อานันท์ ร่วมพิธีพระราชทานเพลิง สารวัตรจ๊าบ เยี่ยมแม่ โบว์ ชี้แม้วคนเดียวที่จะปลดล็อคปัญหาได้ ป.ป.ช.ตั้งอนุฯสอบ3บิ๊กตร.สลายม็อบ สมชาย-จงรักรอด หลักฐานไม่เพียงพอ สุชาติรับเป็นผบ.เหตุการณ์ เนวินปัดเคลื่อนมวลชน บอกยุติตั้งแต่สมชายเป็นนายกฯ จาตุรนต์แขวะคนกลางยุปฎิวัติ เผยการเมืองใหม่ ต้องเกิดหลังรัฐประหาร อานันท์เยี่ยมอาการแม่น้องโบว์ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.ชัยวัน เจริญโชคทวี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระ กล่าวเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ถึงอาการบาดเจ็บของนายธัญญา กุลแก้ว ที่ขาข้างซ้ายขาดว่า ขณะนี้ยังไม่รู้สึกตัว ยังไม่อาการตอบสนองใดๆ ทางคณะแพทย์ยังคงเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด
เวลา 14.15 น. ที่โรงพยาบาลศิริราช นายพิภพ ธงไชย และนายศิริชัย ไม้งาม แกนนำพันธมิตรไปเยี่ยมนางวิชชุดา ระดับปัญญาวุฒิ มารดาของ น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ หรือน้องโบว์ ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม มีนายจินดา ระดับปัญญาวุฒิ บิดาน้องโบว์รอต้อนรับ
ต่อมาเวลา 14.55 น. นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าเยี่ยมนางวิชชุดาประมาณ 10 นาที จากนั้นให้สัมภาษณ์ว่า นางวิชชุดามีหน้าตายิ้มแย้ม ลุกขึ้นมาพูดคุยได้ บาดแผลบริเวณเท้าใกล้แห้งแล้ว ส่วนจิตใจนั้นดีมาก มั่นคงแน่วแน่ ดีใจที่เห็นนางวิชชุดามีสภาพร่างกายกลับเป็นปกติ เข้าใจว่าอีก 2-3 วันจะออกโรงพยาบาลได้ ขณะนี้ต้องตัดนิ้วเท้าทิ้งไปประมาณ 2 นิ้วครึ่ง คงจะต้องไปหัดเดิน สำหรับลูกสาวของนางวิชชุดานั้นเป็นคนดีมาก งานพระราชทานเพลิงศพก็สมเกียรติ อย่างไรก็ตาม อย่าให้เกิดขึ้นอีก เพราะเกิดมา 3 ครั้งแล้ว พอกันที การฆ่าประชาชนไม่ใช่สิ่งที่สวยงาม จะฆ่าโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ หรือแม้แต่ตำรวจหรือทหารเสียชีวิตก็ไม่ใช่เป็นสิ่งที่สวยงาม
บอกครอบครัวพ.ต.ท.เมธีทำเพื่อชาติ
ต่อมานายอานันท์เดินทางไปยังวัดโสมนัสราชวรวิหาร เพื่อร่วมพิธีพระราชทานเพลิง พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี หรือ สารวัตรจ๊าบ สวป.สว.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ หัวหน้าการ์ดพันธมิตรที่เสียชีวิตจากเหตุรถระเบิดเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม
เมื่อนายอานันท์เดินทางไปถึง ได้กล่าวแสดงความเสียใจกับครอบครัว พ.ต.ท.เมธีสั้นๆ ว่า ครอบครัวคุณทำเพื่อชาติแล้วย ขณะที่มีแกนนำพันธมิตร รุ่น 1 รุ่น 2 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว.สรรหา พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ อดีต ส.ว.และนายโสภณ เพชรสว่าง อดีต ผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคเพื่อแผ่นดิน (พผ.) ก็มาร่วมงานด้วย โดยมีประชาชนจำนวนมากมาร่วมจนล้นวัด และมีการ์ดพันธมิตร 15 คนบวชหน้าไฟอุทิศส่วนกุศลให้ พ.ต.ท.เมธี
เมื่อเพลิงพระราชทานมาถึงจึงเชิญนายอานันท์,แกนนำพันธมิตร และหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านขึ้นทอดผ้าบังสุกุล ระหว่างที่นายอภิสิทธิ์ขึ้นทอดผ้า ผู้มาร่วมงานตะโกนเรียกว่า นายกฯคนใหม่ พร้อมหยิบมือตบขึ้นมาเขย่า และตะโกนโห่ร้องเสียงดังลั่นวัด เมื่อเสร็จพิธี นายอภิสิทธิ์ช่วยเจ้าภาพโปรยทานให้แก่ผู้ร่วมงาน นอกจากนี้นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรมอบเงินช่วยเหลือครอบครัว พ.ต.ท.เมธี เพิ่มอีก 5 แสนบาท จากเดิม 1 แสนบาท สถาบันพัฒนาเยาวชนและผู้นำ มอบทุนการศึกษาให้บุตรของ พ.ต.ท.เมธี รวม 624,000 บาท ทยอยมอบให้รายเดือนเป็นเวลา 10 ปี
ชี้แม้วคนเดียวที่จะปลดล็อคได้
นายอานันท์ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุความวุ่นวายทางการเมือง ว่า ทุกคนรู้ว่าจุดที่น่าห่วงใยอยู่ตรงไหน เมื่อถามว่า ปัญหาอยู่ตรงจุดไหน นายอานันท์กล่าวว่า ด้วยความเคารพ รู้สึกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นคนเดียวที่จะปลดล็อคได้
เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณอยู่เบื้องหลังเหตุวุ่นวายหรือไม่ นายอานันท์กล่าวว่า ไม่มีการกล่าวหาอะไร เมื่อถามว่า เหตุใดจึงคิดเช่นนั้น นายอานันท์กล่าวว่า ก็ดูเหตุการณ์ทั่วไป และเหตุการณ์ที่ผ่านมา มาจากจุดนั้น เมื่อถามว่า หาก พ.ต.ท.ทักษิณไม่ปลดล็อคจะทำอย่างไร นายอานันท์กล่าวว่า ไม่รู้ ก็ต้องหวังว่าจะดี เมื่อถามว่า รัฐบาลนี้ไม่สามารถปลดล็อคได้ นายอานันท์กล่าวว่า ไม่รู้ว่ารัฐบาลนี้มีความอิสระพอหรือไม่ที่จะปลดล็อค
นายอานันท์ กล่าวถึงแนวทางแก้ปัญหาขณะนี้ว่า พูดได้แต่ไม่มีอำนาจ ไม่มีความรับผิดชอบ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง เป็นการลำบากที่คนข้างนอกจะไปพูดเพราะอาจไม่มีข้อมูลเพียงพอ แต่ละคนต้องรู้ว่าตัวเองมีบทบาทโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจที่ให้แบ่งค่ายกันระหว่าง ระบอบทักษิณย กับคนที่บอกว่าปกป้องระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่ละฝ่ายควรรู้ดีว่าบทบาทตัวเองที่จะดำเนินการปลดล็อคอย่างไร
ผมไม่มีอะไรแนะนำคุณทักษิณ ถ้าคุณทักษิณตั้งใจจริงที่จะให้การเมืองมันผ่อนคลาย คุณทักษิณเป็นคนฉลาด มีวิจารณญาณเพียงพอที่จะทำได้เลย โดยไม่ต้องมีใครแนะนำ อดีตนายกฯกล่าว และว่า หวังว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นรุนแรงอีก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดินทางกลับ นายอานันท์ได้ถือมือตบขนาดเล็กขึ้นรถยนต์ส่วนตัวไปด้วย โดยระบุว่ามีพันธมิตรเอามาให้ จะเอาไปให้หลานที่บ้านตบเล่น
ป.ป.ช.ตั้งอนุฯสอบ 3 บิ๊กตร.สลายม็อบ
ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม นายกล้านรงค์ จันทิก โฆษก ป.ป.ช. แถลงผลการประชุมว่า ป.ป.ช.พิจารณาคำร้องที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 20 คน กล่าวหานายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น. และ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น.กับพวก ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และทำผิดต่อตำแหน่งราชการตามประมวลกฎหมายอาญา กรณีที่รู้เห็นเป็นใจ สั่งการให้ตำรวจใช้อาวุธปราบปรามกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ชุมนุมบริเวณหน้ารัฐสภา กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บชน.) และบริเวณใกล้เคียงเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา จนทำให้มีผู้บาดเจ็บประมาณ 400 คน บาดเจ็บสาหัส 6 คน และถึงแก่ความตาย 2 คน
จากคำร้องและการติดตามข้อมูลจากสื่อมวลชนในชั้นต้นพอรับฟังได้ว่า พล.ต.อ.พัชรวาท พล.ต.ท.สุชาติ และ พล.ต.ต.อำนวย ได้สั่งการให้ตำรวจสลายการชุมนุมโดยใช้อาวุธร้ายแรงเกินกว่าเหตุ ทำให้มีผู้บาดเจ็บเสียชีวิตจำนวนมาก จึงมีมติให้ตั้งอนุกรรมการไต่สวนบุคคลทั้ง 3 โดยให้นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.เป็นประธาน ส่วนนายสมชาย และ พล.ต.อ.จงรัก ในชั้นต้นยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและหลักฐานเพียงพอได้ว่าร่วมกระทำความผิดด้วย แต่ถ้าสอบพบหลักฐานภายหลังก็พร้อมที่จะนำมาพิจารณาต่อเนื่องกัน นายกล้านรงค์กล่าว
ผบช.น.ลั่นถ้าผิดพร้อมรับผิดชอบ
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น. กล่าวถึงแก๊สน้ำตาที่ใช้บางชนิดซื้อจากประเทศจีนที่มีอันตรายว่า เราเป็นผู้ปฏิบัติ สิ่งที่เบิกจ่ายให้ตำรวจมาใช้ เราไม่ได้ซื้อมาเอง ทุกอย่างการจัดหามีสเปค เรื่องนี้ทางพลาธิการ และผู้ใหญ่จะเป็นคนตอบ ตำรวจมีบทเรียนแล้ว และจะนำมาปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้น เมื่อถามว่า เหตุยิงแก๊สน้ำตาวันที่ 7 ตุลาคม ทาง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกฯบอกว่าไม่ได้บอกให้ตำรวจดำเนินการ ผบช.น.กล่าวว่า ผมไม่ได้ปฏิเสธที่จะตอบ แต่การประชุมเมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 7 ตุลาคม ผมไม่ได้อยู่ด้วย กำลังปฏิบัติภารกิจอื่นอยู่
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะที่เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ กรณีสลายเหตุการณ์ชุมนุม เป็นคนตัดสินใจหรือไม่ ผบช.น.กล่าวว่าย เป็นไปตามแผนกรกฎ ที่ ผบช.น.จะต้องเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์โดยตำแหน่ง แต่คนที่ปฏิบัติในพื้นที่เป็นไปตามการปฏิบัติการ ที่หารือกันกันก่อนว่า ภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างนี้ ต้องทำหรือไม่ ทำไมถึงต้องทำ จะต้องทำอย่างไร แล้วหากประเมินว่าจะมีการสูญเสีย ทำอย่างไรจะสูญเสียน้อยที่สุด
เมื่อถามว่า การสลายการชุมนุมในวันที่ 7 ตุลาคม ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงเย็นมีความจำเป็นหรือไม่ พล.ต.ท.สุชาติ กล่าวว่า มีความจำเป็นที่จะต้องยับยั้ง สลายหรือขับไล่ เราต้องป้องกัน ถามว่าหน้าตาอย่างผมคิดว่าทำไปแล้วจะตาย ผมจะทำหรือ
เมื่อถามว่า ถ้าคณะกรรมการกลางที่ตั้งขึ้นระบุว่าตำรวจต้องรับผิดชอบจะทำอย่างไร พล.ต.ท.สุชาติ กล่าวว่า ก็ต้องรับผิดชอบ แต่ขอยืนยันว่าตำรวจไม่ต้องการให้ผลออกมาเป็นเช่นนั้น คิดว่าเป็นเหตุสุดวิสัย
ปชป.ปูดอดีตรมต.ขนคนเข้ากรุง
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และประธานกรรมการประสานงาน (วิป) พรรคฝ่ายค้าน แถลงว่า ท่าทีของรัฐบาลที่เตรียมขนคนมาเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับ ส.ส.รัฐบาลที่เข้าร่วมประชุมสภานั้นเพื่อเร่งให้เกิดการปฏิวัติ เพราะนอกจากจะขนคนเข้ามาแล้ว ยังทราบว่ามีอดีตรัฐมนตรีในภาคเหนือ ขนคนมาไว้ที่วัดแห่งหนึ่งทางทิศเหนือของกรุงเทพฯ
หากเป็นเช่นนั้นจริงจะเกิดการปะทะรุนแรง เสียเลือดเนื้อมากกว่าครั้งใดๆ จึงอยากให้นายกฯตัดสินใจบนจิตสำนึกของคนไทยมากกว่าที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาของญาติพี่น้องของตัวเอง นายสาทิตย์กล่าว
เนวินฝากบอกปัดเคลื่อนมวลชน
นายนิสิต สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน (พปช.) แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน ซึ่งใกล้ชิดกับนายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย (ทรท.) กล่าวว่า ได้รับการประสานจากนายเนวินให้แจ้งว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของมวลชนกลุ่มใดๆ ทั้งสิ้น รวมทั้งแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) คิดว่าน่าจะเป็นการเคลื่อนไหวกันเองตามธรรมชาติ อีกทั้งช่วงนี้นายเนวินยังไม่เคยหารือร่วมกับแกนนำพรรค พปช.คนใด ถึงการเคลื่อนมวลชน จึงไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น รวมทั้งยังไม่เคยได้รับการประสานงานจากแกนนำพรรค พปช.คนใดให้ร่วมกิจกรรมด้วยเลย
นายเนวินและกลุ่มเพื่อนเนวินไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนมวลชนใดๆ ในช่วงนี้เลย และยุติการเคลื่อนไหวมาตั้งแต่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รับตำแหน่งนายกฯ จึงไม่ทราบว่าการเคลื่อนไหวมวลชนต่างๆ ในช่วงนี้เป็นการดำเนินการของแกนนำพรรคพลังประชาชนคนใดหรือไม่ หรือหากมีการประสานงานจากแกนนำพรรคพลังประชาชนให้เข้ามาร่วม ก็จะยังไม่ตัดสินใจทันที เพราะต้องหารือกับกลุ่มเพื่อนเนวินก่อนทุกครั้ง นายนิสิตกล่าว
ชัจจ์เปรียบจิ๋วทำท้องแล้วไม่รับ
ที่พรรคพลังประชาชน (พปช.) พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.สัดส่วน พรรค พปช. คนสนิทของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกฯ ออกมาระบุว่า พล.อ.ชวลิตไม่ได้สั่งให้ปราบปรามการชุมนุมอย่างรุนแรงเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า คงต้องดูว่าใครเป็นผู้สั่งการ เพราะที่ประชุม ครม.เมื่อคืนวันที่ 6 ตุลาคม มีมติให้ พล.อ.ชวลิตรับผิดชอบในการรักษาความเรียบร้อยและให้มีการประชุมสภาในวันที่ 7 ตุลาคม
จากนั้น พล.อ.ชวลิต ก็เดินทางไปที่ บช.น. แล้วก็ไปสั่งการอะไรต่ออะไร ถ้าจะมาบอกว่าไม่ได้สั่งการ ก็เหมือนกับทำคนท้องแล้วไม่รับ พล.ต.ท.ชัจจ์กล่าว
พล.ต.ท.ชัจจ์กล่าวว่า ส่วนที่ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ออกมาระบุว่า คนที่ได้รับบาดเจ็บขาขาดแขนขาด มาจากสะเก็ดระเบิดแก๊สน้ำตาคุณภาพต่ำจากจีน ที่ตำรวจเป็นผู้ยิงนั้น น่าสงสัยว่าผู้เชี่ยวชาญสามารถวินิจฉัยได้ละเอียดถึงขนาดรู้ว่าเป็นวัตถุระเบิดประเภทไหน ใครยิงได้เลยหรือ เพราะเท่าที่เคยเห็นผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นเกี่ยวกับข้อเท็จจริงในที่เกิดเหตุ จะบอกเพียงว่าบาดแผลเกิดจากอะไร มีส่วนประกอบจากอะไร แล้วอะไรที่ทำให้มั่นใจว่าระเบิดจากแก๊สน้ำตา ไม่ใช่จากระเบิดขวด ระเบิดปิงปอง ที่พบอยู่ในที่เกิดเหตุ เพราะระเบิดอย่างนี้ก็มีองค์ประกอบทางเคมีเหมือนกัน
จาตุรนต์แขวะคนกลางยุปฎิวัติ
ที่โรงแรมเรดิสัน นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย แถลงรำลึกเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ว่า ขณะนี้การเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรและเผด็จการ เป็นแนวคิดแบบอนาธิปไตยและคณาธิปไตย ทำให้บ้านเมืองไม่มีขื่อ ไม่มีแป แม้เป็นรัฐบาลอื่นก็ไม่สามารถปกครองได้ การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นการใช้กำลังอาวุธเข้าล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง มีการสร้างเงื่อนไขที่จะทำให้เกิดความรุนแรง และใช้สภาพนั้นมาเป็นข้ออ้างที่ทำให้เกิดการรัฐประหารยึดอำนาจล้มล้างรัฐธรรมนูญ ที่กลุ่มพันธมิตรมีข้อเสนอการเมืองใหม่ ก็ไม่เป็นประชาธิปไตยและเป็นการดูถูกเหยียดหยามประชาชน หากพิจารณาจะพบว่าข้อเสนอการเมืองใหม่ ไม่มีทางที่จะเป็นจริงได้เลยจนกว่าจะเกิดการรัฐประหารเสียก่อน
ที่ผ่านมามีผู้ที่บอกว่าตัวเองวางตัวเป็นกลาง และมีความหวังดีต่อสังคม เสนอแนวคิดว่าถ้าหากมีการนองเลือดเกิดขึ้นจะต้องมีนายกฯคนกลาง
หมายความว่าหากมีการนองเลือดเกิดขึ้นรัฐบาลจะต้องออกไป และจะมีการรัฐประหาร ถือได้ว่าเป็นการสวนทางกับหลัก 14 ตุลาคม (นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส เขียนบทความเสนอว่าหากใช้สันติวิธีไม่ได้แล้วมีการนองเลือด กองทัพก็จะต้องเข้ามายึดอำนาจ และหานายกฯคนกลางมาแก้วิกฤต) นายจาตุรนต์กล่าว
ยันนายกฯออก-ยุบสภาไม่แก้ปัญหา
นายจาตุรนต์กล่าวว่า ทางออกเรื่องนี้ ไม่ใช่นายกฯลาออก หรือยุบสภา เพราะทั้ง 2 อย่างไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้เลย ทางออกที่ถูกต้องคือสังคมจะต้องยึดหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายจะต้องเป็นไปอย่างถูกต้องชอบธรรม กฎหมายใดไม่ถูกต้องก็จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไข และทำให้ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ไม่ใช่ไปยึดทำเนียบ ปิดล้อมสภาไม่ให้คนเข้าคนออก เรื่องนี้จึงเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐผู้รักษากฎหมายดำเนินการเพื่อไม่ให้คนอื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง
เมื่อกฎหมายไม่ชอบธรรมตามประชาธิปไตยก็ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีความถูกต้องชอบธรรม ให้มีกระบวนการสร้าง ส.ส.ร.อีกครั้ง นอกจากจะยืนยันว่าอำนาจประชาธิปไตยเป็นของประชาชนแล้ว จะต้องมีการถ่วงดุล และส่งเสริมให้รัฐบาลมีความเข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ ส่วนอำนาจตุลาการต้องลดบทบาทที่เข้ามาจัดการการเมือง เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน เพราะตุลาการไม่มีส่วนเชื่อมโยงกับประชาชน แต่กลับเป็นผู้ตัดสินใจการดำรงอยู่ของฝ่ายบริหาร นายจาตุรนต์กล่าว
ทบ.ย้ำกองทัพไม่คิดปฏิวัติ
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) บอกแล้วผู้บัญชาการทุกเหล่าทัพไม่ได้คิดเรื่องการปฏิวัติ เพราะไม่ใช่การแก้ปัญหา กองทัพถือว่าหน้าที่ดีที่สุดคือการเตรียมความพร้อมไประงับยับยั้งเหตุ ไม่ให้มีการปะทะระหว่างประชาชนที่มีความคิดแตกต่างกัน 2 กลุ่ม นี่คือสิ่งที่กองทัพทำได้ขณะนี้ ซึ่งกองทัพอยู่ข้างประชาชนแน่นอน เมื่อถามว่า กลุ่มมือตบตะโกนขับไล่ ผบ.ทบ. ทหารรู้สึกเสียเกียรติหรือไม่ พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า เกียรติและศักดิ์ศรีไม่ได้อยู่ที่มือตบหรือเท้าตบ เป็นเรื่องของเจตนารักษาบทบาทหน้าที่ของตัวเองในการทำให้ประเทศชาติ มีความสามัคคี ไม่เป็นจุดเริ่มต้นหรือชนวนให้เกิดความรุนแรงขึ้น
พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวถึงกระแสข่าวทหารจะปฏิวัติรัฐว่า จุดยืนกองทัพขณะนี้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทำงานตามหน้าที่รับผิดชอบ หน้าที่อื่นใดยังไม่อยู่ในความคิด เมื่อถามว่า แสดงว่าทหารจะไม่ออกมาปฏิวัติ พล.ท.คณิตกล่าวว่า ตนเป็นผู้บังคับหน่วยระดับหนึ่งเท่านั้น คำถามนี้ตอบไม่ได้ ะต้องทำงานตามหน้าที่ความมั่นคงของประเทศ
พันธมิตรทำบุญเหยื่อ7ต.ค.
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตร กล่าวว่า ในวันที่ 15 ตุลาคม เวลา 06.00 น.จะมีการทำบุญตักบาตรอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ 7 ตุลาคม โดยทำบุญ 3 ศาสนา คือ ศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม ซึ่งจะนิมนต์พระจากหลายวัดบิณฑบาตตั้งแต่สะพานมัฆวานรังสรรค์ มาตามถนนราชดำเนินถึงสี่แยกมิสกะวันแล้วเลี้ยวขวามาตามถนนพิษณุโลกจนมาถึงทำเนียบรัฐบาล และมีพิธีการทางศาสนาทั้ง 3 ศาสนาบนเวทีที่ทำเนียบรัฐบาล
นายพิภพกล่าวว่า เหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม นายกฯไม่มีสิทธิที่จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพราะเป็นความผิดของตัวเอง ควรจะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการที่เป็นกลางโดยองค์กรอิสระต่างๆ ส่วนการเคลื่อนไหวการเดินทางไปดาวกระจายที่ไหนนั้น ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปจากแกนนำ ซึ่งจะต้องประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน
ข้อมูลจาก มติชน
