พลังประชาชนเล็งเขียนมัดห้ามยุบสภาก่อนส.ส.ร.3ร่างรัฐธรรมนูญใหม่เสร็จ ชัย-สมชายร่วมถกที่มาชุดยกร่างแก้ไข ประธานวุฒิสภาโอดโดน 40 ส.ว.กดดันให้ถอนตัว รับโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง จาตุรนต์ เชื่อสภาร่างฯชุดใหม่ทำงานยาก ชัยลุย ส.ส.ร.3 -ไม่สนใครถอนนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ในฐานะประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ถึงการนัดหารือ 4 ฝ่าย ในวันที่ 20 ตุลาคมนี้ เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา เพื่อพิจารณาโมเดลสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) 3 ว่า ยังนัดประชุมเหมือนเดิม และยังไม่มีการประสานมาว่าประธานวุฒิสภาจะถอนตัวตามผู้นำฝ่ายค้าน ฉะนั้น การหารือยังเป็นไปตามกำหนดการเดิม ประธานวุฒิสภาเองเป็นผู้ใหญ่ หากถอนตัว คณะกรรมการยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ก็ยังดำเนินการอยู่ ส่วนที่มีผู้ระบุว่า การหารือ 4 ฝ่ายไม่มีความชอบธรรม หลังจากมีบางฝ่ายถอนตัวออกไป ไม่รู้ว่าไม่ชอบธรรมอย่างไร
นายวิทยา บูรณะศิริ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือวิปรัฐบาล กล่าวว่า ก่อนการประชุม จะมีการทำบุญร่วมกัน จากนั้น จะหารือถึงสถานการณ์การเมือง โดยเฉพาะการยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญตั้ง ส.ส.ร.3 ไม่มีอะไรต้องกังวลเป็นพิเศษกรณีพรรคประชาธิปัตย์จะไม่เข้าร่วมประชุม เพราะเชื่อว่าเมื่อถึงเวลา พรรคประชาธิปัตย์จะร่วมดินหน้า ส.ส.ร.3 เช่นกัน เพราะเคยเห็นชอบแนวทางนี้มาแล้ว
สมชายยันเข้าร่วมคิดโมเดล
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวกรณีฝ่ายค้านไม่เข้าร่วมการประชุม 4 ฝ่ายว่า ฟังเรื่องนี้แล้ว หลายฝ่ายเห็นด้วยทั้งประธานสภาผู้แทนฯ ประธานวุฒิสภา ส่วนตนจะไปในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ในการประชุมครั้งที่แล้วทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน รัฐบาลจึงสนับสนุนแนวทางดังกล่าว แต่หลังจากนี้เป็นเรื่องของทุกพรรคการเมือง ไม่ทราบเรื่องที่ฝ่ายค้านไม่เข้าร่วม ไม่ทราบขั้นตอนของฝ่ายค้าน แต่ตอนประชุมกันครั้งก่อนทางฝ่ายค้านยังเห็นด้วยเลย
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์บอกว่า นายกฯเคยพูดว่าใครไม่เห็นด้วยพร้อมพักเรื่องนี้ไว้ก่อน นายกฯเงียบไปพักหนึ่งก่อนกล่าวว่า วันนั้นที่คุยกันทุกคนเห็นด้วยแล้ว ผมไม่มีความประสงค์ไปโต้แย้ง หรือทำให้เป็นประเด็น อะไรเป็นทางออกที่ดีก็เห็นดีด้วย เมื่อถามว่า ประชาธิปัตย์เปลี่ยนท่าทีเพราะต้องการให้นายกฯยุบสภา นายสมชายกล่าวว่า ช่วยกันคิดก็แล้วกันว่าอะไรดี และดีจริงหรือไม่ เมื่อถามว่า เป็นความจริงที่นายกฯขอเวลา 2 เดือน นายสมชายไม่ตอบคำถาม จากนั้นเดินขึ้นรถไป
เล็งสูตรห้ามยุบก่อนร่างเสร็จ
ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง รักษาการโฆษกพรรคพลังประชาชน แถลงที่พรรคว่า ในการประชุมสภาผู้แทนฯวันที่ 22 ตุลาคมนี้ จะร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของ นพ.เหวง โตจิราการ ประธานคณะกรรมการประชาชนเพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 หรือ คปพร. เข้าสู่วาระการประชุม แต่ท่าทีของรัฐบาลคือไม่เอาร่างรัฐธรรมนูญ คปพร. ทำให้ต้องตกไป แต่จะมุ่งไปที่ประเด็นการตั้ง ส.ส.ร.3 แทน ส่วนสถานการณ์หากรุนแรง หรือมีการปิดล้อมสภาไม่ให้เข้าประชุมอีก คงจะเลื่อนการประชุมสภาออกไป เพราะไม่ใช่การแถลงนโยบายของรัฐบาล จึงไม่น่าวิตก
พรรคจะพยายามตั้งหลักด้วยการตั้ง ส.ส.ร.3 ร่างรัฐธรรมนูญแล้วเลือกตั้งใหม่ จะเห็นว่าการตั้ง ส.ส.ร.ชุดแรก มีข้อกำหนดว่าในขณะที่ ส.ส.ร.ร่างรัฐธรรมนูญไม่เสร็จห้ามยุบสภาในเวลา 180 วันต้องร่างให้เสร็จช่วงนั้น เพื่อเป็นหลักประกันว่าเมื่อตั้ง ส.ส.ร.แล้วจะต้องร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จ ร.ท.กุเทพกล่าว
เมื่อถามว่า นายกฯบอกให้มี ส.ส.ร.และดำเนินการ 3 งานใหญ่ก่อนหลังจากนั้นอาจลาออกหรือยุบสภา ร.ท.กุเทพกล่าวว่า หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญจัดตั้ง ส.ส.ร.3 กำหนดว่าห้ามยุบสภา นายกฯก็ไม่จำเป็นต้องลาออกก็ได้ หากไม่ทำอะไรผิด ส่วนกระแสสังคมที่เรียกร้องก็ต้องรับฟัง แต่ต้องดูว่าข้อพิสูจน์เป็นอย่างไร
40ส.ว.ยื่นโนติสขวางปธ.ถก4ฝ่าย
ทางด้าน น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. และแกนนำกลุ่ม 40 ส.ว. กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่ม 40 ส.ว.ได้ทำจดหมายถึงประธานวุฒิสภาอย่างเป็นทางการแล้ว ขอให้ทบทวนการเข้าไปร่วมหารือ 4 ฝ่าย เพราะวุฒิสภาไม่มีพรรค การไปร่วมหารือจึงไม่ใช่เรื่องประธานหรือรอง แต่เป็นเรื่องวุฒิสภาทั้งหมด แต่กลับไม่มีการปรึกษาหารือกัน และมี ส.ว.หลายสิบคนเห็นว่า การแก้รัฐธรรมนูญจะยิ่งทำให้บ้านเมืองวิกฤต หากประธานวุฒิสภาถอนตัว ความชอบธรรมของรัฐบาลจะน้อยลง หลังจากรัฐบาลจะแก้ให้ได้ตั้งแต่ 4-5 เดือนที่แล้ว ยิ่งตอนนี้รัฐบาลจะเอาประชาชนมาคุ้มกันให้เสียงข้างมากในสภาลากกันจนผ่านโดยไม่สนใจความชอบธรรม จึงชัดว่าเป็นเล่ห์กล ปฏิวัติเงียบโดยอาศัยกลไกสภา ทั้งนี้ การจะแก้รัฐธรรมนูญ รัฐบาลไม่ควรมีส่วนร่วมเพราะมีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง วันนี้รัฐบาลควรหยุดกิจกรรม รอผลสอบเหตุ 7 ตุลาคม เพราะถ้ายิ่งรีบเดินหน้าทำการ เท่ากับไม่สนวิกฤตประเทศที่เกิดจากตัวเอง
นัดตบเท้าขวางตอนเช้า
นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา 1 ใน กลุ่ม 40 ส.ว. กล่าวว่า วุฒิสภาไม่มีหน้าที่ไปร่วมร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะวุฒิสภามีหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุล ไม่เช่นนั้นต่อไปประธานวุฒิสภาหรือรองต้องไปประชุมร่างกฎหมาย อย่างนี้ก็ไม่ต้องมีวุฒิสภา ส.ว.150 คน เท่ากับ 150 พรรค ฉะนั้น ต้องมาถามว่า ส.ว.เห็นด้วยหรือไม่ ควรนำเรื่องเข้าที่ประชุมวุฒิสภาอภิปรายมีมติ ไม่ใช่จะมาทำแบบนี้ กลุ่มจะเข้าพบประธานวุฒิสภาวันที่ 20 ตุลาคม เวลา 09.00 น. เพื่อทักท้วงการร่วมหารือ 4 ฝ่าย ของประธานวุฒิสภา
ปธ.วุฒิฯโอดเสียทั้งขึ้นทั้งล่อง
นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีกลุ่ม 40 ส.ว.กดดันให้ถอนตัวจากการประชุมร่วม 4 ฝ่ายว่า ได้รับหนังสือทักท้วงจาก 40 ส.ว.แล้ว และไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ให้ดุลพินิจกับประธานเลย การหารือร่วม 4 ฝ่าย ไม่ได้ทำในนาม ส.ว.ทั้งหมด แต่ทำในนามของตนเอง ไม่ผูกพันวุฒิสภาทั้งหมด ถามว่า กลุ่ม 40 ส.ว.จะมากดดันได้หรือ ถ้าถูกกดดันแล้วจะเป็นประธานวุฒิสภาไปทำไม ส่วนตัวต้องคิดถึงทางที่จะเป็นประโยชน์ที่สุดกับประเทศอยู่แล้วว่า อะไรจะแก้ปัญหาให้ประเทศได้ แต่ไม่ใช่มาบีบกันแบบนี้ก็แย่แล้ว
ผมมีจุดยืน การประชุมร่วม 4 ฝ่าย ถ้ามีประโยชน์ก็จะไป แต่ถ้าไม่มีประโยชน์ก็ไม่ไป แต่ไม่ใช่ผมจะถูกกดดันให้ทำอย่างหนึ่งอย่างใด ผมตัดสินใจบนทางที่เป็นประโยชน์กับประเทศที่สุด ตอนนี้กำลังคิดอยู่ว่า อะไรเป็นประโยชน์กับประเทศที่สุด ทำอย่างไรถึงเกิดความสงบสุข หากไปประชุมแล้วบ้านเมืองสงบ ผมก็จะไป แต่ถ้าไปแล้วเกิดการตีกันใหญ่ ผมจะไม่ไป ผมดูอยู่ว่า ส.ส.ร.3 เป็นประโยชน์กับประเทศจริงๆ หรือไม่ ฉะนั้น ขอให้รอดูพรุ่งนี้ (20 ต.ค.) ว่า ผมจะร่วมหรือไม่ร่วม อย่างไรก็ดี ยิ่ง 40 ส.ว.ออกมา ยิ่งทำให้ผมตัดสินใจลำบาก เพราะถ้าเอาแบบนี้ จะแตกเป็นหลายฝ่าย แต่ถ้าไม่เอา คนก็จะหาว่า ผมอยู่ใต้อิทธิพลของ 40 ส.ว.อีก รวมความแล้วเสียทั้งขึ้นทั้งล่อง นายประสพสุขกล่าว
ยังกั๊กร่วมไม่ร่วม-ให้รอดู
ผู้สื่อข่าวถามว่า การไปประชุมร่วมพิจารณาโมเดล ส.ส.ร.3 เหมือนไปช่วยยกร่างแก้ไข มาตรา 291 ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ ส.ว. และ ส.ส.สงสัยทำไมไม่ปรึกษากันก่อนทั้งที่เป็นเรื่องใหญ่ นายประสพสุขกล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องใหญ่ถึงขนาดนั้น ที่ไปประชุมร่วมเป็นเรื่องของทางธุรการ เมื่อพิจารณามาตรา 291 เรื่องก็ต้องเข้าวุฒิสภาอยู่แล้ว อำนาจอยู่ที่ ส.ว.แต่ละคนจะพิจารณา
เมื่อถามว่า หลายฝ่ายมองว่า ปัญหาเกิดจากการนักการเมืองพยายามแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้ตัวเองพ้นคดี เหตุวันที่ 7 ตุลาคม ส่วนหนึ่งมาจากมีร่างของ คปพร.บรรจุในวาระการประชุมรัฐสภา นายประสพสุขกล่าวว่า ยก็ใช่น่ะสิ ผมจะนำทั้งหมดมาพิจารณาดู ตอนนี้ขอคิดให้รอบคอบก่อน และขอให้รอดูพรุ่งนี้ย
อ๋อยเชื่อสภาร่างฯทำงานยาก
นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า หากถึงตอนที่มี ส.ส.ร.3 แล้ว ไม่รู้ว่าใครจะเป็นรัฐบาล เพราะรัฐบาลปัจจุบันคงเจอคดียุบพรรคไปแล้ว รัฐบาลใหม่ที่เข้ามาก็ต้องดูว่า สังคมจะยอมรับหรือไม่ด้วย คิดว่า การที่หลายส่วนไม่ยอมรับมติที่ประชุม 4 ฝ่ายให้ตั้ง ส.ส.ร.3 นั้น จะทำให้ ส.ส.ร.ดำเนินงานไปไม่ง่ายนัก แต่ดีกว่าให้
ข้อมูลจาก มติชน
