นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า จากสถานการณ์การเมืองที่ไม่ปกติในขณะนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเป็นไปทางการเมืองในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับการทำรัฐประหาร ต้องขอความร่วมมือและต้องขอวิงวอนทุกคนในสังคมให้ยุติการแสดงความเห็นในทำนองว่า จะเกิดการยึดอำนาจในประเทศไทย เพราะเมื่อบรรดาผู้นำเหล่าทัพได้แสดงท่าทีชัดเจนว่า จะไม่กระทำเช่นนั้นเด็ดขาด เมื่อองค์กรที่อยู่ในฐานะก่อการรัฐประหารได้ยืนยันว่า ไม่กระทำเช่นนั้น ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่บุคคลอื่น หรือองค์กรหนึ่งองค์กรใดที่ไม่เกี่ยวข้องแสดงความคิดเห็นเช่นนี้ ให้กระทบต่อความเชื่อถือความมั่นใจในสถานการณ์ของประเทศไทยนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองที่เป็นอยู่ถือว่าเปราะบาง การแสดงความเห็นดังกล่าวจะไม่ส่งผลดีต่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด โดยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปสาธารณรัฐประชาชนจีน หากเดินทางไปพร้อมกระแสข่าวยึดอำนาจ ก็จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศ
เรื่องการรัฐประหาร เมื่อทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าไม่ใช่ทางออกของสถานการณ์การเมือง ก็ขอความกรุณาให้ยุติ อาทิ กรณีพล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม และอดีตผู้ช่วยเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ที่กล่าวเรื่องนี้ แม้จะเป็นสิทธิ์ที่แสดงความเห็น แต่ด้วยความเคารพ ขอเรียนว่าเรื่องนี้ไม่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ก็ขอความกรุณาพล.อ.สพรั่ง แม้อาจจะเคยร่วมกับการยึดอำนาจในช่วงที่ผ่านมา แต่พล.อ.สพรั่งอาจจะอกหักหรืออารมณ์ค้างจากการยึดอำนาจที่ผ่านมา แต่การแสดงความเห็นเช่นนี้ ต้องขอความกรุณาให้คำนึงถึงความสงบโดยรวมของบ้านเมืองผลกระทบจะเกิดขึ้นเป็นสำคัญ นายณัฐวุฒิ กล่าว
เมื่อถามว่า ทำไมนายสมชายไม่ใช้อำนาจในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ดำเนินการกับทหารที่ออกมาให้สัมภาษณ์ชี้นำ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า บรรดาแม่ทัพนายกองในราชการไม่มีใครแสดงความต้องการหรือไม่มีใครแสดงสัญญาณนี้ ผบ.ทบ. ก็ได้ย้ำตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อนว่า จะไม่มีการยึดอำนาจ และผบ.ทุกเหล่าทัพก็ไม่มีใครแสดงจุดยืนนี้
เมื่อถามว่า แสดงว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไม่มีอำนาจที่แท้จริง นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ไม่ได้หมายความเช่นนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยังมีอำนาจบริหารราชการเต็มรูปแบบเหมือนเดิม
ข้อมูลจาก มติชน
