นายกฯ เตรียมเข้าเฝ้าฯ ในหลวง ปัดไม่ใช่ขอลาออก ป.ป.ช.ตั้งอนุกก.สอบความจริงหาคนผิดสลายม็อบ14ต.ค. เด็กบิ๊กจิ๋ว ออกโรงโต้แทนนาย ปัดสั่งปราบผู้ชุมนุม อภิสิทธิ์ กังวล กก.2 ชุดที่รัฐบาลตั้งไม่เป็นอิสระจริง หมอพรทิพย์ ระบุแก๊สน้ำตาจีนมีสารระเบิด ส่วนมากตร.ใช้ นายกฯ เตรียมเข้าเฝ้าฯ ในหลวง ปัดไม่ใช่ขอลาออกนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ว่า นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อ.หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อถวายรายงานทั่วไป ทั้งนี้ เป็นการไปเข้าเฝ้าฯ ถวายรายงานทั่วไป การบริหารราชการแผ่นดิน การทำงานของรัฐบาล และไม่ใช่ไปเพื่อขอลาออกจากตำแหน่ง อย่างแน่นอน
ท่านนายกฯ ไม่ได้ไปลาออก เพราะว่านายกฯ มีความตั้งใจจะทำงานต่อไป โฆษกรัฐบาล กล่าว
ป.ป.ช.ตั้งอนุกก.สอบความจริงหาคนผิดสลายม็อบ14ต.ค.
นายวิชา มหาคุณ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 13 ต.ค. ว่าย ป.ป.ช.เตรียมนำเรื่องการที่ตำรวจเข้าสลายการชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บริเวณหน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ต.ค. จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมากย ย เข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ในวันที่ 14 ต.ค. นี้ย โดยจะแต่งตั้งอนุกรรมการสอบข้อเท็จจริงย รวมถึงได้มีการขอบันทึกการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษเมื่อคืนวันที่ 6 ต.ค. มาเป็นแนวทางในการสอบสวนด้วยย อย่างไรก็ตามย มั่นใจว่าจะสามารถชี้มูลการกระทำความผิดของผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าวได้
เด็กบิ๊กจิ๋ว ออกโรงโต้แทนนาย ปัดสั่งปราบผู้ชุมนุม
เมื่อเวลา 11.00 น. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน (พปช.) คนใกล้ชิด พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวที่รัฐสภาถึงกรณีที่มีผู้กล่าวหา พล.อ.ชวลิต สั่งสลายการชุมนุมในวันที่ 7 ต.ค. ว่า ตนอยู่ในเหตุการณ์กับ พล.อ.ชวลิต ที่ดอนเมืองในคืนวันที่ 6 ต.ค.ตั้งแต่ช่วงค่ำจนถึงเที่ยงคืน จากนั้นก็เดินทางไปกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) จนถึงตีสองก็รับทราบว่าพล.อ.ชวลิตได้เสนอให้แก้ไขปัญหาโดยยึดหลักสันติวิธี เพราะในการประชุมครม.นัดพิเศษที่ดอนเมือง พล.อ.ชวลิตได้แจ้งต่อที่ประชุมว่าจากการจับแกนนำพันธมิตรฯ 2 คนทำให้กลุ่มพันธมิตรฯ มองว่ารัฐบาลไม่จริงใจที่จะแก้ปัญหาความไม่ปรองดองจึงประกาศให้พันธมิตรฯ ทั้งกรุงเทพฯและต่างจังหวัดเข้ามากดดันรัฐบาลด้วยการเคลื่อนขบวนมาปิดล้อมหน้าสภาเพื่อขัดขวางการแถลงนโยบายของรัฐบาลที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 7-9 ต.ค.
นายชวลิต กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกันโดยไม่จำเป็น พล.อ.ชวลิตจึงเสนอทางออกแก้ปัญหาต่อที่ประชุมด้วยการให้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3-4 กองร้อย รักษาสถานที่ราชการ คือรัฐสภาเพื่อป้องกันไม่ให้มีการบุกรุกเข้าไปทำลายทรัพย์สินของทางราชการ หรือให้ย้ายสถานที่ประชุมรัฐสภาไปที่อื่น เช่น หอประชุมกองทัพไทย ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งก็มีรัฐมนตรีหลายคนอภิปรายสนับสนุนอ้างอุทาหรณ์เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2516 รวมทั้งนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกฯ ก็อภิปรายสนับสนุนด้วย โดยมีการเสนอสถานที่ประชุมเพิ่มเติม เช่น หอประชุมกานตรัตน์ หอประชุมกองทัพเรือ ในขณะเดียวกันก็มีรับมนตรีหลายคนอภิปรายไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่ารัฐบาลถูกยึดทำเนียบไปแล้ว หากรัฐสภาถูกยึดไปอีกบ้านเมืองก็จะไม่มีขื่อมีแป
นายชวลิต พล.อ.ชวลิต กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นนายชูศักดิ์ ศิรินิล เลขาธิการนายกฯ ได้ประสานไปยังนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ได้รับคำตอบว่าประชุมตามวันเวลาและสถานที่ที่กำหนดไว้ไม่เปลี่ยนแปลง จากนั้นก็มีรัฐมนตรีอภิปรายว่าการกำหนดระเบียบวาระการประชุมสภาเป็นอำนาจนิติบัญญัติ รัฐบาลที่เป็นฝ่ายบริหารต้องปฏิบัติตามและมอบหมายให้พล.อ.ชวลิตรับผิดชอบดูแลความสงบ พล.อ.ชวลิตก็เดินทางมายังบช.น. เพื่อตรวจเยี่ยมและให้นโยบายแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจว่าให้ใช้การเจรจากับกลุ่มพันธมิตรฯ ด้วยความละมุนละม่อมเพื่อให้สมาชิกรัฐสภาสามารถเข้าไปประชุมรัฐสภาตามกำหนดได้ หากไม่สามารถปฏิบัติตามนโยบายได้ก็ขอให้ยุติไว้ก่อน ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่าพล.อ.ชวลิตไม่ได้เป็นผู้ให้ใช้ความรุนแรง คำสั่งการสลายการชุมนุมไม่ใช่คำสั่งของ พล.อ.ชวลิต
ผมจึงยอมไม่ได้ที่จะให้ใครมากล่าวหาท่านจนทำให้เข้าใจผิดไปจากความเป็นจริง ถือเป็นเรื่องไม่ยุติธรรมสำหรับคนที่ตั้งใจทำดีแล้วได้รับผลร้ายตอบแทน โดยหลังจากเกิดเหตุปะทะกัน พล.อ.ชวลิตได้ยื่นหนังสือลาออกต่อนายกฯ พร้อมกับพูดว่า รัฐบาลก็เปรียบเหมือนร่างกาย การจะรักษาชีวิตและรักษารัฐบาลให้อยู่รอดก็ยินดีที่จะเป็นแขนขาที่ถูกตัดออกไป เมื่อเป็นอย่างนี้ท่านจึงจำเป็นต้องออกมาและท่านก็มีความเสียใจมากที่มีผู้บาดเจ็บและล้มตาย ดังจะเห็นว่าพล.อ.ชวลิตได้ใช้แนวทางสันติเป็นหลักในการแก้ไขความขัดแย้งและมีพยานรู้เห็นทั้งในที่ประชุมดอนเมืองและบช.น. ท่านจึงไม่หนักใจที่จะให้ข้อมูลแก่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง นายชวลิต กล่าว
เมื่อถามว่า ในเมื่อ พล.อ.ชวลิต ยืนยันว่าไม่ได้สั่งการให้สลายการชุมนุมแล้วใครเป็นคนสั่งการ เป็นรัฐมนตรีที่เคยเป็นตำรวจใช่หรือไม่ นายชวลิต กล่าวว่า เป็นเรื่องที่เกินกว่าเรื่องตนจะตอบได้ แต่รัฐมนตรีที่เป็นตำรวจก็มีอยู่ไม่กี่คน ทั้งนี้คิดว่าการไม่ปฏิบัติตามนโยบายของพล.อ.ชวลิตนั้น ตนไม่ได้คิดว่ามีการหักหลังเกิดขึ้น เข้าใจว่าตำรวจทำตามหน้าที่ แต่ไม่อยากคาดเดาว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ทั้งนี้ พล.อ.ชวลิตก็เห็นด้วยกับนายสมชายที่ออกโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจที่ยินดีจะเจรจากับพันธมิตรฯ เพื่อสร้างความปรองดองและยุติปัญหาที่มีอยู่มาอย่างยาวนานให้หมดสิ้นไป
พิภพ ยัน ไม่คืนทำเนียบ กังขากก.อิสระที่รบ.ตั้ง
เวลา 10.00 น. นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รัฐบาลแต่งตั้งนายปรีชา พานิชวงศ์ อดีตรองประธานศาลฏีกาและอดีตศาลปกครองสูงสุดเป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็งจจริงเหตุการณ์สลายม็อบ วันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า สำหรับนายปรีชา เราต้องขอดูผลงานก่อน เนื่องจากมีคณะกรรมการบางคนที่ถูกแต่งตั้งมาเป็นคนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทำให้การแต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้มีข้อกังขา ซึ่งทางกลุ่มพันธมิตรฯ เห็นว่าควรแต่งตั้งคณะกรรมการที่มาจากองค์กรอิสระ ส.ว.และส.ส. แต่ไม่ควรให้คนที่เกี่ยวข้องกับพรรคพลังประชาชน หรือ พ.ต.ท.ทักษิณเข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากจะชัดเจนเฉพาะตัวประธานกรรมการไม่ได้ ซึ่งการทำงานจะราบรื่นหรือไม่ต้องดูในส่วนคณะกรรมการและองค์ประกอบคณะกรรมการเป็นหลัก แต่ตนเชื่อว่า ได้คนระดับรองประธานศาลฏีกาก็น่าจะมีความเชื่อถือได้ เนื่องจากที่ผ่านมากลุ่มพันธมิตรฯ เชื่อในกระบวนการยุติธรรมและยึดศาลเป็นที่ตั้ง แต่ในส่วนคณะกรรมการคนอื่น ทางสื่อมวลชนก็ต้องช่วยกันตรวจสอบ
นายพิภพ กล่าวอีกว่า ในวานนี้ (12 ต.ค.) ทางญาติของผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาให้ปากคำกับทีมกฎหมายของพันธมิตรที่บริเวณด้านหลังเวทีปราศรัย ซึ่งทางพันธมิตรได้ขอความร่วมมือไปยังญาติให้นำหลักฐานเป็นเสื้อผ้าที่ผู้บาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิตใส่ในวันเกิดเหตุ โดยทางกลุ่มพันธมิตรฯ จะส่งเสื้อผ้าไปตรวจสอบหาสารเคมีและคราบเขม่าระเบิดที่ติดอยู่ เพื่อใช้ฟ้องร้องคดีทั้งทางแพ่งและอาญา
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีขอให้ยุติความขัดแย้งชั่วคราวและคืนทำเนียบรัฐบาล เพื่อจะได้จัดพิธีสำคัญได้ นายพิภพ กล่าวว่า ไม่ขอยืนยันการคืนทำเนียบรัฐบาล แต่หากมีเรื่องสำคัญเราต้องพิจารณา ส่วนการจะย้ายออกจากทำเนียบรัฐบาลต้องใกล้เวลาเข้ามาก่อน การยุติความขัดแย้งเป็นเรื่องที่นายสมชายพูดเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งที่ผ่านมานายสมชาย พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคพลังประชาชนเป็นผู้สร้างความขัดแย้งให้กับสังคมตั้งแต่ต้น ไม่ว่าเป็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ออกจากกระบวนการยุติธรรม การสนับสนุนกลุ่ม นปช. การตั้งข้อหากบฏกับกลุ่ม 9แกนนำ และการที่ตำรวจไม่ดูแลความปลอดภัยให้กลุ่มพันธมิตรฯ และปล่อยให้ นปช. เข้ามาทำร้าย ซึ่งความขัดแย้งทั้งหมดล้วนมีปัจจัยเกิดจากคอรัปชั่นของอดีตยนายกรัฐมนตรี จึงขอยืนยันว่า พันธมิตรฯ ไม่ได้สร้างความขัดแย้ง แต่เราเข้ามาตรวจสอบและนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งความขัดแย้งทั้งหมดจะยุติลงได้ นายกรัฐมนตรีต้องลาออก
นายพิภพ กล่าวอีกว่า สำหรับพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทางกลุ่มพันธมิตรฯ ได้ประกาศย้ายเวทีบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ออกนอกพื้นที่ ถ.ราชดำเนินนอก ส่วนการเคลื่อนย้ายพื้นที่อื่นๆ จะพิจารณาอีกครั้ง ส่วนการที่รัฐบาลจะขอพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อจัดงานสโมสรสันนิบาต ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งรัฐบาลเป็นเจ้าภาพ ทางกลุ่มพันธมิตรยังไม่ได้มีการพูดคุยในเรื่องนี้ แต่เราจะพิจารณาตามความเหมาะสมเป็นเรื่องๆ ไป
อภิสิทธิ์ กังวล กก.2 ชุดที่รัฐบาลตั้งไม่เป็นอิสระจริง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี แถลงการณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์เมื่อค่ำวานนี้ ว่า ไม่มีอะไรเพิ่มเติม เนื่องจากกล่าวมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งการแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองเป็นสิ่งสำคัญ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งต้องรับผิดชอบ ส่วนคณะกรรมการ 2 ชุดที่รัฐบาลตั้งขึ้นนั้น ตนกังวลว่าจะมีความอิสระและสามารถหาข้อเท็จจริงได้เพียงใด เนื่องจากแต่งตั้งจากผู้ที่มีอำนาจและต้องรายงานผลต่อผู้มีอำนาจ ซึ่งมองว่าจะเอาผิดได้แค่เจ้าหน้าที่เท่านั้น อย่างไรก็ตาม เห็นว่าองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ควรจะเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องดังกล่าว โดยรัฐบาลต้องให้ความร่วมมือ
นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่า การยุบสภาจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะจะเป็นความชอบธรรมต่อทุกฝ่าย ส่วนการนำสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. มาเป็นเงื่อนไขนั้น ตนยังมองไม่เห็นว่าจะแก้ปัญหาได้ แต่จะเป็นการสร้างเงื่อนไขความขัดแย้งขึ้นมาใหม่
หมอพรทิพย์ ระบุแก๊สน้ำตาจีนมีสารระเบิด ส่วนมากตร.ใช้
พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ว่า เท่าที่แพทย์ชันสูตร พบว่าบาดแผลฉีกขาดรุนแรง แต่ไม่มีสะเก็ดระเบิด และมีสารระเบิดคือ อาร์ดีเอ็กซ์ ซึ่งปกติในแก๊สน้ำตาไม่มีสารระเบิด นอกจากนี้ยังไปเก็บข้อมูลทั้งของพันธมิตรฯ เท่าที่ได้ข้อมูล ทราบว่าทางทหารมีแก๊สเฉพาะของอเมริกันเท่านั้น ส่วนของตำรวจมีแก๊สน้ำตา 6 ชนิด กระสุนยิง 4 ลูกขว้าง 2 ส่วนมากเป็นของจีน หลังได้ทดลองกระสุนบางตัวมีสารระเบิดติดมาด้วย ที่มากคือลูกของจีนทั้งชนิดลูกยิง และลูกขว้าง เป็นสารระเบิด อาร์ดีเอ็กซ์ ในการจุดชนวน ชนิดเดียวกันกับที่พบในเกิดเหตุ ส่วนประเด็นระเบิดยังไม่ตัด เพราะพันธมิตรฯยังมีการพบระเบิดชนิดทำเอง แต่หน้าที่ของเราคือ เราทำภารกิจนี้จบแล้ว และจะเอาสิ่งที่ทดสอบนี้เข้าห้องวิทยาศาสตร์ต่อไป ส่วนที่เหลือจะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิฯในการที่จะเป็นคนสรุปต่อไป
พญ.คุณหญิงพรทิพย์ ยังกล่าวด้วยว่า สำหรับคนที่ออกมาพูดให้ร้ายตนเองนั้น อยากให้ยุติการดิสเครดิตเสียที ใครทำอะไรก็รับกรรมเขาเอง อยากเตือนสติคนไทยที่ออกมาพูดนั้น ที่ว่าตำรวจยิงเข้าไปในระดับคน ตนก็อยากตั้งข้อสังเกตุว่า คนที่ยิงเขารู้หรือไม่ว่าเขาใช้สิ่งไม่ดี แต่จะมีใครไปสาวต่อหรือไม่ว่าใครเป็นคนสั่งซื้อมา ซึ่งแก๊สน้ำตาที่มีสารระเบิด ประเทศอื่นเขาไม่ใช้ เพราะถือเป็นอาวุธ ไม่ใช่เครื่องมือสลายม็อบ
ส.ว.ขู่ฟ้องอาญา-ยื่นถอดนายกฯ-ผบ.ตร.-มท.1เหตุสลายม็อบ
นายประเสริฐ ชิตพงศ์ สว.สงขลา กล่าวเมื่อวันที่ 13 ต.ค.ย ถึงการที่รัฐบาลแต่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมาย จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากว่าย ตามหลักเบื้องต้นนั้น เชื่อว่า รัฐบาลและตำรวจต้องการฟอกตัวเองให้พ้นผิดย ย ทั้งนี้ อยากถามว่า ใครจะเชื่อถือผลการสอบย อย่างไรก็ตาม กลุ่ม สว.กำลังศึกษาในข้อกฏหมายว่า จะดำเนินการฟ้องอาญาและยื่นถอดถอน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายสมชาย วงศ์สวัวดิ์ นายกรัฐมนตรี อยู่ คาดว่าภายในวันที่ 15 ต.ค.จะได้ข้อสรุป และจะทำทุกวิถีทางเพื่อหาคนรับผิดชอบกับเหตุการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้น โดยจะไม่ปล่อยให้คนชั่วลอยนวลอีกต่อไป
นอกจากนี้ นายประเสริฐ ยังกล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.สล้าง บุนนาคย อดีตรองอธืบดีกรมตำรวจย ออกมาพูดผ่านสื่อมวลชน อาสาเข้ายึดทำเนียบคืนนั้น กลุ่ม สว.ประเมินว่า น่าจะเป็นการสร้างราคาและต้องการบัตรเติมเงินให้กับตัวเองมากกว่า เพราะหากทำจริงๆ เชื่อว่าคนๆ นี้จะไม่มีแผ่นดินอยู่ เพราะเหตุการณ์จะเลวร้ายกว่าวันที่ 7 ต.ค.แน่นอน
พัชรวาทเสียใจเหตุการณ์7ต.ค.ฝากตร.เป็นที่พึ่งปชช.
ที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติย วันที่ 13 ต.ค. เมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและข้าราชการตำรวจ ได้ร่วมกันวางพานพุ่มสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บริเวณพระราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันตำรวจย ย โดยมีวงปี่สก็อต นำแถวข้าราชการตำรวจตั้ง แต่ระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถึงผู้กำกับการประจำหน่วยต่างๆในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติวางพานพุ่มดอกไม้ตามลำดับชั้น จากนั้น จะมีพิธีสงฆ์ โดยจะนิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 147 รูป เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับนายตำรวจที่เสียชีวิตในหน้าที่ และผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ย ที่ผ่านมา
ส่วนบรรยากาศโดยรอบบริเวณด้านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อยย โดยมีประชาชนจากทุกภาคส่วน ประมาณ 500 คน นำดอกไม้มามอบให้กับตำรวจเพื่อให้กำลังใจจากกรณีเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชานเพื่อประชาธิปไตย บริเวณหน้าอาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 7 ต.ค. จนมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมากย ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงปิดประตูทางเข้า-ออกสำนักงาน แม้ว่า กลุ่มพันธมิตรฯ จะเลื่อนการเดินทางมาชุมนุมหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติออกไปอีก 2-3 วันก็ตาม
พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์ ภายหลังวางพานพุ่มสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้ารัชกาลที่ 4 ว่า ท่ามกลางวิกฤติในวันตำรวจในปีนี้ตนอยากฝากความห่วงใยไปถึงข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ ขอย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายทำหน้าที่ในการดูแลพี่น้องประชาชนและสถาบันตำรวจ ให้ทุกคนระลึกว่าหน้าที่ตำรวจต้องรับใช้ประชาชน สถาบัน และชาติบ้านเมือง ส่วนวิกฤติศรัทธาที่เกิดขึ้นกับตำรวจในปีนี้นั้น ขอเรียนว่าตำรวจเสียใจเป็นอย่างมาก ที่จำเป็นต้องทำการเปิดทางให้มีการประชุมสภาผู้แทนในวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความรู้สึกที่ไม่ดีกับตำรวจในวงกว้างจะชี้แจงในเรื่องนี้อย่างไรย ผบ.ตร.กล่าวว่า เรื่องนี้ตนยังไม่ขอพูดอะไรมาก เพราะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนในเรื่องนี้แล้ว ต้องรอผลการสอบสวน ซึ่งจะออกมาอย่างชัดเจน ส่วนการฟ้องร้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติในเรื่องนี้ ต้องรอดูก่อนว่าเป็นประเด็นอะไร ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลก็จะดูแลข้าราชการอยู่แล้ว
ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ตนขอเรียนว่า ทุกคนในชาติเป็นคนไทยเหมือนกันทุกคน รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เหมือนกันทุกคน อยากให้คำนึงถึงเรื่องนี้ให้มากขึ้น พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าว
สล้าง ด่ากราด คมช.-ป.ป.ช.-กกต.-สื่อ บอกไม่มาเผชิญพธม.
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)ย วันที่ 13 ต.ค. เวลา 05.00 น. พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ พร้อมอดีตตำรวจเก่า ได้เดินทางมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อวางพานพุ่มสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้ารัชกาลที่ 4 พร้อมกันนี้ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ตนเดินทางมาในวันนี้เป็นการเดินทางมาปกติเหมือนที่ทำมาทุกปี เพื่อมาร่วมงานในวันตำรวจตามคำเชิญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนการที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่นำโดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง จะมาหรือไม่นั้น ไม่เกี่ยวกับงานวันนี้ที่ตนมา แต่อยากเรียกร้องให้ประชาชนทุกคนกลับมารักกันเหมือนเดิม ประเทศชาติจะได้สงบสุข
วิกฤติที่เกิดขึ้นเพราะคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ได้สร้างไว้ไม่ว่าจะเป็นการตั้งคณะกรรมการป้องกันการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่เป็นองค์กรที่ในหลวงไม่โปรดเกล้าฯ มีคดีค้างมากที่สุด เพราะดองเรื่องของพรรคพวกตนเองไว้ แต่คดีกับฝ่ายตรงข้ามรีบจัดการอย่างเต็มที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ทุจริตปลอมบัตรเลือกตั้งในการเลือกตั้งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา สำนักข่าวบางสำนักก็ไม่มีจรรยาบรรณ รับเงินจนไม่มีความเป็นกลาง พล.ต.อ.สล้างกล่าว
พล.ต.อ.สล้าง กล่าวต่อว่า ส่วนการที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พยายามใส่ร้ายตำรวจจนขณะนี้ตำรวจกลายเป็นจำเลยของสังคมนั้น ตนขอบอกเลยว่าแกนนำพันธมิตรเหล่านั้นไม่ได้จงรักภักดีชาติ สถาบัน เท่าทหารตำรวจ คนเหล่านั้นหลายคนเป็นอดีตคอมมิวนิสต์ ตำรวจทหารจงรักภักดีมาทั้งชีวิต กลับถูกกล่าวร้ายเหมือนเป็นโจร มีทหารและตำรวจโทรมาหาตนเป็นจำนวนมาก จึงมีกำลังใจในการทำงาน แต่สุดท้ายก็อยากให้ประชาชนหันกลับมารักกันเหมือนเดิม และในวันที่ 15 ต.ค.ที่กลุ่มพันธมิตรฯจะมาปิดถนนหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติอีก ตนคงไม่มาแล้วเพราะไม่เกี่ยวกัน
ตร.ตั้งคณะตรวจสอบข้อเท็จจริง
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 12 ต.ค. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีคำสั่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง เหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ปิดล้อมรัฐสภา เพื่อกดดันไม่ให้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ โดยมี นพ.เจษฎา แสงสุพรรณ รองอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นหน้าคณะทำงาน และให้สรุปเบื้องต้นภายใน 7 วัน
เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม มีรายงานว่า พล.ต.อ.พัชรวาทได้มีคำสั่ง ตร.ที่ 690/2551 ลงวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา ตั้ง นพ.เจษฎาเป็นประธานคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง พล.ต.อ.อำนวย เพชรศิริ ส.ว.สรรหา พล.ต.อ.สมชาย มิลินทางกูร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ (รอง อ.ตร.) เป็นรองหัวหน้า พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม พล.ท.คำนวณ เธียรประมุข เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก นายเรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์ รองประธานกรรมการบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) นายพนา ทองมีอาคม คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียว เฉลิมพระเกียรติ
พล.ต.ท.นพ.เลี้ยง หุยประเสริฐ อดีตนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ พล.ต.ท.ณรงค์ กุลนิเทศ อดีตผู้บังคับการตำรวจวิทยาการ ภาค 2 พล.ต.ท.ดนัยธร วงศ์ไทย ผู้บัญชาการสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ และ พล.ต.ท.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เป็นคณะทำงาน พล.ต.ต.บุญส่ง จีระเรืองรัตนา ผู้บังคับการกองนิติการ เป็นเลขานุการ พล.ต.ต.ปัญญา เอ่งฉ้วน ผู้บังคับการกองวินัย พ.ต.อ.ปรีดี พงศ์เศรษฐสันต์ ผู้กำกับการวิทยาการเขต 11 กองวิทยาการ 1 สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
ให้รายงานผลสรุปภายใน7วัน
ทั้งนี้ คำสั่งระบุว่า ให้คณะทำงานดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และรวบรวมข้อมูล พยานหลักฐาน ทั้งจากภายในและภายนอก เกี่ยวกับการปฏิบัติในการควบคุมฝูงชนในห้วงตั้งแต่วันที่ 6-7 ตุลาคมที่ผ่านมา ว่าเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง และแผนปฏิบัติการ ที่กำหนดไว้หรือไม่ อย่างไร และเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นมาจากสาเหตุใด โดยสามารถสั่งการทุกหน่วยในสังกัด ตร. หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตลอดจนขอความร่วมมือจากสื่อมวลชน หรือบุคคลภายนอกมาให้ถ้อยคำ ข้อมูลข่าวสาร หรือจัดส่งเอกสาร พยานหลักฐานใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ทั้งนี้ สามารถแต่งตั้งคณะทำงานย่อยได้
อย่างไรก็ตาม ให้คณะทำงานให้ความสำคัญ และเร่งรัดดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว และรายงานผลการดำเนินการเบื้องต้นให้ทราบภายใน 7 วัน คำสั่งระบุ
สมชายให้ตร.ทำตามศาลสั่ง
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ที่หน้าบ้านพักหมู่บ้านเบเวอร์รี่ ฮิลล์ ถนนแจ้งวัฒนะ กรณีกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จะจัดชุมนุมที่ท้องสนามหลวงว่า ไม่เกี่ยว เพราะไม่ค่อยรู้เรื่องนั้น และได้พูดไปแล้วว่าไม่สนับสนุนให้มีการวิวาทหรือปะทะกัน โดยจะไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ทราบแล้ว และแจ้งให้ตำรวจปฏิบัติตามคำสั่งศาลให้เคร่งครัด
ผมคิดว่าแต่ละคนมีจิตสำนึกว่าเราก็ประสบปัญหาเยอะ ต่อไปก็ยังมีปัญหาเศรษฐกิจอีก อะไรอีก เรื่องปากท้องชาวบ้านเรื่องความยากจน และก็เคยพูดว่าที่ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นก็ไม่ประสงค์ที่จะมาทำงานการเมือง ไม่ใช่ว่ามาเล่นการเมือง หรือเอาแต่การเมือง เพราะมันทำให้เสียเวลา อยากจะใช้เวลาส่วนใหญ่หลังจากแถลงนโยบายแล้วไปแก้ปัญหาความยากจน ไปดูแลคนที่ลำบาก นายสมชายกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า แกนนำ นปช.ส่วนหนึ่งเป็น ส.ส.พรรคพลังประชาชน (พปช.) จะมีการห้ามปรามหรือไม่ ปรากฏว่านายสมชายไม่ตอบคำถาม และหันหลังเดินกลับเข้าบ้านไปทันที
ทาบอดีตผู้พิพากษานั่งปธ.สอบ
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการ 2 ชุดขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม ว่านายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าภายในสัปดาห์หน้าจะได้คณะกรรมการทั้ง 2 ชุดครบถ้วน โดยเฉพาะตัวประธานคณะกรรมการที่จะตั้งขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการทาบทามผู้ที่เหมาะสมอยู่ โดยคณะกรรมการทั้ง 2 ชุดนี้เป็นการแสดงความรับผิดชอบเบื้องต้นของรัฐบาลแล้ว แต่ด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีรายละเอียดมากกมาย จำเป็นจะต้องศึกษาให้ถี่ถ้วนก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะต้องตัดสินใจแสดงความรับผิดชอบในขั้นไหนต่อไป แต่ก็ต้องเรียกร้องต่อสังคมว่าเหตุที่เกิดขึ้นนั้นแกนนำกลุ่มพันธมิตรต้องร่วมรับผิดชอบกับรัฐบาลด้วยหรือไม่อย่างไร
แหล่งข่าวจากแกนนำ พปช.ที่ใกล้ชิดนายสมชายเปิดเผยว่า นายสมชายได้ทาบทามผู้ที่เหมาะสมมารับตำแหน่งประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงข องรัฐบาลแล้ว โดยเป็นอดีตผู้พิพากษาอาวุโส ซึ่งที่ผ่านมามักไม่ปรากฏชื่อเป็นข่าวต่อสื่อมวลชน โดยภายในสัปดาห์หน้านายสมชายจะเป็นผู้เปิดเผยรายชื่อด้วยตัวเอง
เฉลิม ยันไม่ ยุบสภา-ลาออก
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ช่วยหาเสียงให้นายแสวง ฤกษ์จรัล ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 11 พปช. ที่ซอยไชยฉิมพลี เขตภาษีเจริญ ว่า เชื่อว่านายกรัฐมนตรีจะไม่ยุบสภาหรือลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม ตามข้อเรียกร้องของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะถึงยุบสภาหรือลาออกไป ก็เป็นไปได้ว่า พปช.อาจกลับมาเป็นรัฐบาลอีก แล้วพรรคประชาธิปัตย์รวมถึงฝ่ายต่อต้านก็จะไม่ยอม ดังนั้น ทางที่ดีที่สุด คือการตั้งกรรมการขึ้นมาพิสูจน์ข้อเท็จจริง ทั้งนี้ ขอยืนยันในฐานะนายตำรวจเก่าว่า ไม่มีตำรวจคนไหนคิดร้ายต่อประชาชน สิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะมาจากความผิดพลาด บกพร่อง หรืออื่นๆ ซึ่งต้องพิสูจน์ทราบ ความจริงจึงจะปรากฏ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้แสดงความรับผิดชอบต่อเหตุดังกล่าวเพียงพอแล้วหรือยัง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า รัฐบาลก็กำลังพิสูจน์ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร จึงได้ตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมา 2 ชุด หากผลการสืบสวนข้อเท็จจริงปรากฏว่าใครทำผิด ค่อยมาดูใจว่ารัฐบาลรับผิดชอบหรือไม่ มันต้องทำเป็นขั้นเป็นตอน ที่ผ่านมามีแต่การคาดการณ์ ยังไม่มีคนรู้ข้อเท็จจริง
ปัดสั่งสลายม็อบพันธมิตร
ส่วนกระแสข่าวที่อดีตนายตำรวจเก่าในรัฐบาลเป็นคนสั่งการให้สลายการชุมนุมนั้น ร.ต.อ.เฉลิมยืนยันว่า ไม่น่าจะหมายถึงตน เพราะอยู่กระทรวงสาธารณสุข แต่ยืนยันว่า ได้เสนอให้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รักษาสถานการณ์ในที่ประชุม ครม.จริง ทั้งนี้ เห็นว่า ใน ครม.มีคนเก่งกว่าตนมากมาย มีอดีตอธิบดีกรมตำรวจถึง 2 คน คือ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และพล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงหมาดไทย ส่วน พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ก็มีประสบการณ์สูง ยืนยันว่าเรื่องนั้นตนไม่เกี่ยวข้อง เพราะขณะนี้เป็นแค่หมอเหลิม
ส่วนที่กองทัพออกมาถามหาความรับผิดชอบจากรัฐบาล ผมแค่คิดว่า อะไรก็ตาม ต้องเอาคนกลางมาพิสูจน์ และไม่ขอวิจารณ์ว่า ผบ.เหล่าทัพกำลังบีบให้นายกฯลาออกหรือไม่ ส่วนที่ พล.อ.ชวลิตออกมาเรียกร้องให้ พล.อ.อนุพงษ์ปฏิวัติ ก็ไม่รู้ว่าแกคิดอะไร เพราะยังไม่ได้คุยกัน ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว
ปชป.ซัดนายกฯตีสองหน้า
นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงที่พรรคประชาธิปัตย์ ว่า พฤติกรรมที่ผ่านมาของนายกรัฐมนตรี ได้ทำให้บ้านเมืองอยู่ในจุดเสี่ยงต่อความรุนแรง และเสี่ยงต่อการสะดุดลงของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอีกครั้ง สภาวะนี้เกิดขึ้นเพราะนายสมชายปฏิเสธการแสดงความรับผิดชอบต่อการใช้ความรุนแรงเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม โดยจนถึงบัดนี้ ยังไม่เคยได้ยินคำว่าเสียใจหรือขอโทษจากปากของนายกรัฐมนตรี
นอกจากไม่ขอโทษแล้ว ก็ใช้ยุทธศาสตร์ตีสองหน้า คือ ออกข่าวว่า ไม่อยากให้นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไปร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช. (แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ) แต่ไม่ห้ามนายณัฐวุฒิไปร่วมงานความจริงวันนี้ ซึ่งมี ส.ส.พลังประชาชน และอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยร่วมเวทีด้วย นพ.บุรณัชย์กล่าว และว่า ที่นายกฯพูดว่า หากเรื่องจบ มีการตั้ง ส.ส.ร.3 ยินดีจะยุบสภานั้น น่าจะเป็นแค่การถ่วงเวลา ซื้อเวลาต่อไป
ตั้งฉายาเพชฌฆาตมั่วนิ่ม
ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายกฯต้องแสดงความรับผิดชอบที่ใช้ความรุนแรงในการสลายการชุมนุม เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม โดย 1.แสดงความรับผิดชอบต่อผู้ชุมนุมที่บาดเจ็บ 2.แสดงความรับผิดชอบต่อวิกฤตเศรษฐกิจ ที่เกิดจากการบริหารงานที่ผิดพลาดของรัฐบาล และ 3.แสดงความรับผิดชอบต่อวิกฤตการเมืองในระบบประชาธิปไตย ที่ทำให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. เปลี่ยนท่าทีจากที่เคยปฏิเสธมาตลอดว่า จะไม่มีการปฏิวัติรัฐประหารอย่างเด็ดขาด แต่ล่าสุด พล.อ.อนุพงษ์กลับระบุว่า ไม่มั่นใจว่าจะไม่รัฐประหาร
นายกฯต้องตัดสินใจทางการเมืองครั้งสำคัญ ก่อนที่วิกฤตจะบานปลายออกไป ขอให้นายกฯเร่งยุติวิกฤตทั้ง 3 ด้านของประเทศไทย ก่อนที่จะทำลายตัวนายกฯเอง และพวกเราทุกคน จนยากแก่การเยียวยาแก้ไขได้
นายองอาจกล่าว และว่า ตั้งแต่เกิดเหตุ พฤติกรรมของนายกฯถือเป็นพฤติกรรมเพชฌฆาตมั่วนิ่ม เพราะเป็นส่วนสำคัญให้เกิดการทำร้ายประชาชน แต่กลับหาทางมั่วนิ่มตั้งคณะกรรมการอิสระ เพื่อหวังจะมาช่วยบรรเทาปัญหาได้ รวมทั้งปล่อยลิ่วล้อโยนความผิดให้กับผู้ชุมนุม การกระทำทั้งหมดของนายกฯจึงถือตรงข้ามกับสิ่งที่สร้างภาพไว้ว่า เป็นคนนุ่มนวล
ป.ป.ช.เล็งสอบนายกฯสั่งลุยม็อบ
นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า การประชุมวันที่ 14 ตุลาคมนี้ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.จะรายงานกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นเรื่องให้กับ ป.ป.ช.ไต่สวนนายกรัฐมนตรี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงหลายคน ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ด้วยวิธีรุนแรง ให้ที่ประชุม ป.ป.ช.ได้รับทราบ ซึ่งหากข้อมูลดังกล่าวมีรายละเอียดเพียงพอ ก็อาจจะตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนได้ทันที ซึ่ง ป.ป.ช.จะเร่งไต่สวนคดีนี้โดยเร็ว เนื่องจากอยู่ในความสนใจของประชาชน และเป็นเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นกลางเมือง
หากมีการตั้งอนุกรรมการไต่สวนจริง ก็ต้องเรียกข้อมูลและมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีการหารือกันในวันที่ 6 ตุลาคมมาพิจารณาด้วย เพื่อดูว่านายกฯมีการสั่งการอย่างไร ก่อนที่จะเกิดการสลายม็อบในวันรุ่งขึ้น นายวิชากล่าว
หมอพรทิพย์ ทดสอบแก๊สน้ำตา
เวลา 12.30 น. ที่บริเวณ สน.พันธมิตร ด้านหลังเวทีสะพานมัฆวานรังสรรค์ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประสานงานไปยังคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมทีมงานมาตรวจหลักฐานปลอกกระสุนแก๊สน้ำตา และระเบิดชนิดต่างๆ ที่การ์ดพันธมิตร เก็บได้จากสถานที่ต่างๆ ที่มีการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม เช่น บริเวณหน้ารัฐสภา หน้า บช.น. บริเวณ
แยกถนนพิชัย และบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า
หลักฐานที่เก็บได้ประกอบด้วยขวดเครื่องดื่มยี่ห้อสปอนเซอร์และขวดกระทิงแดง ที่ปากขวดมีผ้าอุดอยู่ ลักษณะเหมือนระเบิดเพลิง อย่างละ 1 ขวด, กระป๋องสี โดยข้างขวดมีชนวนระเบิดพันด้วยเทปสีแดง ยังใช้การได้อยู่ 1 กระป๋อง นอกจากนี้บริเวณแยกขัตติยาณี พบปลอกกระสุนแก๊สน้ำตา 2 ลูก,แยกอู่ทองใน 7 ลูก,แยกการเรือน 5 ลูก และแยกพิชัย 7 ลูก กระเดื่องระเบิดและเศษเหล็กอีกจำนวนหนึ่ง
ต่อมา ที่กองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 1 ถนนอำนวยสงคราม เขตดุสิต กทม. พญ.คุณหญิงพรทิพย์ นายสุรสีห์ โกศลนาวิน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พล.ต.ท.ชัชวาลย์ สุขสมจิตต์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พล.ต.ท.ดนัยธร วงศ์ไทย ผู้บัญชาการสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ พล.ต.อุทิศ สุนทร ผบ.มทบ.11 นำลูกยิงและลูกขว้างแก๊สน้ำตาที่ผลิตจากประเทศจีน สเปน และสหรัฐอเมริกา รวม 6 ลูกมายิงทดสอบ เพื่อหาสารระเบิด บริเวณสนามฟุตบอลภายในมณฑลทหารบกที่ 1 โดยมี พ.อ.ชาติชาย สุคนธสิงห์ ผู้อำนวยการกองการศึกษา กรมสรรพาวุธทหารบก เป็นผู้ดูแลควบคุมการทดสอบ
กก.สิทธิฯระบุผลทดสอบแก๊สน้ำตามีความแรงมาก
นายสุรสีห์ โกศลนาวิน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในฐานะประธานอนุกรรมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่ตรวจสอบเหตุการณ์สลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา กล่าวภายหลังร่วมสังเกตุการณ์การทดสอบยิงแก๊สน้ำตาว่า สิ่งที่เห็นชัดเจนนั้นพบว่าแก๊สน้ำตาจากประเทศจีนทั้งชนิดยิงและขว้างมีความรุนแรงมากที่สุด เนื่องจากกระสอบที่ใช้เป็นเป้ายังได้รับความเสียหาย แต่หากไปตกอยู่บนตัวคนจะเป็นอย่างไร
ม็อบพันธมิตร4รายอาการยังหนัก
นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยผู้บาดเจ็บจากเหตุสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้บาดเจ็บ 471 ราย เสียชีวิต 2 ราย ว่า ยังมีผู้บาดเจ็บนอนรักษาในโรงพยาบาล 47 ราย เป็นชาย 35 ราย หญิง 12 ราย
อยู่ที่โรงพยาบาลกลาง 3 ราย โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 3 ราย โรงพยาบาลศิริราช 3 ราย โรงพยาบาลราชวิถี 1 ราย โรงพยาบาลพระมงกุฎ 6 ราย โรงพยาบาลรามาธิบดี 10 ราย โรงพยาบาลตำรวจ 9 ราย โรงพยาบาลเลิดสิน 1 ราย และวิทยาลัยแพทยศาสตร์ กทม.และวิชรพยาบาล 11 ราย
ในจำนวนนี้อาการหนักอยู่ในห้องไอซียู 4 ราย คือที่วชิรพยาบาล 1 ราย โรงพยาบาลรามาธิบดี 1 ราย โรงพยาบาลพระมงกุฎ 1 ราย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 1 ราย เป็นชาย 3 ราย หญิง 1 ราย ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะนี้ยังนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล 10 ราย อยู่ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎ 1 ราย ที่เหลืออยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ ได้รับการดูแลจากทีมแพทย์เจ้าหน้าที่ทุกแห่งอย่างใกล้ชิด
ข้อมูลจาก มติชน
