สื่อต่างชาติรายงานผลเจรจา รมว.ต่างประเทศไทย-เขมร ล้มเหลว ฮอ นัมฮง อ้างระหว่างหารือมีทหารไทยรุกดินแดน เตือนเสี่ยงยั่วยุให้ปะทะด้วยอาวุธครั้งใหญ่ ขู่ฟ้องศาลโลกจัดการปัญหาพิพาทชายแดน หากคุยทวิภาคีไม่ได้ผล โฆษกกองทัพบกปัดล้ำแดนเพื่อนบ้าน ยันเป็นพื้นที่ทับซ้อนที่ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ถึงการเจรจาเพื่อคลี่คลายปัญหาพิพาทแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในระหว่างที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเยือนประเทศกัมพูชาเป็นเวลา 1 วัน เพื่อไปในแนะนำตัวในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยคนใหม่ ว่า ในขณะที่ผลการเจรจาระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยและกัมพูชาเพื่อยุติปัญหาพิพาทตามแนวชายแดนระหว่างกันประสบความล้มเหลว โดยทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุความตกลงใดๆได้ รัฐบาลกัมพูชาก็ได้เตือนฝ่ายไทยว่า การที่ทหารไทยพยายามรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่พิพาทฝั่งกัมพูชา อาจเป็นการกระตุ้นยั่วยุจนทำให้เกิดการปะทะกันด้วยอาวุธครั้งใหญ่ขึ้นได้ การออกมาเตือนดังกล่าวของกัมพูชามีขึ้นหลังจากได้รับรายงานว่า ในวันเดียวกันนี้ มีทหารไทยราว 100 นายได้รุกล้ำข้ามพรมแดนเข้าไปยังฝั่งกัมพูชาเอเอฟพีรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นการพบหารือกันนานราว 2 ชั่วโมง ระหว่างนายสมพงษ์ กับนายฮอ นัมฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ที่กรุงพนมเปญ นายฮอได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า การเจรจาล้มเหลว เพราะฝ่ายไทยไม่ยอมลงนามใดๆ และขณะที่ตนกำลังหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประทศของไทยอยู่นั้น ตนได้รับรายงานว่าทหารไทยได้พยายามบุกข้ามแดนเข้ามายังฝั่งกัมพูชาใกล้กับปราสาทพระวิหาร
ผมได้บอกกับรัฐมนตรีต่างประเทศไทยไปว่าการส่งกำลังทหารจำนวนมากเข้ามาตามแนวชายแดนนั้นเป็นเรื่องอันตรายและอาจเป็นการยั่วยุให้เกิดการปะทะกันด้วยอาวุธครั้งใหญ่ขึ้นได้ แม้กระสุนเพียงนัดเดียวก็อาจทำให้เกิดการปะทะเช่นนั้นได้ รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชากล่าวและว่า กัมพูชาจะนำปัญหาพิพาทแนวชายแดนไทย-กัมพูชาขึ้นร้องต่อศาลระหว่างประเทศ หากฝ่ายไทยยังไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม
ด้านพล.ต.สะเร ด๊ก ผู้บัญชาการทหารกัมพูชาที่ประจำการณ์ในพื้นที่ปราสาทพระวิหาร ให้สัมภาษณ์เอเอฟพีทางโทรศัพท์ว่า ทหารไทยราว 80 นาย ได้รุกเข้ามาในพื้นที่ที่เป็นปัญหากันอยู่และกำลังเผชิญหน้ากับทหารกัมพูชา
ด้านรอยเตอร์รายงานว่า รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชากล่าวว่า ทหารไทยราว 500 นาย พยายามรุกข้ามพรมแดนเข้ามายังกัมพูชา ทหารของเราได้ร้องขอให้ทหารไทยอย่ารุกล้ำเข้ามา นายฮอกล่าว ส่วนนายสมพงษ์นั้นรอยเตอร์ระบุว่าไม่ได้ให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด แต่รอยเตอร์อ้างคำให้สัมภาษณ์ของพ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก โดยปฏิเสธว่าไม่มีความพยายามรุกล้ำพรมแดนกัมพูชาของไทย และว่า จะรุกล้ำได้อย่างไรในเมื่อพื้นที่พิพาทดังกล่าวเป็นพื้นที่ทับซ้อนที่ทั้งสองประเทศต่างอ้างสิทธิ
เอพีรายงานว่า ในแถลงการณ์ที่มีการออกมาหลังการพบหารือระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศไทยและกัมพูชานั้น กระทรวงต่างประเทศกัมพูชาได้เรียกร้องให้มีการจัดเจรจาขึ้นอีกเพื่อยุติปัญหาพิพาทตามแนวชายแดนอย่างสันติ หลังจากเมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้มีการยิงปะทะกันระหว่างทหารไทยและกัมพูชา จนเป็นผลให้ทหารกัมพูชา 1 นาย และทหารไทย 2 นายได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ ยังมีการระบุว่า หากกระบวนการเจรจาทวิภาคีล้มเหลว ทั้งสองประเทศก็ควรจะนำเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายของสถาบันระหว่างประเทศเพื่อแก้ปัญหาพิพาทดังกล่าว
แม้แต่สำนักข่าวเกียวโดของญี่ปุ่น ยังรายงานว่า รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาเตือนไทยว่าความขัดแย้งอาจบานปลายเป็นการปะทะกันด้วยอาวุธอย่างรุนแรง หากทหารไทยยังคงรุกล้ำเข้าไปยังพื้นที่พิพาทตามแนวแดนไทย-กัมพูชา และว่า ในขณะที่ตนกำลังหารือกับนายสมพงษ์อยู่นั้น นายทหารระดับนายพลของกองพลน้อยที่ 43 ของกัมพูชา ได้รายงานว่า มีทหารไทยติดอาวุธราว 80-100 นาย ได้รุกข้ามแดนเข้าไปยังฝั่งกัมพูชาลึก 1 กิโลเมตร และกำลังเผชิญหน้ากับทหารกัมพูชา โดยอยู่ห่างกันเพียงแค่ 40 เมตรเท่านั้นได้ แต่ทหารกัมพูชาได้ต้านทานเอาไว้
สำนักข่าวเกียวโดระบุว่า เมื่อถามว่ากัมพูชาจะทำอย่างเดียวกับไทยหรือไม่ นายฮอตอบว่า เราจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องดินแดนของเรา พร้อมกับเตือนว่า กัมพูชาจะร้องขอให้ศาลระหว่างประเทศเข้ามาแทรกแซงในกรณีนี้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม หากการเจรจาทวิภาคีเกี่ยวกับปัญหาพิพาทชายแดนล้มเหลว
ข้อมูลจาก มติชน
