครั้งนี้ด้วยซ้ำไปรายงานระบุต่อว่า ในระยะปานกลาง ภาวะการเมืองที่ไม่แน่นอน มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลบ่อยครั้ง มีนายกรัฐมนตรีมากถึง 4 คนแล้วในช่วงระยะเวลาเพียง 2 ปีเศษ จะส่งผลให้รัฐบาลเผชิญกับความยุ่งยากมากขึ้นในการนำเอานโยบายการก่อสร้างสาธารณูปโภคและโครงการลงทุนขนาดใหญ่มาปฏิบัติ ทั้งๆ ที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าโครงการดังกล่าวเป็นความจำเป็นในอันที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
วอชิงตันโพสต์ระบุด้วยว่า การปะทะกันที่เกิดขึ้นยิ่งทำให้โอกาสที่จะมีการประนีประนอมกันขึ้นลดน้อยลงไปอีกจนเป็นที่คาดหมายกันอย่างกว้างขวางว่าน่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า โดยคาดกันว่าพรรคพลังประชาชนน่าจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งดังกล่าวอีกครั้ง
ข้อมูลจาก มติชน
