อ้างแผนใหม่ของตำรวจที่จะใช้คือ ตำรวจนอกเครื่องแบบป่วนการชุมนุมพันธมิตรทั้งสะพานมัฆวาน และทำเนียบฯ และจะอ้างว่าเป็นการกระทำของพวกนรกป่วนกรุง หรือ นปก.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.00 น. แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นเวทีปราศรัยต่อผู้ชุมนุมประจำวัน พล.ต.จำลอง ศรีเมือง กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทำให้พี่น้องพันธมิตรฯ ต้องมาได้รับบาดเจ็บ และสูญเสียชีวิต อย่างไม่น่าจะเกิดขึ้น ตนในฐานะแกนนำพันธมิตรฯ ตนก็ขอแสดงความเสียความใจต่อการสูญเสียในครั้งนี้ เพราะตนได้ทราบมาว่าตำรวจได้เปลี่ยนแบบใหม่จากแผนเดิมที่ได้เคยวางแผนเอาไว้ โดยแผนใหม่ของตำรวจที่จะใช้คือ จะใช้ตำรวจนอกเครื่องแบบมาป่วนการชุมนุมของพันธมิตรทั้งสะพานมัฆวาน และที่ทำเนียบรัฐบาล และจะอ้างว่าเป็นการกระทำของพวกนรกป่วนกรุง หรือ นปก.
ดังนั้นหากวันใดการชุมนุมพันธมิตรถูกสลายการชุมนุมจริง ตนขอให้พี่น้องพันธมิตรที่อยู่ในกรุงเทพฯ และที่อยู่ในต่างจังหวัดต่างๆเตรียมลุกขึ้นตอบโต้การกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ในทันทีในวันรุ่งขึ้น ซึ่งสิ่งที่ตนพูดนี้ไม่ขู่น้องๆตำรวจนะ แต่เราจะต้องทำให้พวกเรารู้บ้าง
นายสนธิ ลิ้มทองกุล กล่าวว่า ตนอยากจะให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.เลิกพูดว่าทหารเป็นกลาง และทหารยืนเคียงข้างประชาชนเสียที เพราะตนเห็นว่าความเป็นกลางของ พล.อ.อนุพงษ์ คือ การยอมรับงบประมาณในการจัดซื้ออาวุธที่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช จัดสรรให้จำนวนมากถึงสองหมื่นกว่าล้านบาท ซึ่งงบประมาณดังกล่าวนี้ได้ทำพล.อ.เงียบ นี่แหละคือความเป็นกลางของ พล.อ.อนุพงษ์
จากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เจ้าหน้าที่ตำรวจการสลายการชุมนุม ทหารทำอะไรบ้าง ทหารทำตัวนิ่งเงียบคอยยืนดูพี่น้องประชาชนได้รับบาดเจ็บและล้มตาย วันนี้ตนเห็นทหารมาทำหน้าที่ยืนเป็นแขกยาม ดังนั้นตนเห็น พล.อ.อนุพงษ์ ควรจะเลิกพูดได้แล้วว่าทหารยืนเคียงข้างประชาชน และควรจะเปลี่ยนคำใหม่ว่า ทหารจะยืนเคียงข้างศพประชาชนน่าจะเหมาะสมกว่า
นายสนธิ กล่าวอีกว่า ในขณะนี้เราได้ทำสติ๊กเกอร์ที่พิมพ์ข้อความว่า ไม่ต้อนรับนักการเมืองทรราช ไว้ จำนวนหนึ่งหมื่นห้าพันแผ่น ซึ่งหากใครอยากจะได้และนำไปติดก็ให้มาติดต่อข้อรับสติ๊กเกอร์ดังกล่าวได้ฟรี ส่วนหนังสือและวีซีดี.บันทึกเหตุการณ์การสลายการชุมนุมของพันธมิตรในขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการอยู่ ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ และจะออกนำไปจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนในที่สวนจัตุจักรจำนวน 20,000 คน
ด้าน นายพิภพ ธงไชย หนึ่งในแกนนำฯ กล่าวว่าที่ผ่านมาที่แกนนำไม่ยอมมอบตัวเพราะเราเห็นว่การตั้งข้อกล่าวหาของเจ้าหน้าที่เป็นการตั้งข้อกล่าวหาที่เกินเลยความจริงและแกนนำทั้งหมดไม่ยอมรับข้อกล่าวหา แต่เมื่อศาลได้พิจารณาแล้วเห็นว่า การตั้งข้อกล่าวหาของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นสิ่งเกินเลยและยกเลิกหมายจับ แกนนำจึงยอมรับและมอบตัวในข้อกล่าวหาที่เหลือ และเราพร้อมที่จะต่อสู้คดีตามกฎหมาย
ส่วนเหตุการณ์สลายการชุมนุมด้วยความรุนแรงโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ตำรวจจะต้องดำเนินการหา ผู้ใช้ความรุนแรงกับประชาชนมาลงโทษให้ได้และยิ่งเราได้รับทราบข่าวมาว่าเจ้าหน้าที่เตรียมใช้ความรุนแรงในการสลายการชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลอีก หากเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ตนคิดว่าหลังจากนั้นไปประชาชนคงจะไม่อดทนใช้วิธีอหิงสาและสันติต่อไป และอาจมีการตอบโต้ซึ่งเรื่องนี้ก็มีตัวอย่างเกิดขึ้นแล้วในตะวันออกกลาง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการชุมนุมของพันธมิตรที่เวทีทำเนียบรัฐบาล ซึ่งถือว่าเป็นเวทีปราศรัยหลัก ตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมา มีความคึกคักอย่างมาก มีประชาชนเดินทางเข้ามาร่วมฟังการปราศรัยกันจำนวนมาก ซึ่งสำหรับประเด็นการปราศรัยส่วนใหญ่ยังคงหยิบยกเหตุการณ์ใช้ความรุนแรงในการสลายการชุมนุม
และกล่าวโจมตีว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นการกระทำของนายกฯ และผู้บัญชาการ และรองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่ง ซึ่งบุคคลต่างๆที่เกี่ยวข้องนี้จะต้องรับผิดชอบต่อความสูญเสียเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามในวันจันทร์ที่ 13 ต.ค.นี้ ขอให้พันธมิตรทุกคนที่จะเดินทางไปในวันดังกล่าว ให้สวมเสื้อดำเพื่อเป็นการไว้อาลัยต่อความสูญเสียพี่น้องพันธมิตรฯทั้งหมด
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
