ผบ.ตร.ตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง เหตุตำรวจสลายกลุ่มพันธมิตร ดึงรองอธิการบดีจุฬาฯคุมทีม ให้รายงานผลเบื้องต้นใน 7 วัน ทาบอดีตผู้พิพากษาเป็น ปธ.ชุดรัฐบาล ปชป.จี้แก้วิกฤต 3 ด้าน ก่อนจะทำลายตัวเอง ป.ป.ช.เล็งตั้งอนุ กก.สอบสมชายสั่งสลายการชุมนุม ตร.ตั้งคณะตรวจสอบข้อเท็จจริงพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีคำสั่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง เหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ปิดล้อมรัฐสภา เพื่อกดดันไม่ให้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ โดยมี นพ.เจษฎา แสงสุพรรณ รองอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นหน้าคณะทำงาน และให้สรุปเบื้องต้นภายใน 7 วัน
เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม มีรายงานว่า พล.ต.อ.พัชรวาทได้มีคำสั่ง ตร.ที่ 690/2551 ลงวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา ตั้ง นพ.เจษฎาเป็นประธานคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง พล.ต.อ.อำนวย เพชรศิริ ส.ว.สรรหา พล.ต.อ.สมชาย มิลินทางกูร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ (รอง อ.ตร.) เป็นรองหัวหน้า พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม พล.ท.คำนวณ เธียรประมุข เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก นายเรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์ รองประธานกรรมการบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) นายพนา ทองมีอาคม คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียว เฉลิมพระเกียรติ
พล.ต.ท.นพ.เลี้ยง หุยประเสริฐ อดีตนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ พล.ต.ท.ณรงค์ กุลนิเทศ อดีตผู้บังคับการตำรวจวิทยาการ ภาค 2 พล.ต.ท.ดนัยธร วงศ์ไทย ผู้บัญชาการสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ และ พล.ต.ท.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เป็นคณะทำงาน พล.ต.ต.บุญส่ง จีระเรืองรัตนา ผู้บังคับการกองนิติการ เป็นเลขานุการ พล.ต.ต.ปัญญา เอ่งฉ้วน ผู้บังคับการกองวินัย พ.ต.อ.ปรีดี พงศ์เศรษฐสันต์ ผู้กำกับการวิทยาการเขต 11 กองวิทยาการ 1 สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
ให้รายงานผลสรุปภายใน7วัน
ทั้งนี้ คำสั่งระบุว่า ให้คณะทำงานดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และรวบรวมข้อมูล พยานหลักฐาน ทั้งจากภายในและภายนอก เกี่ยวกับการปฏิบัติในการควบคุมฝูงชนในห้วงตั้งแต่วันที่ 6-7 ตุลาคมที่ผ่านมา ว่าเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง และแผนปฏิบัติการ ที่กำหนดไว้หรือไม่ อย่างไร และเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นมาจากสาเหตุใด โดยสามารถสั่งการทุกหน่วยในสังกัด ตร. หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตลอดจนขอความร่วมมือจากสื่อมวลชน หรือบุคคลภายนอกมาให้ถ้อยคำ ข้อมูลข่าวสาร หรือจัดส่งเอกสาร พยานหลักฐานใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ทั้งนี้ สามารถแต่งตั้งคณะทำงานย่อยได้
อย่างไรก็ตาม ให้คณะทำงานให้ความสำคัญ และเร่งรัดดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว และรายงานผลการดำเนินการเบื้องต้นให้ทราบภายใน 7 วัน คำสั่งระบุ
สมชายให้ตร.ทำตามศาลสั่ง
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ที่หน้าบ้านพักหมู่บ้านเบเวอร์รี่ ฮิลล์ ถนนแจ้งวัฒนะ กรณีกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จะจัดชุมนุมที่ท้องสนามหลวงว่า ไม่เกี่ยว เพราะไม่ค่อยรู้เรื่องนั้น และได้พูดไปแล้วว่าไม่สนับสนุนให้มีการวิวาทหรือปะทะกัน โดยจะไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ทราบแล้ว และแจ้งให้ตำรวจปฏิบัติตามคำสั่งศาลให้เคร่งครัด
ผมคิดว่าแต่ละคนมีจิตสำนึกว่าเราก็ประสบปัญหาเยอะ ต่อไปก็ยังมีปัญหาเศรษฐกิจอีก อะไรอีก เรื่องปากท้องชาวบ้านเรื่องความยากจน และก็เคยพูดว่าที่ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นก็ไม่ประสงค์ที่จะมาทำงานการเมือง ไม่ใช่ว่ามาเล่นการเมือง หรือเอาแต่การเมือง เพราะมันทำให้เสียเวลา อยากจะใช้เวลาส่วนใหญ่หลังจากแถลงนโยบายแล้วไปแก้ปัญหาความยากจน ไปดูแลคนที่ลำบาก นายสมชายกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า แกนนำ นปช.ส่วนหนึ่งเป็น ส.ส.พรรคพลังประชาชน (พปช.) จะมีการห้ามปรามหรือไม่ ปรากฏว่านายสมชายไม่ตอบคำถาม และหันหลังเดินกลับเข้าบ้านไปทันที
ทาบอดีตผู้พิพากษานั่งปธ.สอบ
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการ 2 ชุดขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม ว่านายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าภายในสัปดาห์หน้าจะได้คณะกรรมการทั้ง 2 ชุดครบถ้วน โดยเฉพาะตัวประธานคณะกรรมการที่จะตั้งขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการทาบทามผู้ที่เหมาะสมอยู่ โดยคณะกรรมการทั้ง 2 ชุดนี้เป็นการแสดงความรับผิดชอบเบื้องต้นของรัฐบาลแล้ว แต่ด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีรายละเอียดมากกมาย จำเป็นจะต้องศึกษาให้ถี่ถ้วนก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะต้องตัดสินใจแสดงความรับผิดชอบในขั้นไหนต่อไป แต่ก็ต้องเรียกร้องต่อสังคมว่าเหตุที่เกิดขึ้นนั้นแกนนำกลุ่มพันธมิตรต้องร่วมรับผิดชอบกับรัฐบาลด้วยหรือไม่อย่างไร
แหล่งข่าวจากแกนนำ พปช.ที่ใกล้ชิดนายสมชายเปิดเผยว่า นายสมชายได้ทาบทามผู้ที่เหมาะสมมารับตำแหน่งประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงของรัฐบาลแล้ว โดยเป็นอดีตผู้พิพากษาอาวุโส ซึ่งที่ผ่านมามักไม่ปรากฏชื่อเป็นข่าวต่อสื่อมวลชน โดยภายในสัปดาห์หน้านายสมชายจะเป็นผู้เปิดเผยรายชื่อด้วยตัวเอง
เฉลิม ยันไม่ ยุบสภา-ลาออก
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ช่วยหาเสียงให้นายแสวง ฤกษ์จรัล ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 11 พปช. ที่ซอยไชยฉิมพลี เขตภาษีเจริญ ว่า เชื่อว่านายกรัฐมนตรีจะไม่ยุบสภาหรือลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม ตามข้อเรียกร้องของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะถึงยุบสภาหรือลาออกไป ก็เป็นไปได้ว่า พปช.อาจกลับมาเป็นรัฐบาลอีก แล้วพรรคประชาธิปัตย์รวมถึงฝ่ายต่อต้านก็จะไม่ยอม ดังนั้น ทางที่ดีที่สุด คือการตั้งกรรมการขึ้นมาพิสูจน์ข้อเท็จจริง ทั้งนี้ ขอยืนยันในฐานะนายตำรวจเก่าว่า ไม่มีตำรวจคนไหนคิดร้ายต่อประชาชน สิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะมาจากความผิดพลาด บกพร่อง หรืออื่นๆ ซึ่งต้องพิสูจน์ทราบ ความจริงจึงจะปรากฏ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้แสดงความรับผิดชอบต่อเหตุดังกล่าวเพียงพอแล้วหรือยัง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า รัฐบาลก็กำลังพิสูจน์ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร จึงได้ตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมา 2 ชุด หากผลการสืบสวนข้อเท็จจริงปรากฏว่าใครทำผิด ค่อยมาดูใจว่ารัฐบาลรับผิดชอบหรือไม่ มันต้องทำเป็นขั้นเป็นตอน ที่ผ่านมามีแต่การคาดการณ์ ยังไม่มีคนรู้ข้อเท็จจริง
ปัดสั่งสลายม็อบพันธมิตร
ส่วนกระแสข่าวที่อดีตนายตำรวจเก่าในรัฐบาลเป็นคนสั่งการให้สลายการชุมนุมนั้น ร.ต.อ.เฉลิมยืนยันว่า ไม่น่าจะหมายถึงตน เพราะอยู่กระทรวงสาธารณสุข แต่ยืนยันว่า ได้เสนอให้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รักษาสถานการณ์ในที่ประชุม ครม.จริง ทั้งนี้ เห็นว่า ใน ครม.มีคนเก่งกว่าตนมากมาย มีอดีตอธิบดีกรมตำรวจถึง 2 คน คือ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และพล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงหมาดไทย ส่วน พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ก็มีประสบการณ์สูง ยืนยันว่าเรื่องนั้นตนไม่เกี่ยวข้อง เพราะขณะนี้เป็นแค่หมอเหลิม
ส่วนที่กองทัพออกมาถามหาความรับผิดชอบจากรัฐบาล ผมแค่คิดว่า อะไรก็ตาม ต้องเอาคนกลางมาพิสูจน์ และไม่ขอวิจารณ์ว่า ผบ.เหล่าทัพกำลังบีบให้นายกฯลาออกหรือไม่ ส่วนที่ พล.อ.ชวลิตออกมาเรียกร้องให้ พล.อ.อนุพงษ์ปฏิวัติ ก็ไม่รู้ว่าแกคิดอะไร เพราะยังไม่ได้คุยกัน ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว
ปชป.ซัดนายกฯตีสองหน้า
นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงที่พรรคประชาธิปัตย์ ว่า พฤติกรรมที่ผ่านมาของนายกรัฐมนตรี ได้ทำให้บ้านเมืองอยู่ในจุดเสี่ยงต่อความรุนแรง และเสี่ยงต่อการสะดุดลงของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอีกครั้ง สภาวะนี้เกิดขึ้นเพราะนายสมชายปฏิเสธการแสดงความรับผิดชอบต่อการใช้ความรุนแรงเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม โดยจนถึงบัดนี้ ยังไม่เคยได้ยินคำว่าเสียใจหรือขอโทษจากปากของนายกรัฐมนตรี
นอกจากไม่ขอโทษแล้ว ก็ใช้ยุทธศาสตร์ตีสองหน้า คือ ออกข่าวว่า ไม่อยากให้นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไปร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช. (แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ) แต่ไม่ห้ามนายณัฐวุฒิไปร่วมงานความจริงวันนี้ ซึ่งมี ส.ส.พลังประชาชน และอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยร่วมเวทีด้วย นพ.บุรณัชย์กล่าว และว่า ที่นายกฯพูดว่า หากเรื่องจบ มีการตั้ง ส.ส.ร.3 ยินดีจะยุบสภานั้น น่าจะเป็นแค่การถ่วงเวลา ซื้อเวลาต่อไป
ตั้งฉายาเพชฌฆาตมั่วนิ่ม
ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายกฯต้องแสดงความรับผิดชอบที่ใช้ความรุนแรงในการสลายการชุมนุม เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม โดย 1.แสดงความรับผิดชอบต่อผู้ชุมนุมที่บาดเจ็บ 2.แสดงความรับผิดชอบต่อวิกฤตเศรษฐกิจ ที่เกิดจากการบริหารงานที่ผิดพลาดของรัฐบาล และ 3.แสดงความรับผิดชอบต่อวิกฤตการเมืองในระบบประชาธิปไตย ที่ทำให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. เปลี่ยนท่าทีจากที่เคยปฏิเสธมาตลอดว่า จะไม่มีการปฏิวัติรัฐประหารอย่างเด็ดขาด แต่ล่าสุด พล.อ.อนุพงษ์กลับระบุว่า ไม่มั่นใจว่าจะไม่รัฐประหาร
นายกฯต้องตัดสินใจทางการเมืองครั้งสำคัญ ก่อนที่วิกฤตจะบานปลายออกไป ขอให้นายกฯเร่งยุติวิกฤตทั้ง 3 ด้านของประเทศไทย ก่อนที่จะทำลายตัวนายกฯเอง และพวกเราทุกคน จนยากแก่การเยียวยาแก้ไขได้
นายองอาจกล่าว และว่า ตั้งแต่เกิดเหตุ พฤติกรรมของนายกฯถือเป็นพฤติกรรมเพชฌฆาตมั่วนิ่ม เพราะเป็นส่วนสำคัญให้เกิดการทำร้ายประชาชน แต่กลับหาทางมั่วนิ่มตั้งคณะกรรมการอิสระ เพื่อหวังจะมาช่วยบรรเทาปัญหาได้ รวมทั้งปล่อยลิ่วล้อโยนความผิดให้กับผู้ชุมนุม การกระทำทั้งหมดของนายกฯจึงถือตรงข้ามกับสิ่งที่สร้างภาพไว้ว่า เป็นคนนุ่มนวล
ป.ป.ช.เล็งสอบนายกฯสั่งลุยม็อบ
นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า การประชุมวันที่ 14 ตุลาคมนี้ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.จะรายงานกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นเรื่องให้กับ ป.ป.ช.ไต่สวนนายกรัฐมนตรี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงหลายคน ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ด้วยวิธีรุนแรง ให้ที่ประชุม ป.ป.ช.ได้รับทราบ ซึ่งหากข้อมูลดังกล่าวมีรายละเอียดเพียงพอ ก็อาจจะตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนได้ทันที ซึ่ง ป.ป.ช.จะเร่งไต่สวนคดีนี้โดยเร็ว เนื่องจากอยู่ในความสนใจของประชาชน และเป็นเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นกลางเมือง
หากมีการตั้งอนุกรรมการไต่สวนจริง ก็ต้องเรียกข้อมูลและมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีการหารือกันในวันที่ 6 ตุลาคมมาพิจารณาด้วย เพื่อดูว่านายกฯมีการสั่งการอย่างไร ก่อนที่จะเกิดการสลายม็อบในวันรุ่งขึ้น นายวิชากล่าว
หมอพรทิพย์ ทดสอบแก๊สน้ำตา
เวลา 12.30 น. ที่บริเวณ สน.พันธมิตร ด้านหลังเวทีสะพานมัฆวานรังสรรค์ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประสานงานไปยังคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมทีมงานมาตรวจหลักฐานปลอกกระสุนแก๊สน้ำตา และระเบิดชนิดต่างๆ ที่การ์ดพันธมิตร เก็บได้จากสถานที่ต่างๆ ที่มีการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม เช่น บริเวณหน้ารัฐสภา หน้า บช.น. บริเวณ
แยกถนนพิชัย และบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า
หลักฐานที่เก็บได้ประกอบด้วยขวดเครื่องดื่มยี่ห้อสปอนเซอร์และขวดกระทิงแดง ที่ปากขวดมีผ้าอุดอยู่ ลักษณะเหมือนระเบิดเพลิง อย่างละ 1 ขวด, กระป๋องสี โดยข้างขวดมีชนวนระเบิดพันด้วยเทปสีแดง ยังใช้การได้อยู่ 1 กระป๋อง นอกจากนี้บริเวณแยกขัตติยาณี พบปลอกกระสุนแก๊สน้ำตา 2 ลูก,แยกอู่ทองใน 7 ลูก,แยกการเรือน 5 ลูก และแยกพิชัย 7 ลูก กระเดื่องระเบิดและเศษเหล็กอีกจำนวนหนึ่ง
ต่อมา ที่กองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 1 ถนนอำนวยสงคราม เขตดุสิต กทม. พญ.คุณหญิงพรทิพย์ นายสุรสีห์ โกศลนาวิน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พล.ต.ท.ชัชวาลย์ สุขสมจิตต์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พล.ต.ท.ดนัยธร วงศ์ไทย ผู้บัญชาการสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ พล.ต.อุทิศ สุนทร ผบ.มทบ.11 นำลูกยิงและลูกขว้างแก๊สน้ำตาที่ผลิตจากประเทศจีน สเปน และสหรัฐอเมริกา รวม 6 ลูกมายิงทดสอบ เพื่อหาสารระเบิด บริเวณสนามฟุตบอลภายในมณฑลทหารบกที่ 1 โดยมี พ.อ.ชาติชาย สุคนธสิงห์ ผู้อำนวยการกองการศึกษา กรมสรรพาวุธทหารบก เป็นผู้ดูแลควบคุมการทดสอบ
กก.สิทธิฯระบุผลทดสอบแก๊สน้ำตามีความแรงมาก
นายสุรสีห์ โกศลนาวิน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในฐานะประธานอนุกรรมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่ตรวจสอบเหตุการณ์สลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา กล่าวภายหลังร่วมสังเกตุการณ์การทดสอบยิงแก๊สน้ำตาว่า สิ่งที่เห็นชัดเจนนั้นพบว่าแก๊สน้ำตาจากประเทศจีนทั้งชนิดยิงและขว้างมีความรุนแรงมากที่สุด เนื่องจากกระสอบที่ใช้เป็นเป้ายังได้รับความเสียหาย แต่หากไปตกอยู่บนตัวคนจะเป็นอย่างไร
ม็อบพันธมิตร4รายอาการยังหนัก
นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยผู้บาดเจ็บจากเหตุสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้บาดเจ็บ 471 ราย เสียชีวิต 2 ราย ว่า ยังมีผู้บาดเจ็บนอนรักษาในโรงพยาบาล 47 ราย เป็นชาย 35 ราย หญิง 12 ราย
อยู่ที่โรงพยาบาลกลาง 3 ราย โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 3 ราย โรงพยาบาลศิริราช 3 ราย โรงพยาบาลราชวิถี 1 ราย โรงพยาบาลพระมงกุฎ 6 ราย โรงพยาบาลรามาธิบดี 10 ราย โรงพยาบาลตำรวจ 9 ราย โรงพยาบาลเลิดสิน 1 ราย และวิทยาลัยแพทยศาสตร์ กทม.และวิชรพยาบาล 11 ราย
ในจำนวนนี้อาการหนักอยู่ในห้องไอซียู 4 ราย คือที่วชิรพยาบาล 1 ราย โรงพยาบาลรามาธิบดี 1 ราย โรงพยาบาลพระมงกุฎ 1 ราย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 1 ราย เป็นชาย 3 ราย หญิง 1 ราย ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะนี้ยังนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล 10 ราย อยู่ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎ 1 ราย ที่เหลืออยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ ได้รับการดูแลจากทีมแพทย์เจ้าหน้าที่ทุกแห่งอย่างใกล้ชิด
ข้อมูลจาก มติชน
