ที่โรงแรมรามา การ์เด้นส์ ถ.วิภาวดี ชมรมสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)ปี 2543 2549 จัดเสวนาเรื่อง "ต้านรัฐประหาร เชิดชูประชาธิปไตย แก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2550 เมื่อวันที่ 10 พ.ย. นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินการยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 กล่าวว่า หลังจากที่ประชุม 4ฝ่ายได้เสนอให้มีกรรมการยกร่างแก้ไขมาตรา 291 โดยมีตัวแทนแต่ละพรรคและส.ว. ทั้งหมด 9 คน ส่วนฝ่ายค้านมีตัวแทนได้ 2 คน แต่เมื่อถึงวันประชุมเลือกประธานคณะกรรมการดำเนินการยกร่างแก้ไขมาตรา 291ก็เกิดเหตุการณ์ 7 ตุลา พรรคฝ่ายค้านถอนตัว จึงเหลือตัวแทนเพียง 7 คน ตนก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานใช้เวลาไม่นานก็ทำสำเร็จ ซึ่งที่ประชุม 4 ฝ่ายเห็นชอบยกเว้นพรรคฝ่ายค้าน โดยที่ประชุมเสนอให้เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 291 /1-5 ไว้ในหมวดที่ 16 ส่วนส.ส.ร.ต้องเป็นกลางปราศจากการครอบงำจาก 4 ฝ่ายนายสุขุมพงศ์ กล่าวว่า ระยะเวลาในการร่างรัฐธรรมนูญเวลาอย่างเร็ว 6 เดือนก็สำเร็จได้ โดยให้มีการสรรหาเพื่อตั้งส.ส.ร. 2 เดือนก่อน เมื่อจัดทำร่างเสร็จแล้วก็ให้ส.ส.และส.ว.ให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ถ้าไม่เห็นชอบให้ประชาชนออกเสียงประชามติ เมื่อผ่านการเห็นชอบก็จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่หากประชาชนออกเสียงไม่เห็นชอบก็ต้องใช้กระบวนการทางกฎหมายที่มีอยู่แก้ไขกันใหม่
"การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้ทำง่าย ถ้าทำได้ทำไปแล้วเพราะต้องใช้เสียงกึ่งหนึ่งของรัฐสภา แม้จะใช้เสียงพรรคร่วมรัฐบาลร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ทำได้ยาก ถ้าไม่ได้ส.ว.มาร่วมก็ไม่มีทางสำเร็จ อย่าว่าการลงมติในวาระที่ 3 แม้แต่การเรียกประชุมยากแล้ว และเราก็คิดหลายทางแล้ว เพราะโชคดี มีร่างแก้ไขของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (คปพร.)ของของนพ.เหวง โตจิราการ จ่ออยู่ หากสถานการณ์อำนวยมีเหตุผล ทางสภาต้องหยิบยกมาพิจารณา ทั้งนี้ หากมีเอกภาพเสียงเกินกึ่งหนึ่งเราแก้ไขรัฐธรรมนูญนานไปแล้วไม่ปล่อยให้ถึงเวลานี้ นายสุขุมพงศ์ กล่าว
ข้อมูลจาก มติชน
