ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หัวเราะเยาะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ที่ชูนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปรียบเทียบกับนายบารัค โอบามา ประธานธิปดีสหรัฐคนใหม่ นอกจากนี้ยังระบุว่าโอบามา แสดงให้คนสหรัฐฯ เห็นว่า จะเป็นผู้นำที่นำมาสู่การเปลี่ยนแปลง แต่ โอบามาร์ค เป็นการเมืองแบบเก่า ว่า ความเป็นจริงแล้วนายอภิสิทธิ์กับโอบามา เป็นคนหนุ่มที่มีอายุใกล้เคียงกัน โดยนายอภิสิทธิ์มีความพร้อมที่จะเป็นผู้นำและสามารถนำบ้านเมืองไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา นายอภิสิทธิ์เป็นคนหนุ่มมีความรู้ และยังมีจุดเด่นคือความซื่อสัตย์สุจริต และมีความรับผิดชอบต่อประเทศชาติ ไม่เหมือนผู้นำของพรรคการเมืองบางพรรคที่ขาดความรับผิดชอบ มีผลประโยชน์ทับซ้อน หลีกหนีปัญหาของบ้านเมือง ปฏิเสธที่จะตอบคำถามและข้อสงสัยของสังคม ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจว่าจะเป็นผู้นำประเทศไทยได้อย่างไรนายเทพไทกล่าวว่า หากความหมายการเมืองเก่าแบบของพรรคประชาธิปัตย์คือการทำการเมืองอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการซื้อสิทธิขายเสียง ไม่มีการโกงเลือกตั้งนั้น พรรคประชาธิปัตย์ก็ยอมรับถึงแม้เป็นการเมืองแบบเก่าแต่ก็มีคุณภาพ หากการเมืองแบบใหม่หมายถึงการซื้อสิทธิ ขายเสียง การมีธุรกิจการเมืองเข้ามาครอบงำ และทุจริตเชิงนโยบาย พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่ยอมรับการเมืองแบบใหม่ การที่พรรคประชาธิปัตย์จัดงานระดมทุน เพราะพรรคไม่มีเจ้าของพรรคและเป็นพรรคของประชาชน ไม่เหมือนพรรคการเมืองบางพรรค ที่ลูกพรรคไม่รู้ร้อนรู้หนาวต่อสถานะของพรรคการเมือง เพราะมีแต่นายทุนเพียงคนเดียวที่เป็นเจ้าของ คอยสนับสนุนเงินให้จึงทำให้ลูกพรรคมีสถานะเพียงผู้รับเพียงฝ่ายเดียว จึงไม่ได้รับรู้ถึงความลำบากยากเข็นของการระดมทุนว่าลำบากแค่ไหนกว่าจะได้ทุนถึง 300 ล้านบาท
สภาพของรัฐบาลชุดนี้จะดันทุรังเป็นรัฐบาลต่อไปคงจะลำบาก เพราะนายกฯ ก็หมดสิ้นความเป็นนายกฯ หนีม็อบมือตบจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เป็นนายกฯที่ไร้ทำเนียบ นายใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังก็ถูกถอนวีซ่าไม่มีประเทศที่จะซุกหัวนอน จนได้ฉายาว่า รัฐบาลน้องเขยเร่ร่อน พี่เมียจรจัด
ข้อมูลจาก มติชน
