สภาทนายพร้อมช่วยกองทัพถอดเทปโฟนอิน เอาผิด แม้ว ผบ.ทบ.เผยกำลังหาช่องสกัดไม่ให้เกิดวิกฤต โฆษกรบ.อัดบิ๊กทหารกังวลแต่คนเสื้อแดง บอกควรห่วงพันธมิตรมากกว่าที่จะตั้งกองกำลังติดอาวุธ พปช.ซัดซ้ำปล่อย ให้แกนนำย่ำยีกองทัพ สตช.สรุปแม้วโฟนอิน ไม่มีข้อความเข้าข่ายหมิ่นสถาบัน พล.ต.ท.ธีรเดช รอดโพธิ์ทอง ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาลเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบและพิจารณาข้อมูลข่าวสารที่อาจมีผลกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ภายหลังการประชุมคณะกรรมการ มีมติเอกฉันท์กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินมาร่วมรายการความจริงวันนี้สัญจรครั้งที่ 2 ที่ราชมังคลากีฬาสถานเมื่อ วันที่ 1 พฤศจิกายน ไม่เข้าข่ายหมิ่นสถาบันผบ.ทบ.เผยกำลังหาช่องดับวิกฤต
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 4 พฤศจิกายน ที่ ททบ.5 พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาทหารอากาศ และ พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เดินทางไปร่วมบันทึกเทปอาเศียรวาท เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 5 ธันวามหาราช
พล.อ.ทรงกิตติปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงความห่วงใยของ ผบ.เหล่าทัพ ต่อกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินเข้ามาในรายการความจริงวันนี้สัญจร เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ระบุว่าขอพึ่งพระบารมีพระองค์ท่านในการกลับเข้าประเทศไทย โดยย้อนกลับมาถือสื่อมวลชนว่า สื่อเป็นห่วงหรือไม่
พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองยังคงมีความขัดแย้ง และกำลังหาช่องทางที่จะไม่ให้เกิดวิกฤต ในส่วนของกองทัพได้แสดงบทบาทภารกิจของตนเอง พยายามทำในส่วนของตนเองไม่ให้เกิดความรุนแรงได้ สำหรับการสื่อสารเรื่องอื่นๆ ก็ได้สื่อสารไปให้สื่อมวลชนได้รับทราบแล้ว
สภาทนายพร้อมช่วยเอาผิดแม้ว
นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ นายกสภาทนายความ กล่าวว่า สภาทนายความพร้อมให้คำปรึกษากองทัพ ที่จะพิจารณาถอดคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ปราศรัยทางโทรศัพท์ทางไกล (โฟนอิน) มายังรายการ ความจริงวันนี้สัญจร ครั้งที่ 2 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ว่าจะสามารถดำเนินทางกฎหมายได้หรือไม่ โดยมีคณะทำงานอยู่แล้ว
นายเดชอุดมกล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่าคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณขัดแย้งกันเอง เพราะไม่ยอมรับคำพิพากษาของศาลฎีกาฯ ที่ทำภายใต้พระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่กลับจะขอพึ่งพระบารมี และกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่ถึงขั้นตอนที่จะขอพระราชทานอภัยโทษได้ ถ้าจะขอรับพระราชทานอภัยโทษ พ.ต.ท.ทักษิณจะต้องมารับโทษจำคุกก่อน นอกจากนี้เห็นว่าคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณบางตอนมีลักษณะดูหมิ่นศาล เช่นคำว่า ยัดเยียดคุกให้ ซึ่งสถาบันศาลที่เป็นที่พึ่งสุดท้าย เราต้องช่วยกันดูแล
พ.ต.ท.ทักษิณจะมาโอดครวญอะไร ต้องเป็นไปตามกฎแห่งกรรม จะมาอ้างว่าเป็นอดีตนายกฯแล้วจะขอพระราชทานอภัยโทษไม่ได้ นายกฯเกาหลีใต้ นายกฯญี่ปุ่นทำผิดก็ยังต้องติดคุก และ ส.ส.พรรคพลังประชาชนทำไม่เหมาะสม ไม่ใช่หน้าที่ของ ส.ส.ที่จะขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ นายกสภาทนายความกล่าว
สุเทพหนุนท่าทีกองทัพเป็นกลาง
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ผู้บัญชาการเหล่าทัพแสดงความอึดอัดใจที่ พ.ต.ท.ทักษิณดึงสถาบันมาเกี่ยวข้องว่า ถือว่าทำหน้าที่ถูกต้องแล้ว ทหารเป็นทหารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและของชาติ ต้องดูแลไม่ให้ใครล่วงละเมิด ต้องตรวจสอบและเอาจริงเอาจัง ขณะนี้มีคนบางกลุ่มพยายามดึงสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสิ่งที่ประชาชนเคารพเทิดทูนสูงสุด ไม่ควรจะไปก้าวล่วง
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายฝ่ายเรียกร้องให้กองทัพออกมามีบทบาท แต่กองทัพบอกว่าเลยเวลาที่จะทำรัฐประหารแล้ว นายสุเทพกล่าวว่า กองทัพทำถูกต้องแล้วที่ไม่ยอมเป็นกองทัพของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด น่าจะทำให้ทุกฝ่ายมั่นใจได้ว่ามีหลัก เพราะถ้าขืนกองทัพไปเล่นตามกระแสถูกดึงไปใช้เป็นเครื่องมือในทางการเมืองก็จะทำให้บ้านเมืองยุ่งเหยิงเสียหาย ที่มีข่าวว่ามีความพยายามเรียกร้องให้กองทัพปฏิวัติยึดอำนาจ พรรคแสดงท่าทีที่ไม่เห็นด้วยมาตลอด
เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี ส.ส.พรรคพลังประชาชนล่ารายชื่อเพื่อออกกฎหมายนิรโทษกรรม พ.ต.ท.ทักษิณว่า รู้สึกเหมือนคนไทยส่วนใหญ่ว่าเป็นการแสดงที่ไม่ถูกต้อง ถือเป็นเจตนาที่ไม่สุจริต และไม่บังควรอย่างยิ่ง
นายสุเทพกล่าวว่า กรณีของนายวีระ มุสิกพงศ์ ผู้จัดรายการความจริงวันนี้ ที่เคยหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ก็ต้องเข้าคุกยอมรับโทษก่อน แล้วสำนึกผิด จึงขอถวายฎีกา แต่กรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณนั้น ศาลพิพากษาจำคุกแล้วไม่ยอมรับ แต่หนีออกนอกประเทศ ดังนั้น จะมาถวายฎีกาถือว่าไม่เหมาะสม และเห็นชัดว่า พ.ต.ท.ทักษิณทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของตัวเองเท่านั้น ไม่ควรทั้งขอพระราชทานอภัยโทษและนิรโทษกรรม เพราะการนิรโทษกรรมหมายความว่าต้องออกกฎหมาย แต่ต้องไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของคนคน เดียว
จตุพรลั่นนำเทปแม้วออกเอ็นบีที
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน และพิธีกรรายการ ความจริงวันนี้ กล่าวยืนยันที่จะนำเทปบันทึกการปราศรัยของพ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนแพร่ภาพออกอากาศในรายการ ความจริงวันนี้
ทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีตามปกติ ที่พรรคประชาธิปัตย์และกลุ่ม 40 ส.ว.ออกมาคัดค้านนั้นไม่มีเหตุผลเพราะคำปราศัยของพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ใช่ความลับ โทรทัศน์ทุกช่องรวมถึงหนังสือพิมพ์ทุกฉบับนำไปเผยแพร่หมดแล้ว จึงไม่เข้าใจว่าทำไมเอ็นบีทีจะทำไม่ได้ และจะถือว่าแทรกแซงสื่อของรัฐไม่ได้ เนื่องจากรายการ ความจริงวันนี้ เป็นของเอกชนมีอำนาจในการตัดสินใจ
ที่กลุ่ม 40 ส.ว.ออกมาเคลื่อนไหวโจมตีว่าเป็นการแทรกแซงสื่อนั้น ในวันที่ 5 พฤศจิกายน นายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน พรรคพลังประชาชน จะจะรวบรวมรายชื่อส.ส.ยื่นต่อประธานวุฒิสภาเพื่อขอให้ถอดถอน 40 ส.ว.ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 270 เพราะมีพฤติการณ์ส่อใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ไม่ถูกต้อง นายจตุพรกล่าว
ซัดบิ๊กทหารปล่อยสนธิลิ้มย่ำยีกองทัพ
นายจตุพรกล่าวว่า หลังพระราชพิธีถวายเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จะจัดรายการ ความจริงวันนี้ สัญจรในภาคต่างๆ กำลังตัดสินใจว่าจะเริ่มที่ภาคเหนือหรืออีสาน สถานที่อาจจะเป็นสนามกีฬา 700 ปีเชียงใหม่ ส่วนอีสานอาจเป็น จ.อุดรธานี หรือ จ.ขอนแก่น และจะกลับมาปิดท้ายที่ราชมังคลากีฬาสถานอีกครั้ง แต่ยังไม่ได้พูดคุยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะโฟนอินอีกหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี พล.อ.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม แสดงความเป็นห่วงว่าคำพูด พ.ต.ท.ทักษิณจะทำให้พระองค์ท่านทรงอึดอัด นายจตุพรกล่าวว่า ปลัดกระทรวงกลาโหมต้องกลับไปดูเอเอสทีวีที่ออกอากาศพาดพิงสถาบันทุกวัน ถามว่าจะสร้างความสุขให้พระองค์ท่านหรือไม่ นอกจากนี้นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตร ยังพูดจาย่ำยีกองทัพและคนใกล้ชิดของพระองค์ท่าน เช่น นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ถามว่า ผบ.ทบ.และปลัดกระทรวงกลาโหม ไปมุดหัวอยู่ที่ไหนตอนที่เขามากล่าวหาว่ารับเงินจาก พ.ต.ท.ทักษิณ
โฆษกรบ.แก้ต่างแทนทักษิณ
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องแยกให้ชัดว่า พ.ต.ท.ทักษิณวิพากษ์กระบวนการยุติธรรม หรือศาลสถิตยุติธรรม ถ้าวิพากษ์ศาลสถิตยุติธรรมนั้นไม่เหมาะ แต่ถ้าพูดถึงกระบวนการยุติธรรม ที่ดำเนินคดี พ.ต.ท.ทักษิณสามารถพูดได้ เพราะเป็นกระบวนการพิเศษ ต่างจากคนอื่นที่มีทั้งกระบวนการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อัยการ และไปศาล แต่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชั้นพนักงานสอบสวนเป็นคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ถ้าต้นทางมีปัญหา ปลายทางก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีปัญหาด้วย การแต่งตั้งกรรมการ คตส. ขัดหลักนิติธรรม ตั้งคนที่ประกาศเป็นฝ่ายตรงข้ามกับ พ.ต.ท.ทักษิณชัดเจน
นายณัฐวุฒิกล่าวกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตย์ขู่ฟ้องร้อง หากมีการนำเทปโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณออกรายการ ความจริงวันนี้ ว่า คนที่ไปนั่งในรายการความจริงวันนี้ เดินเลยไปเกินจุดที่จะหวาดกลัวการฟ้องร้องนานแล้ว และพร้อมจะพร้อมรับผิดชอบในทางกฎหมาย เมื่อช่อง 3,5,7,9, นำไปออก ส่วนผู้จัดรายการเอง ไม่มีสิทธินำมาออก มันแปลก ถ้าได้อ่านหนังสือพิมพ์ ดูโทรทัศน์ รู้หมดแล้วว่าพ.ต.ท.ทักษิณพูดอะไรบ้าง
โต้กองทัพให้ห่วงพันธมิตรดีกว่า
นายณัฐวุฒิกล่าวถึงผู้บัญชาการเหล่าทัพ ที่แสดงความเป็นห่วงเกรงว่าจะสร้างความอึดอัดให้สถาบัน ว่า เมื่อกองทัพแสดงความเป็นห่วงกังวลกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง และความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็เป็นเรื่องที่ดี สังคมอบอุ่นว่ากองทัพดูแลสอดส่อง แต่กองทัพก็ต้องแสดงความสนใจกับความเคลื่อนไหวอีกมุมหนึ่งที่ทำเนียบรัฐบาลด้วย ที่กำลังตั้งตัวเองเป็นกองกำลังติดอาวุธ กลายเป็นพื้นที่ต้องห้ามสำหรับสุจริตชนทั่วไปที่อาจเห็นต่างกับพันธมิตร
วันนี้ใครก็ตามที่พูดไม่เข้าหูกลุ่มพันธมิตร ก็จะถูกโจมตี ถูกกล่าวหาให้ร้ายสาดเสียเทเสีย ปรากฏการณ์แบบนี้ ผมคิดว่า กองทัพหรือผู้เกี่ยวข้อง ต้องหยิบยกมาพูดคุยเหมือนกัน วันนี้สำหรับพันธมิตรต้องใช้คำว่า พูดผิดหูโดนด่า คนแปลกหน้าโดนยิง มีการตั้ง สน.พันธมิตร มีผู้ปฏิบัติงานมีตั้งแต่ผู้หมวด ผู้กอง พกปืนได้ กองทัพน่าจะคุยเรื่องพวกนี้บ้าง เพราะน่าเป็นห่วง ที่ใจกลางเมืองหลวง มีกองกำลังอิสระติดอาวุธ นายณัฐวุฒิกล่าว และว่า วันนี้ยังมีคนต้องหาผลประโยชน์ทางการเมือง จากความวุ่นวายของสถานการณ์ คงจะมีมือที่ 1-2-3-4 พยายามจะเติมเชื้อความวุ่นวายเข้าไปในสถานการณ์ตลอดเวลา
สมชายยันพปช.ไม่เกี่ยวล่าชื่อ
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว ท่าอากาศยานกรุงเทพ ว่า พรรคพลังประชาชนไม่ได้เกี่ยวข้องกับการร่วมลงชื่อเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เรื่องล่ารายชื่อเป็นเรื่องส่วนบุคคล และเป็นเรื่องของแต่ละกลุ่ม เป็นความคิดของแต่ละคน แต่จะทำอะไรได้หรือไม่ได้สุดท้ายต้องเป็นไปตามกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้บัญชาการเหล่าทัพไม่สบายใจกับการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในรายการความจริงวันนี้ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ในฐานะรัฐบาลจะมีท่าทีอย่างไร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เรื่องการโฟนอินตนก็ได้พูดไปแล้วว่าใครทำอะไรก็ต้องรับผิดชอบ
นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดา ใครก็ตามที่กระทำความผิดทุกคนก็ขอพระราชทานอภัยโทษ แต่อยู่ในจังหวะที่เหมาะสมมากน้อยเพียงใด จะหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหรือไม่ ตอบไม่ได้
ขุนค้อนอุบแม้วโทร.หารือ
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ต้องศึกษารายละเอียดกฎหมายก่อนว่า การยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ ผู้ต้องคำพิพากษาจะต้องมารับโทษก่อนหรือไม่ ส่วนที่ข้อกฎหมายระบุว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมสามารถยื่นนิรโทษกรรมได้เองนั้น เห็นว่ายังไม่ถึงขั้นนั้น เรื่องนี้ต้องพิจารณาตามขั้นตอน แต่ไม่ขอตอบว่า พ.ต.ท.ทักษิณโทรศัพท์มาประสานก่อนหน้านี้หรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลหรือไม่ว่าจะถูกสังคมจับตามองว่าทำเพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ไม่กังวล ถึงเป็นคนทั่วไปขอมาก็ต้องทำตามขั้นตอนเดียวกัน เมื่อถามว่าหลักการนิรโทษกรรม ผู้ต้องคำพิพากษาต้องยอมรับกระบวนการยุติธรรมไทยหรือไม่ เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมไทย นายสมศักดิ์ หยุดคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนหันมามองหน้าผู้สื่อข่าวและกล่าวว่า เรื่องนี้ผมไม่ขอออกความเห็น
ปชป.เชื่อขยายผลแม้วโฟนอิน
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) แถลงว่า การเคลื่อนไหวมวลชนเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบเพื่อให้ได้รับการตอบรับมากขึ้นเท่านั้น น่าวิตกคือมีการใช้โทรทัศน์ของรัฐเป็นกระบอกเสียงชัดเจน และเชื่อว่าจะมีการขยายผลเหตุการณ์วันดังกล่าวมากขึ้นอีก โดยผ่านเคเบิลทีวี ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์รวบรวมหลักฐานเอาไว้แล้ว เพราะมีการพาดพิงบุคคลสำคัญของพรรคด้วย
การสานเสวนาที่หลายฝ่ายเห็นด้วย คงสำเร็จยาก เพราะรัฐบาลไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นปัญหา วันนี้สังคมไทยจะรอปาฏิหาริย์ไม่ได้ เพราะสถานการณ์ครั้งนี้รุนแรงกว่าทุกครั้ง ฉะนั้นทุกคนต้องช่วยกันคิด และแสดงออกให้แต่ละฝ่ายยอมรับว่าตัวเองเป็นปัญหา และเข้าสู่กระบวนการแก้ไขให้ทุกฝ่ายหันมาสู่สันติวิธีก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป นายสาทิตย์กล่าว
นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ที่ประชุมพรรควิเคราะห์ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในลักษณะปฏิกิริยาตอบโต้คุกคามฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล จะทำลายกระบวนสานเสวนา ที่หลายฝ่ายพยายามหาทางออกให้ประเทศ และสาเหตุของปฏิกิริยาดังกล่าว เป็นความพยายามสร้างความรู้สึกร่วมของมวลชน เพื่อกดดันสถาบันที่เกี่ยวข้องกับกระบวนยุติธรรม เพื่อเพิ่มความชอบธรรมให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยพยายามสร้างความสงสารจากกลุ่มมวลชน
นพดลโทร.คุยแม้วบอกใจทุกข์หนัก
นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ได้โทรศัพท์พูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ภายหลังโฟนอินเข้ารายการ ความจริงวันนี้สัญจร โดยเป็นการสอบถามสารทุกข์สุกดิบว่าสบายดีหรือไม่ แต่ไม่ได้คุยเรื่องการเมือง ทำให้ทราบว่าอดีตนายกฯ มีแผนจะทำงานหลายอย่างในต่างประเทศ โดยเฉพาะการเป็นที่ปรึกษาให้บางประเทศ
พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่าสบายตัว แต่ใจทุกข์หนัก เพราะคนทำอะไรให้ประเทศชาติตั้งเยอะ แต่กลับได้รับผลตอบแทนเช่นนี้ ขนาดผมโดนภูเขาทับอกลูกเดียวยังแย่เลย นายนพดลกล่าว
เชียงใหม่ปลุกช่วยทักษิณกลับไทย
วันเดียวกัน ที่บ้านทัศนาภรณ์ ถนนเชียงใหม่-สันกำแพง ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ชาวเชียงใหม่และกลุ่มเสื้อแดงประมาณ 500 คน เข้าร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิดนายปกรณ์ บูรณุปกรณ์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ และอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คน ซึ่งถูกตัดสิทธิการเมือง 5 ปี โดยมีนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงใหม่ พร้อม ส.อบจ.กลุ่มพลังประชาชนเชียงใหม่ และนักการเมืองท้องถิ่นเข้าร่วมงานจำนวนมาก
นายปกรณ์กล่าวกับผู้ร่วมงานว่า กึ๋ดเติงหา (คิดถึง) พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะมีบุญคุณสนับสนุนเป็น ส.ส.เชียงใหม่ ทั้ง 111 คนถูกตัดสิทธิไม่เป็นธรรม ขอพลังเสื้อแดงแก้รัฐธรรมนูญปี 2550 เอา 111 กลับคืน แม้พรรคพลังประชาชนถูกยุบ จะไปอยู่พรรคเพื่อไทย ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โฟนอินขอพึ่งพระบารมีและพลังประชาชน ช่วยกลับประเทศ ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณฝากบอกมาว่า บ่ว่าอะหยังจะเกิดขึ้น จะขอปิ๊กมาตายที่เมืองไทยให้ได้
สดศรีให้ศาลรธน.ตีความอภัยโทษ
นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการที่ส.ส.พรรคพลังประชาชน รวบรวมรายชื่อเพื่อขอขอพระราชทานอภัยโทษให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ว่า รัฐธรรมนูญบัญญัติว่าเป็นพระราชอำนาจพระมหากษัตริย์ แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดคดีจะต้องมีคำพิพากษาถึงที่สุดหรือไม่ ในทางปฏิบัติที่เคยทราบมีแต่คดีอาญาที่พิพากษาให้ประหารชีวิตและศาลยืนตามกันมาแล้วก็ขอพระราชทานอภัยโทษ
กรณีพ.ต.ท.ทักษิณถูกศาลพิพากษาไปแล้ว หากมองในแง่กฎหมายทั่วไปอาจจะไม่เข้า แต่ในแง่รัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติเรื่องนี้ไว้ว่าคดีต้องถึงที่สุด แม้เจ้าตัวจะอยู่นอกประเทศจะขอพระราชทานอภัยโทษได้หรือไม่นั้น อาจต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญใช้อำนาจตีความต่อไปหากเกิดการโต้แย้งกันขึ้น นางสดศรี กล่าว
นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคพลังประชาชน คณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรคพลังประชาชน กล่าวว่า เท่าที่ทราบยังไม่มีแนวคิดขอพระราชทานอภัยโทษ หากดูกฎหมายการพระราชทานอภัยโทษ เป็นเรื่องพระราช
อัชฌาศัย การที่คนไปตีความคำพูดพ.ต.ท.ทักษิณว่าไปล่วงละเมิดสถาบันนั้น คงไม่ถูกต้อง เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ คงไม่มีเจตนาและไม่ได้กดดัน แต่เป็นความรู้สึกของประชาชนคนหนึ่งที่ได้รับความเดือดร้อนและพึ่งใครไม่ได้ ก็นึกถึงพระบารมี
ข้อมูลจาก มติชน
