ครม.สมชายตั้ง ย"ปิยะพันธ์ยขึ้นเป็นซี 11 ทั้งที่เกษียณอายุราชการแล้ว โยกรองผวจ.พิจิตรเป็นพ่อเมืองราชบุรี ครม.ไฟเขียวตั้งพล.อ.ยุทธศักดิ์เป็นที่ปรึกษารมว.กห. ยน้องเสธ.ไอซ์ เลขารมว.กห. ด้านเด็กเฮียเพ้งคว้าเลขาฯสันติตามคาด ครม.ตั้ง ปิยะพันธ์ ขึ้นซี 11 ทั้งที่เกษียณแล้วผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว นางสาววีรินทร์ทิรา นาทองบ่อจรัส รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ครม. อนุมัติแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงหลายราย อาทิ 1. นายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร (ระดับ 9) เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี (ระดับ 10) 2. นายวีระพงษ์ แพสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาศักยภาพนักวิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์บริการ (ระดับ 9) เป็นรองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ระดับ 10)
3. นายชลอ คชรัตน์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม โอนไปเป็นอธิบดีกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี 4. นายประสงค์ ตันมณีวัฒนา อธิบดีกรมการขนส่งทางน้ำฯ ย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม 5. นายชัยรัตน์ย สงวนซื่อ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ระดับ 9) เลื่อนขึ้นเป็นอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ระดับ 10) 6. นายวิชาญ คุณากูลสวัสดิ์ รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ระดับ 9) เลื่อนขึ้นเป็นอธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ระดับ 10) 7. นายอร่าม ก้อนสมบัติ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (ระดับ 9) โยกไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม (ระดับ 10) 8. นายบัญชา เอกธรรมสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักทางหลวงที่ 2 กรมทางหลวง (ระดับ 9) โยกไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม (ระดับ 10)
นางสาววีรินทร์ทิรากล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังอนุมัติแต่งตั้งนายปิยะพันธ์ จัมปาสุต รองปลัดกระทรวงคมนาคม (ระดับ 10) ที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ และต้องพ้นจากราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2551 ดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิด้านการขนส่ง (เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ระดับ 11 ชช.) ตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน
สมชายตั้งพล.อ.ยุทธศักดิ์เป็นที่ปรึกษารมว.กห.
นางสาววีรินทร์ทิรา แถลงเพิ่มเติมว่า ครม. อนุมัติแต่งตั้งข้าราชการการเมืองหลายตำแหน่ง โดยตำแหน่งสำคัญมีดังนี้ 1. พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 2. พล.อ. วรวัฒน์ อินทรทัต ลูกพี่ลูกน้อง พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต หรือ เสธ.ไอซ์ เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 3. นางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร อดีตส.ส. พิจิตร ผู้ก่อตั้งพรรคเพื่อไทย เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 4. นายคณวัฒน์ วศินสังวร เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง และ 5. พล.ต.ท. ชัจจ์ กุลดิลก เป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง
ทุ่มเกือบ300ล้าน จัดแข่งกีฬาAsian Martial Art 2009
นางสาววีรินทร์ทิรา แถลงอีกว่า ครม. เห็นชอบให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬา Asian Martial Art Games 2009 ในเดือนเมษายน 2552 ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอมา โดยในเบื้องต้นให้ใช้งบของกระทรวงจำนวน 299 ล้านบาทดำเนินการ หากไม่เพียงพอค่อยทำความตกลงกับสำนักงบประมาณต่อไป พร้อมกันนี้ยังมีการแต่งตั้งคณะกรรม 2 ชุดคือ คณะกรรมการอำนวยการแข่งขันกีฬา และคณะกรรมการจัดแรแข่งขันกีฬา คาดว่าจะมีประเทศส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน 45 ประเทศทั่วโลก
ครม.อนุมัติ3,077ครูเออร์ลี่รีไทร์
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.เห็นชอบการปรับอัตรากำลังของส่วนราชการกระทรวงศึกษาธิการ โครงการเกษียณอายุราชการก่อนอายุ(เออร์ลี่รีไทร์) สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ได้มีการกำหนดมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งปรากฎว่า หลังมีการกำหนดอัตราค่าตอบแทน และเบี้ยขวัญถุงให้กับข้าราชการครูที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ได้มีข้าราชการครูสนใจเข้าร่วมโครงการถึง 10,032 คน ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) มีความจำเป็นต้องจัดครูมาแทนในส่วนที่ออกไปเต็มจำนวนร้อยเปรอ์เซ็นต์ เพราะข้าราชการครู เป็นอาชีพที่อัตรากำลังยังขาดแคลนอยู่ ดังนั้น เมื่อมีส่วนที่ออกไปเท่าไร ก็ต้องจัดเข้ามาเท่านั้น ดังนั้นงบประมาณในส่วนของสพฐ.จึงไม่สามารถรองรับเป็นค่าตอบแทนแก่ข้าราชการครูที่ขอเออร์ลี่รีไทร์จำนวน 10,032 คนได้ ดังนั้นในรอบแรก จึงมีครูผ่านกระบวนการเอร์ลี่รีไทร์ไปแล้ว 8,900 คน และยังค้างอยู่ 3,077 คน โดยในส่วนที่ยังค้างอยู่มีความยินดีที่จะเออร์ลี่รีไทร์ย โดยไม่ต้องการรับค่าตอบแทนเต็มจำนวนก่อนก็ได้ โดยขอรับเพียง 9 เท่าของเงินเดือนในปี 2551 นี้ และจะรับอีกครั้งในส่วนที่เหลือในปีงบประมาณ 2553 ดังนั้นในส่วนแรก จะสามารถเออร์ลี่รีไทร์ได้ทัน ในปีงบประมาณ 2552 ทั้งนี้ ครม.จึงอนุมติในหลักการให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณจำนวน 527 ล้านบาท ให้กับสพฐ. เพื่อจัดสรรดำเนินการในปีงบประมาณ 2552ย และอนุมัติอีก 615 ล้านบาท ให้ดำเนินการในปีงบประมาณ 2553
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ทั้งนี้สพฐ.รายงานว่า การเปิดให้ขาราชการครูเข้าโครงการเออร์ลี่รีไทร์ จนได้ผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 10,032 คน มีข้อดีทำให้กระทรวงศึกษาธิการ มีอัตราว่างทันทีในจำนวนดังกล่าว ทำให้สามารถเกลี่ยอันตราข้าราชการครูที่ต้องรับเข้ามาเต็มจำนวนลงไปในพื้นที่ขาดครูได้ง่ายกว่า และสามารถจัดไปได้ทันที และการบรรจุข้าราชการครูใหม่ ยังสามารถรับบุคลากรทดแทนได้ตรงกับวิชาเอกที่ขาดแคลนในแต่ละประเภท แต่ละอัตรา และจากข้อมูลระบุว่า โครงการเออร์ลี่รีไทร์ จะช่วยให้รัฐประหยัดงบประมาณ เพราะข้าราชการครูที่ร่วมโครงการ มีค่าตอบแทนอัตราเฉลี่ย 3.4 หมื่นบาทต่อคนต่อเดือน ดังนั้น เมื่อออกไปจำนวน 10,032 คน และเมื่อบรรจุเข้ามาใหม่ ในอัตราค่าตอบแทนที่ตำกว่าย จะทำให้ประหยัดงบประมาณได้เดือนละ 3.4 พันล้านบาทเศษ
เอาใจลูกจ้าง รสก. เพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวเท่า ขรก.
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงเพิ่มเติมว่า ครม.เห็นชอบการจ่ายเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวของลูกจ้างรัฐวิสาหกิจ ทั้งนี้เนื่องจากที่รัฐบาลที่ผ่านมา ได้มีมติเพิ่มเงินครองชีพชั่วคราวให้ข้าราชการที่ได้รับค่าตอบแทน ไม่เกิน 1.7 หมื่นบาทต่อเดือน ให้ได้รับเพิ่มอีก 1.5 พันบาท ต่อเดือน แต่รวมแล้วไม่เกิน 1.7 หมื่นบาทต่อเดือน และในส่วนที่ได้รับไม่เกิน 8.2 พันบาทต่อเดือน เพิ่มให้ถึง 8.2 พันบาทต่อเดือน แต่ในส่วนของพนักงานรัฐวิสาหกิจไม่รับประโยชน์จากการปรัลเพิ่มดังกล่าว ดังนั้นครม.จึงได้พิจารณาตามผลการประชุมคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ และมีมติเพิ่มให้ในส่วนของพนักงานรัฐวิสาหกิจด้วยในอัตราเดียวกัน โดยมีผลย้อยหลังตั้งแต่งวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยให้ใช้งบของแต่ละรัฐวิสาหกิจเอง แต่จะไม่ถือเป็นค่าจ้าง และเป็นลักษณะการจ่ายแบบชั่วคราว และไม่เป็นฐานในการคำนวนสิทธิประโยชน์ต่างๆ และหากครม.มีมติยกเลิกการเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวในส่วนของข้าราชการ ก็ให้ยกเลิกการจ่ายในส่วนของพนักงานรัฐวิสาหกิจด้วย
ครม.อนุมัติเบี้ยประชุม-ค่าตอบแทนสภาพัฒนาการเมือง
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ครม.อนุมัติร่างพ.ร.ฎ.กำหนดเบี้ยประชุมและค่าตอบแทนอื่นของสภาพัฒนาการเมือง ซึ่งผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของครม.คณะที่ 2 ตามที่สถาบันพระปกเกล้าเสนอ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของการร่างพ.ร.ฎ. อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุม นายบวรศักดิ์ อุวรรโณ หนึ่งในคณะกรรมการยกร่าง ได้ชี้แจงว่า สภาพัฒนาการเมืองกำหนดให้มีการประชุมปีละ 2 สมัย สมัยละ 1 เดือนเศษๆ ไม่เกิน2 เดือน สมัยแรกดำเดนินการในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ สมัยที่ 2 ดำเนินการในช่วงครึ่งหลังของปีงบประมาณ ซึ่งสมาชิกสภาพัฒนาการเมือง จะได้รับเบี้ยและค่าตอบแทนมากที่สุดไม่เกินคนละ 4 เดือน ทั้งนี้ นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เสนอว่า น่าจะมีการระบุข้อความลงไปในร่างพ.ร.ฎ.ให้ชัด ว่า เดือนใดที่สมาชิกสภาพัฒนาการมืองขาดประชุม ขอให้งดจ่ายค่าตอบแทนใดๆในเดือนนั้น ซึ่งนายบวรศักดิ์ก็รับไปดำเนินการ
ข้อมูลจาก มติชน
