โพลเผยปชช.สนับสนุนกลุ่มพันธมิตรลดลง จากร้อยละ 47.7 ช่วงหลังเกิดเหตุ 7 ตุลาคม มาอยู่ที่ร้อยละ 26.3 แต่กลุ่มประชาชนส่วนมากกลับไปอยู่จุดยืนทางการเมืองจุดเดิมคือ ขออยู่ตรงกลางร้อยละ 44.1 ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพล มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง ความพยายามของรัฐบาลในการสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติ กรณีศึกษาเปรียบเทียบตัวอย่างประชาชนผู้ติดตามข่าวการเมืองในอินเทอร์เน็ตกับประชาชนผู้ไม่ใช้อินเทอร์เน็ต ในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑล จำนวนทั้งสิ้น 2,487 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 1 - 6 พฤศจิกายน 2551ผลสำรวจพบว่า ร้อยละ 30.4 ใช้อินเทอร์เน็ตติดตามข่าวการเมืองระดับมาก ขณะที่ร้อยละ 21.1 ใช้อินเทอร์เน็ตบ้างในการติดตามข่าวการเมือง และร้อยละ 48.5 ไม่ได้ใช้อินเทอร์เน็ตเลย
ดร.นพดล กล่าวว่า สถานการณ์ทางการเมืองของประเทศและการเติบโตของร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ กำลังทำให้ประชาชนทั่วไปในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีพฤติกรรมใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าตัวเลขที่เคยค้นพบในช่วงที่สถานการณ์การเมืองไม่รุนแรงเข้มข้นเหมือนปัจจุบันที่เคยพบอยู่ประมาณร้อยละ 15 เท่านั้น แต่ปัจจุบันจะเห็นได้ว่ามีการใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มถึงประมาณร้อยละ 50 เลยทีเดียว
ประเด็นที่น่าพิจารณาคือ ความพยายามของรัฐบาลในการสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติในความรู้สึกของสาธารณชนที่ถูกศึกษาครั้งนี้ พบว่า เกือบครึ่งหรือร้อยละ 48.3 รู้สึกว่ารัฐบาลมีความพยายามเพียงเล็กน้อยถึงไม่มีเลยในการสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติ ขณะที่ร้อยละ 15.5 ระบุรัฐบาลมีความพยายามระดับปานกลาง และร้อยละ 36.2 ระบุรัฐบาลมีความพยายามระดับมาก ถึงมากที่สุด และเมื่อวิเคราะห์ด้วยค่าคะแนนเฉลี่ยของความพยายามของรัฐบาลในการสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติเมื่อคะแนนเต็ม 10 คะแนน พบว่า ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.40
นอกจากนี้ ดร.นพดล ยังกล่าวด้วยว่า ความคิดเห็นและท่าทีสนับสนุนของประชาชนที่ถูกศึกษาต่อการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร และกลุ่มผู้ไม่สนับสนุนพันธมิตร ลดลง จากร้อยละ 47.7 และร้อยละ 42.9 ในการสำรวจช่วงหลังเกิดเหตุ 7 ตุลาคม มาอยู่ที่ร้อยละ 26.3 และร้อยละ 29.6 ในการสำรวจครั้งล่าสุด แต่กลุ่มประชาชนส่วนมากกลับไปอยู่จุดยืนทางการเมืองจุดเดิมคือ ขออยู่ตรงกลางร้อยละ 44.1 ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีและเป็นสัญญาณเตือนรัฐบาลด้วยว่า รัฐบาลต้องระวังไม่เป็นผู้สร้างเงื่อนไขทางการเมืองเพื่อหวังผลอะไรบางอย่าง โดยไม่คำนึงถึงคุณค่าความเป็นมนุษย์และชีวิตของประชาชน เพราะที่ผ่านมาเงื่อนไขทางการเมืองมักจะทำให้เกิดการเผชิญหน้าและการใช้ความรุนแรงของประชาชนสองฝักสองฝ่ายในสัดส่วนพอๆ กัน และจะเกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงต่อประเทศชาติ โดยประชาชนทั่วไปก็น่าจะคิดได้ด้วยว่า หากเกิดความเสียหายขึ้น แกนนำผู้ตัดสินใจของการเคลื่อนไหวทางการเมืองเหล่านั้นมักจะเอาตัวรอด แต่ประชาชนผู้ไปร่วมขบวนการด้วยความบริสุทธิ์ใจเลือกข้างเหล่านั้นมักจะตกเป็น "เหยื่อของความขัดแย้งรุนแรงทางการเมือง และสูญเสีย
ข้อมูลจาก มติชน
