จะลาออก หรือ หยุดทำหน้าที่ ยอมรับมีการพูดถึงตัวผู้ลงชิงผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่แล้ว ยืนยันพรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญ กับเรื่องจริยธรรมนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน
ผู้ว่า กทม
นายถาวร เสนเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าววันนี้ (12 พ.ย.) หลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเอกฉันท์ชี้มูลความผิดนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในคดีรถ-เรือดับเพลิง วานนี้ (11 พ.ย.) ว่า พรรคประชาธิปัตย์มีการหารือกันตามปกติเมื่อมีเรื่องสำคัญและเป็นปัญหาต่อการตัดสินใจ
ฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงคำถามมติ ป.ป.ช. ดังกล่าว เกินความคาดหมายของพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ ว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ในข้อกฎหมาย 2 ประเด็น โดยประเด็นแรก คือ กลุ่มที่คิดว่า การกระทำของนายอภิรักษ์ไม่ผิด เพราะถือว่า การเซ็นสัญญาซื้อขายรถและเรือดับเพลิงในยุคของนายสมัคร สุนทรเวช อดีตผู้ว่าฯ กทม. สัญญาสมบูรณ์แล้ว การออกแอลซีเป็นการปฏิบัติตามสัญญาที่มีผลผูก พันคู่กรณีแล้ว ดังนั้น จึงคิดว่า การกระทำของนายอภิรักษ์ไม่ผิด
นายถาวร กล่าวต่อว่า ส่วนบางกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ว่า สัญญาที่มีการเซ็นกันนั้น จะต้องมีเงื่อนไขถึงจะมีความสมบูรณ์ คือ ออกแอลซีชนิดที่บอกเลิกไม่ได้ ตรงนี้ คือ เงื่อนไขอีกเงื่อนไขหนึ่ง โดยสรุปแล้ว คือ มีความคิดแตกต่างกัน 2 ฝ่าย อย่างไรก็ตาม ฝ่ายที่เห็นว่า การออกแอลซีเป็นการปฏิบัติตามสัญญาน่าจะถูกต้อง ประกอบกับนายอภิรักษ์ได้ดำเนินการสอบถามไปยังกระทรวงมหาดไทยและหารือฝ่ายต่างๆ โดยกระทรวงมหาดไทยยืนยันให้ออกแอลซีเนื่องจากมีการเซ็นสัญญาผูกพันแล้วตามที่นายสมัครเซ็นไว้ ดังนั้น การกระทำของนายอภิรักษ์จะหยิบยกเรื่องนี้ ต่อสู่ในศาลฎีกา
เมื่อถามดูเหมือนยังไม่เชื่อต่อมติ ป.ป.ช. ว่า การดำเนินโครงการมีสิ่งไม่ชอบตามรายละเอียดใน 6 ประเด็น ฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ด้วยความเคารพต่อคำวินิจฉัยของ ป.ป.ช. ความเห็นทางกฎหมายแตกต่างกันได้ อยู่ที่ว่า ใครจะเป็นคณะกรรมการ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ถามก็คำนึงอยู่เหมือนกัน ทั้งนี้ ทั้งนั้น ในฝ่ายกฎหมายของ กทม. มีผู้รับผิดชอบอยู่ สำหรับตนรับผิดชอบกฎหมายของพรรคฯ เรื่องนี้ ตนเพียงให้คำปรึกษาอยู่ห่างๆ ไม่ได้ดำเนินการเรื่องนี้ มาตั้งแต่ต้น
นายถาวร กล่าวถึงคำถาม วันนี้ นายอภิรักษ์ยังน่าลาออกและจะมีการต่อสู่ในศาลฎีกา เพราะขณะนี้ เพียงขั้น ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ว่า การลาออกกับการต่อสู่ในศาลฎีกาคนละเรื่อง โดยการลาออกนั้น เกิดจากการตัดสินใจของพรรคฯ ร่วมกับการตัดสินใจของนายอภิรักษ์ ภายใต้จริยธรรมของพรรคการเมือง แต่เรื่องนี้ ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป.ป.ช กฎหมายกำหมดให้เพียงนายอภิรักษ์หยุดปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น
ฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า กฎหมายอาจจะมีเจตนาคำนึงถึงความเสียหายในเรื่องของเงินทอง หรือ งบประมาณ ที่ใช้ในการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งได้ข่าวว่า ประมาณ 100 กว่าล้าน ถ้าสู่คดีจนถึงที่สุด ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวินิจฉัยว่า นายอภิรักษ์ไม่ผิดก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ การหยุดงานเป็นการหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว กฎหมายคงมีเจตนาเพื่อให้เกิดการต่อสู่กันโดยยุติธรรมในศาล เมื่อถึงที่สุดแล้ว ไม่ผิดก็ควรได้ทำหน้าที่ต่อ และป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียในการจัดการเลือกตั้ง ส่วนจริยธรรมก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทางพรรคประชาธิปัตย์จะได้วินิจฉัย ซึ่งถือว่า เป็นสาระสำคัญอย่าง ยิ่งของพรรคฯ วันนี้ จะได้หาข้อสรุปและแถลงข่าวได้
นายถาวร กล่าวด้วยว่า ไม่เกินเที่ยงวันนี้ น่าจะได้ข้อสรุปและแถลงข่าวได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อคืนได้คุยกันแล้ว แม้ตนจะรู้คำตอบอยู่แล้ว แต่ขอให้ผู้ที่มีอำนาจแถลงข่าวเองดีกว่า
ฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงคำถามข้อกังวลของประชาชนเกี่ยวกับสุญญากาศการทำหน้าที่ผู้ว่าฯ กทม. ถ้ากระบวนการต่อสู่คดีใช้เวลานาน ว่า ถ้านายอภิรักษ์ตัดสินใจเฉพาะหยุดปฏิบัติหน้าที่รองผู้ว่าฯ กทม. สามารถนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติตามงบประมาณที่มีอยู่ประมาณ 2-3 หมื่นล้านได้ ประชาชนไม่ต้องกังวลใจ แต่ถ้าลานายอภิรักษ์ลาออกรองผู้ว่าฯ กทม. ต้องหมดสภาพและหลุดพ้นหน้าที่ทั้งหมด ต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 60 วัน เป็นการคืนอำนาจให้ประชาชน
เมื่อถามถึงกรณีที่นายอภิรักษ์ลาออกและจะต้องมีการเลือกตั้งใหม่พรรคประชาธิปัตย์มีการคุยกันเรื่องตัวบุคคลที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งหรือยัง ว่า มีการพูดคุยล่วงเข้าไปในขั้นตอนของการพิจารณาตัวบุคคลบ้างเหมือนกัน เพราะการตัดสินใจมีอยู่ 2 ทางเท่านั้น ต้องเตรียมความพร้อมทุกเรื่องไม่ว่าตัวบุคคล ที่พรรคฯ มีเพียงพอส่งเข้าแข่งขันถ้ามีเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ไม่เกินเที่ยงวันนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างจะชัดเจน