รัฐบาลดัตช์ทุ่ม13.4 ล.อุ้มไอเอ็นจีสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานความเคลื่อนไหวเศรษฐกิจในต่างประเทศ วันที่ 20 ตุลาคมว่า รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ แถลงเมื่อวันที่ 19 ตุลาคมว่าได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังและธนาคารกลางของประเทศรับผิดชอบในแผนการอัดฉีดเม็ดเงินจำนวน 10,000 ล้านยูโร หรือราว 13,400 ล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยเหลือธนาคาร ไอเอ็นจี หนึ่งในธนาคารใหญ่ที่สุด 20 อันดับแรกของโลก มีพนักงานอยู่ทั่วโลกมากกว่า 130,000 คน ซึ่งกลายเป็นเหยื่อรายล่าสุดของวิกฤตการเงินที่เริ่มต้นในสหรัฐอเมริกาและลุกลามออกไปทั่วโลกอยู่ในเวลานี้
ทั้งนี้กระทรวงการคลังและธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์จะเข้าไปถือหุ้นบุริมสิทธิในไอเอ็นจี 8.5%และมีสิทธิแต่งตั้งบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการกำกับการบริหารกิจการของไอเอ็นจี 2 ตำแหน่ง นอกเหนือจากที่ไอเอ็นจีตกลงงดจ่ายเงินปันผล, งดจ่ายเงินโบนัสสำหรับผู้บริหารระดับสูงทั้งหมดย หากมีผู้บริหารตัดสินใจลาออกจะได้รับเงินบำนาญคิดเป็นมูลค่าไม่เกินรายได้ในระยะ 1 ปี และยินยอมให้คณะกรรมการฯใหม่ทบทวนอัตราเงินเดือนสำหรับผู้บริหารระดับสูงให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลใหม่อีกด้วย ทั้งนี้ ไอเอ็นจี มีสิทธิที่จะซื้อหุ้นบุริมสิทธิดังกล่าวคืนได้ตลอดเวลาในระดับราคาสูงกว่าระดับราคาที่รัฐบาลซื้อ 150 % หากเกินระยะเวลา 3 ปี หุ้นดังกล่าวจะเปลี่ยนรูปเป็นหุ้นสามัญโดยอัตโนมัติ
การอัดฉีดเงินเข้าอุ้มธนาคารไอเอ็นจีครั้งนี้มีขึ้นหลังจากทางธนาครเปิดเจรจาฉุกเฉินกับรัฐบาลในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เพราะเป็นกังวลว่าธนาคารอาจถึงขั้นล้มละลายได้หากเปิดการซื้อขายในวันที่ 20 ตุลาคมนี้โดยไม่มีการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ก่อนหน้านั้นราคาหุ้นของไอเอ็นจีลดลงมากถึงกว่า 27 %ในการซื้อขายเมื่อวันที่ 17 ตุลาคมในกรุงอัมสเตอร์ดัม หลังจากไอเอ็นจีแถลงว่าคาดว่าผลประกอบการในไตรมาสที่ 3 จะขาดทุนสูงถึง 500 ล้านยูโรเพราะมีการตัดบัญชีหนี้เสียไปไม่ได้น้อย 1,600 ล้านยูโร
ไม่กระทบไอเอ็นจีในไทย
นายราเจช เสฐฐี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทไอเอ็นจีประกันชีวิต จำกัดประเทศไทยกล่าวว่า ขณะนี้ไอเอ็นจีได้เตรียมเงินทุนเพื่อการขยายตัวที่มากขึ้น ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นหนึ่งในเสือเศรษฐกิจของเอเชีย ไอเอ็นจียังคงให้ความสนใจที่จะลงทุนเพิ่มเติมอีก โดยมีข้อตกลงที่จะเพิ่มการลงทุนในกิจการธนาคารทหารไทย และไอเอ็นจีแบงก์ บลจ.ไอเอ็นจี และธุรกิจประกันชีวิต ซึ่งจะพัฒนาธุรกิจด้านแบงก์แอสชัวรันส์กับธนาคารทหารไทยและแสวงหาพันธมิตรเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาธุรกิจต่อไป
นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารทหารไทย เผยถึงกรณีที่รัฐบาลเนเธอร์แลนด์อัดฉีดเงินจำนวน 1 หมื่นล้านยูโรให้บริษัทไอเอ็นจี กรุ๊ป ภายหลังผลประกอบการของบริษัทในไตรมาส 3 ลดลง 500 ล้านยูโรว่า ในส่วนของธนาคารทหารไทยไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากไอเอ็นจี ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของธนาคารไม่มีปัญหาอะไรมากนัก แต่การที่รัฐบาลเข้ามาอัดฉีดให้เพราะต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้เพิ่มขึ้น ซึ่งไอเอ็นจียังไม่มีความจำเป็นต้องขายสินทรัพย์ในต่างประเทศในขณะนี้
ย"ธนาคารเรายังมีความแข็งแกร่งมากพอ ซึ่งเงินกองทุนอยู่ที่ระดับ 17.4% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูง ส่วนไอเอ็นจีที่เป็นพันธมิตรของเรายังไม่มีปัญหา ยังคงดำเนินงานตามปกติ และยังไม่มีการขายบริษัทในต่างประเทศแต่อย่างใดยนายบุญทักษ์กล่าว
ทั้งนี้ย เงินที่รัฐบาลเนอเธอร์แลนด์เพิ่มทุนให้ 1 หมื่นล้านยูโร ทางไอเอ็นจีกรุ๊ปจะนำไปเพิ่มความแข็งแกร่งของงบการเงินในส่วนของ ไอเอ็นจี อินชัวร์รันซ์ จำนวน 2,000 ล้านยูโร และอีก 3,000 ล้านยูโรนำไปลดสัดส่วนหนี้สินต่อทุน(D/E Ratio)จาก 15% ให้เหลือ 10% อย่างไรก็ตามเงินอีก 5,000 ล้านยูโรจะนำไปใช้เพิ่มส่วนของผู้ถือหุ้นใน ไอเอ็นจีแบงก์
มาลย์-สวีเดน ประกาศมาตรการรับมือ
เอเอฟพี รายงานด้วยว่า เม็ดเงินที่ให้ความช่วยเหลือต่อไอเอ็นจีในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของจำนวนเงินทั้งหมด 20,000 ล้านยูโรที่กระทรวงการคลังเนเธอร์แลนด์ประกาศไว้ว่าพร้อมที่จะนำมาใช้เพื่อพยุงฐานะของธนาคารและแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงินของประเทศเมื่อก่อนหน้านี้ ในขณะเดียวกันมีอีกหลายประเทศทะยอยกันประกาศวงเงินเพื่อแก้ปัญหาทำนองเดียวกันนี้ออกมาอีกเรื่อย อาทิ สวีเดน ประกาศใช้เงินจำนวน 1.5 ล้านล้านโครเนอร์ (ราว 206,100 ล้านดอลลาร์) เพื่อรองรับมาตรการให้ความช่วยเหลือในกรณีที่ภาคการเงินของตนเองมีปัญหาจากแรงกดดันของภาวะวิกฤตการเงินโลก
ในขณะที่มาเลเซียประกาศเพิ่มวงเงินทุนสำหรับบริษัท แวลู่แคป บริษัทเพื่อการลงทุนของรัฐบาลที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2003 อีก 5,000 ล้านริงกิต เพื่อเพิ่มเม็ดเงินสำหรับลงทุนโดยตรงในตลาดหุ้นเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวที่ 10,000 ล้านริงกิต หลังจากตลาดหุ้นมาเลเซียลดลงมากถึง 37% แล้วในปีนี้ บริษัทดังกล่าวนั้นรัฐบาลมาเลเซียตั้งขึ้นเพื่อลงทุนในตลาดหุ้นโดยตรง โดยจะเข้าไปซื้อหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่งที่มีมูลค่าต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง นอกเหนือจากการเพิ่มทุนเข้าไปซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แล้ว
นายนาจิบ ราซัก รัฐมนตรีคลังมาเลเซียแถลงด้วยว่า รัฐบาลเตรียมปรับประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศทั้งในปีนี้และปีหน้าลงในเร็วๆนี้ด้วยเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง แต่ยังคงยืนกรานว่ามาเลเซียไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤตแต่อย่างใด
วิกฤตคายพิษใส่จีนจีดีพีลดฮวบ
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าสำนักงานสถิติแห่งชาติ (เอ็นบีเอส) ของทางการจีนแถลง ที่กรุงปักกิ่งว่า การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของจีนในไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมาลดลงมาเหลือ 9.0%ลดลงอย่างฮวบฮาบจากที่เคยขยายตัวถึง 10.1%ในไตรมาสที่ 2 และเป็นการขยายตัวที่ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์เคยประมาณการเอาไว้ที่ 9.7% และทำให้จีดีพีใน 3 ไตรมาสแรกของจีนลดลงมาอยู่ที่ 9.9% ทั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในรอบอย่างน้อย 4 ปีที่จีดีพีของจีนลดลงมาเหลือตัวเลขหลักเดียวเช่นนี้ ทั้งนี้ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว จีดีพีของจีนขยายตัวมากถึง 10.7%นักวิเคราะห์คาดหมายว่า ภาวะชะลอตัวดังกล่าวจะสูงมากขึ้นอีกในไตรมาสสุดท้าย เพราะจีนเพิ่งแสดงว่าได้เริ่มได้รับผลกระทบจากภายนอกแล้วเท่านั้น ขณะที่นาย จัสติน ยี่ฝู หลิน หัวหน้าทีมเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลกคาดหมายว่า จีดีพีของจีนจะยังคงขยายตัวอยู่ในระดับสูงระหว่าง 8-9%ในปีหน้าต่อไป
สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนระบุว่า บรรดาคณะรัฐมนตรีจีนประชุมร่วมกันต่อเนื่องในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปพร้อมที่จะใช้มาตรการใหม่ๆเพื่อกระตุ้นการกู้ยืม และสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดเงินที่กำลังสั่นคลอนของประเทศ โดยจะใช้ทั้งมาตรการทางการเงิน สินเชื่อ และการค้าระหว่างประเทศเพื่อรองรับแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศชะลอลงในขณะนี้
เอเอฟพีรายงานด้วยว่า นายโดมินิค สเตราส์ คาห์น กรรมการผู้จัดการใหญ่กองทุนการเงินระหว่างประเทศออกมาแถลงแสดงความชื่นชมต่อการที่รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศใช้เงินจำนวน 130,000 ล้านดอลลาร์เพื่อ ค้ำประกันหนี้เงินกู้ต่างประเทศของบรรดาธนาคารในเกาหลีใต้จำนวน 100,000 ล้านดอลลาร์ กับอีก 30,000 ล้านดอลลาร์เพื่อช่วยเหลือธนาคารและผู้ส่งออกที่ขาดแคลนดอลลาร์ เพราะเชื่อว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยพยุงสถานะตลาดเงินภายในประเทศย กู้ความเชื่อมั่นในระบบการเงินของเกาหลีใต้ กลับคืนอีกครั้ง ระบบธนาคารเกาหลีใต้มีปัญหาถึงขั้นดอลลาร์ขาดแคลนเมื่อมีการกู้ยืมระหว่างธนาคารกับธนาคารในต่างประเทศมากผิดปกติและหนี้สินจำนวน 80,000 ล้านดอลลาร์จะถึงกำหนดชำระพร้อมกันในเดืนมิถุนายนศกหน้านี้
ให้ดูแคนาดาต้นแบบเลี่ยงวิกฤต
ส่วนกรณีที่ผู้นำสหรัฐและผู้นำยุโรป มีข้อตกลงจะจัดประชุมเพื่อหาทางป้องกันวิกฤตการเงินนั้น นายจิม ฟลาเฮอร์ตี้ รัฐมนตรีคลังของแคนาดา ให้สัมภาษณ์ว่าแคนาดาพร้อมจะสนับสนุนความร่วมมือของทั่วโลกเพื่อปฎิรูประบบการเงิน ซึ่งในฐานะที่แคนาดารอดพ้นจากวิกฤตในครั้งนี้อันเนื่องมาจากการกำกับดูแลที่ดี แคนาดาอาจเป็นแม่แบบให้ประเทศอื่นในการหลีกเลี่ยงวิกฤตแบบเดียวกับที่เกิดขึ้นกับสหรัฐอเมริกา
วันเดียวกันธนาคารกลางสหภาพยุโรป (อีซีบี) ได้เปิดตัวโครงการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างเงินยูโรและฟรังก์สวิสเป็นครั้งแรกมูลค่า 2 หมื่นล้านยูโร ตามข้อตกลงที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องเงินฟรังก์สวิสให้กับกลุ่มธนาคารของประเทศยุโรป
หุ้นทั่วโลกพุ่ง-ญี่ปุ่นศก.ชะงักแล้ว
นายมาซาอากิ ชิรากาวา ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น ระบุว่า ผลจากวิกฤตโลกทำให้ในขณะนี้เศรษฐกิจของญี่ปุ่นชะงัก(stagnant) และคงจะชะงักไปอีกระยะหนึ่ง เพราะการส่งออกลดลงและเอกชนลดการลงทุน
ด้านตลาดหุ้นเอเชียในวันเดียวกันนี้ จากการที่หลายประเทศทั่วโลกได้ออกมาตรการช่วยเหลือสถาบันการเงินอย่างต่อเนื่อง มีการปรับขึ้นค่อนข้างมาก อาทิ หั่งเส็งของฮ่องกงปิดตลาดเพิ่มขึ้น 5.3 % ออสเตรเลียเพิ่มขึ้น 4.3 % เกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 2.3 % นิคเกอิเพิ่มขึ้น 3.59 % ส่วนตลาดหุ้นยุโรปเพิ่มขึ้น 2.6 % ในช่วงเปิดตลาด อย่างไรก็ตามหุ้นของธนาคารโซซิเอเต้ เจเนอราล ของฝรั่งเศสร่วงลงอย่างมาก 10.7 % เพราะมีข่าวลือว่าธนาคารอาจจำเป็นต้องเพิ่มทุน
ข้อมูลจาก มติชน
