ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้ทำหนังสือถึงสื่อมวลชน เพื่อชี้แจงกรณีเข้าฟังคำพิพากษาคดีทุจริตที่ดินรัชดาภิเษก ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา เป็นจำเลยที่ 1-2 ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พ.ศ.2542หนังสือดังกล่าวระบุว่า ตามที่ศาลฎีกาฯ นัดฟังคำพิพากษาคดีดังกล่าว ซึ่งเป็นคดีที่สนใจของประชาชนและอาจมีประชาชนมาฟังการพิจารณาพิพากษาคดีเป็นจำนวนมาก ศาลฎีกาฯ จึงได้มีระเบียบศาลฎีกาฯ ว่าด้วยการรักษาความเรียบร้อยในศาลหรือบริเวณศาลและการเข้าฟังการพิจารณาคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2544 ซึ่งวางข้อกำหนดการเข้ามาในศาลหรือบริเวณศาลเพื่อรักษาความเรียบร้อยไว้ โดยมีสาระสำคัญดังนี้
เรื่องการเข้ามาในศาล ข้อ 4 บุคคลภายนอกที่จะเข้ามาในศาลหรือบริเวณศาลหรือห้องพิจารณาคดี ต้องแต่งการให้สุภาพและประพฤติตนให้เรียบร้อยห้ามส่งเสียงดัง เสพสุราและของมึนเมาอย่างอื่น จนเป็นเหตุประพฤติวุ่นวายหรือครองสติไม่ได้ หรือกระทำการอื่นใดอันก่อให้เกิดความไม่เรียบร้อยในศาลหรือบริเวณศาล ข้อ 5 ห้ามนำอาวุธทุกชนิดเข้ามาในบริเวณศาล ถ้ามีอาวุธติดตัวมาจะต้องเก็บหรือฝากไว้เสียก่อนที่จะเข้ามาในศาล เว้นแต่เจ้าพนักงานตำรวจที่ได้รับอนุญาตจากศาล ข้อ 6 บุคคลอื่นซึ่งมิใช่ข้าราชการตุลาการหรือเจ้าหน้าที่ของศาลฎีกาฯ เมื่อมาติดต่อราชการและหมดภารกิจที่ต้องปฏิบัติแล้วให้ออกไปจากศาลหรือบริเวณศาล
เรื่องการเข้าฟังการพิจารณาคดีของศาล ข้อ 8 ผู้ที่ประสงค์จะเข้าฟังการพิจารณาคดีของศาลต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวข้าราชการหรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐมาแลกบัตรเข้าฟังการพิจารณาคดีที่แผนกประชาสัมพันธ์ของศาล ข้อ 9 ห้ามไม่ให้ผู้เข้าฟังการพิจารณาคดีของศาลแสดงกิริยาไม่เรียบร้อยหรือกระทำการใดๆอันเป็นการรบกวนหรือขัดขวางการพิจารณาคดีของศาล ทั้งต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ศาลโดยเคร่งครัดด้วย
โดยแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขอแจ้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปที่จะเข้าฟังการพิจารณาพิพากษาคดีให้ทราบโดยทั่วกันและให้ถือปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าวโดยเคร่งครัด ผู้ฝ่าฝืนอาจมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามกฎหมาย
ข้อมูลจาก มติชน
