ป.ป.ช.มีมติเชือด สมชาย วงศ์สวัสดิ์-บัณฑิต รชตะนันท์ ผิดวินัยร้ายแรง ฐานไม่รักษาผลประโยชน์ของทางราชการ คดีขายทอดตลาดที่ดินฉาว 897 ล้าน ขณะดำรงตำแหน่งปลัด-รองปลัดยุติธรรม ส่งเรื่องให้ อ.ก.พ.กระทรวงยุติธรรม- ก.ต.ปลดออกจากราชการ สุทัศน์ เงินหมื่น รอดเพราะไม่มีโทษทางอาญานายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี
และอดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม
ผู้สื่อข่าวมติชนออนไลน์ รายงานว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)มีมติเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคมชี้มูลความผิดทางวินัยร้ายแรงแก่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในสมัยที่ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรมและนายบัณฑิต รชตะนันท์ อดีตรองปลัดกระทรวงยุติธรรม ปัจจุบันเป็นผู้พิพากษาอาวุโส ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 มาตรา 84 และมาตรา 85 ฐานไม่ระมัดระวังรักษาประโยชน์ของราชการ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง กรณีการสั่งระงับเรื่องไม่ให้ดำเนินคดีกับนายประมาณ ตียะไพบูลย์สิน อดีตอธิบดีกรมบังคับคดี และนายมานิตย์ สุธาพร อดีตรองอธิบดีกรมบังคับคดี กรณีศาลจังหวัดธัญบุรีได้ขายทอดตลาดที่ดิน 2 แปลงที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อปี 2542 ให้บริษัท โมเดิร์นโฮม จำกัด (มหาชน) ในราคา 897 ล้านบาท โดยผู้ซื้อได้วางเงินค่าซื้อทรัพย์ 70 ล้านบาทต่อศาล และได้ส่งเงิน 70 ล้านบาท มายังกรมบังคับคดี แต่นายมานิตย์และนายประมา ผู้ถูกกล่าวหามีคำสั่งคืนเงิน 70 ล้านบาทที่ได้จากการขายทอดตลาด โดยไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายทอดตลาดร้อยละ 5 ตามกฎหมาย ทำให้รัฐได้รับความเสียหาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนี้ ป.ป.ช.จะส่งสำนวนการสอบสวนให้ อ.ก.พ.กระทรวงยุติธรรมพิจารณาลงโทษนายสมชายย้อนหลังและคณะกรรมการตุลาการ(ก.ต.)พิจารณาโทษนายบัณฑิต ซึ่งตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ต้องยึดสำนวนการสอบสวนของ ป.ป.ช.ในการพิจารณาโทษดังกล่าวซึ่งบุคคลทั้งสองมีโทษถึงปลดออกจากราชการ
ส่วนนายสุทัศน์ เงินหมื่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในขณะนั้น เนื่องจากความผิดดังกล่าว ไม่ใช่ความผิดทางอาญา เป็นเพียงความผิดทางวินัย เมื่อนายสุทัศน์พ้นตำแหน่งไปแล้วและไม่ใช่ข้าราชการประจำจึงไม่สามารถดำเนินใดๆได้
สำหรับ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 มาตรา84และมาตรา 85 มีบทบัญญัติดังนี้
มาตรา 84 ข้าราชการพลเรือนสามัญต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความอุตสาหะ เอาใจใส่ระมัดระวังรักษาประโยชน์ของทางราชการและต้องไม่ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ
การประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
มาตรา 85 ข้าราชการพลเรือนสามัญต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี และนโยบายของรัฐบาลโดยไม่ให้เสียหายแก่ราชการ
การปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของรัฐบาล อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
ส่วนการลงโทษนั้น มาตรา 104 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงให้ผู้บังคับบัญชาสั่งลงโทษปลดออก หรือไล่ออก ตามความร้ายแรงแห่งกรณี ถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนจะนำมาประกอบการพิจารณาลดโทษก็ได้แต่ห้ามมิให้ลดโทษลงต่ำกว่าปลดออก โดยมีขั้นตอนดังนี้(๑) สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับ 11 ลงมาถึงระดับ 8 ...ให้นายกรัฐมนตรีหรือผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 52 ส่งเรื่องให้ อ.ก.พ.กระทรวงซึ่งผู้ถูกกล่าวหาสังกัดอยู่พิจารณา และเมื่ออ.ก.พ.กระทรวงมีมติเป็นประการใด ให้นายกรัฐมนตรีหรือผู้มีอำนาจสั่งบรรจุดังกล่าว แล้วแต่กรณี สั่งหรือปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้น
ผู้ใดถูกลงโทษปลดออกตามมาตรานี้ ให้มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญเสมือนว่าผู้นั้นลาออกจากราชการ
ข้อมูลจาก มติชน
