หมายเหตุ-นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) แถลงลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 12 พฤศจิกายน หลังถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเอกฉันท์ชี้มูลว่ามีความผิด กรณีจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของ กทม. มูลค่า 6,600 ล้านบาท เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ต้องเรียนทุกท่านว่า การตัดสินใจครั้งนี้ เป็นครั้งที่มีความสำคัญ เพียงแต่ว่าจะมีความแตกต่าง จากการตัดสินใจครั้งที่แล้วในช่วงของการยุติบทบาทการทำงาน ที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ได้เคยแจ้งข้อกล่าวหา และผมก็หยุดปฏิบัติหน้าที่ในการไปดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาต้องเรียนเพื่อนนักข่าว ประชาชนทุกท่านว่า โครงการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิง ของ กทม. แม้วันนี้จะเข้าสู่การตรวจสอบของคณะกรรมการ ป.ป.ช.และแถลงเมื่อวาน แต่อยากเรียนให้ประชาชนได้ทราบสั้นๆ ว่า เป็นโครงการที่ได้เกิดขึ้นย้อนไปเมื่อ 2 ปี ก่อนที่ผมจะได้รับความไว้วางใจ และได้รับการเลือกตั้งเข้ามารับตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.ว่าเป็นโครงการที่ดำเนินการระดับรัฐต่อรัฐ หรือที่เรียกว่า จีทูจี (G to G) โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการลงนามในเอโอยู (AOU) ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในนามรัฐบาลไทยและรัฐบาลออสเตรีย โดยเอกอัครราชทูตออสเตรียประจำประเทศไทย มีการลงนามสัญญาซื้อขายระหว่าง กทม.และ สไตเออร์ฯ ก่อนที่ผมจะเข้ามารับตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.
ในสัญญาเอโอยู ซึ่งเป็นสัญญาระดับรัฐบาล ก็มีเงื่อนไขที่บังคับให้มีการเปิดแอล/ซี ภายใน 30 วันหลังจากลงนามในสัญญา ซึ่งหลังจากลงนามในสัญญาตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2547 ซึ่งย้อนไปเมื่อ 4 ปีกว่าที่แล้ว
1.วันนี้ข่าวก็ยังเข้าใจว่า ผมเป็นคนเปิดแอล/ซีให้สัญญามีผลในทางกฎหมาย แล้วก็เกิดกระบวนการจ่ายเงิน ก็อยากเรียนให้ชัดเจนว่า หลังจากมีการลงนามในสัญญาแล้ว เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2547 ก็มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม อดีตผู้ว่าฯกทม.ในสมัยนั้น ก็ยังมีการลงนามเปิดแอล/ซีเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2547 ก่อนที่ผมจะเข้ามารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2547 ซึ่งเป็นเรื่องที่อยากจะเรียนชี้แจงข้อมูลข้อเท็จจริงให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ
2.หลังจากเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 6 กันยายน 2547 มีกระแสข่าวในการตรวจสอบโครงการดังกล่าว ซึ่งจริงๆ แล้วนอกเหนือจากเป็นโครงการระดับรัฐบาลแล้ว ก็มีการจัดซื้อโดย กทม. และก็ได้มีการส่งออกไก่ต้มสุกของกระทรวงพาณิชย์ในราคาที่เท่ากัน การตรวจสอบของ กทม.เกิดขึ้นเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ภายใต้ข้อจำกัด เงื่อนไขเวลาที่จะต้องดำเนินการตามกระบวนการสัญญา ให้แล้วเสร็จเมื่อเทียบกับในวันนี้ที่มีข้อมูลเรื่องที่ปรากฏจากการตรวจสอบจาก คตส. 2 ปี และคณะกรรมการ ป.ป.ช.ล่าสุดที่ได้มีการแถลงไป
อยากเรียนยืนยันให้กับพี่น้องประชาชนว่า สิ่งที่ดำเนินการไปในช่วงเวลาเมื่อ 4 ปีที่แล้ว อยู่ภายใต้เงื่อนไขข้อจำกัดเวลาที่ผมเองตรวจสอบโครงการเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและมั่นใจ หลังจากที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้ตรวจสอบโครงการนี้ และสิ่งที่ดำเนินการไป คือ การตรวจสอบแต่ละเรื่องไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบไปที่กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นคู่สัญญาส่งออกไก่ต้มสุก ตามสัญญาเคาน์เตอร์เทรด ตรวจสอบในเรื่องของกระบวนการในการจัดซื้อ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ผู้บริหารสมัยนั้น และบริษัท สไตเออร์ฯได้ชี้แจงข้อมูลข้อเท็จจริงในเรื่องที่เกิดขึ้น
จนกระทั่งในที่สุดก็เป็นสิ่งที่เชื่อว่าหลายท่านไม่ทราบด้วยซ้ำไปว่าผลทางกฎหมายของสัญญาที่เกิดขึ้นเป็นเจตนารมณ์ที่ได้ดำเนินการโดยการลงนามในสัญญาตาม เอโอยู และการลงนามระหว่าง กทม.และบริษัท สไตเออร์ฯ และการดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยการเปิดแอล/ซี
แต่สิ่งที่ได้ดำเนินการในช่วงเวลานั้นก็คือ การทบทวนโครงการ และตรวจสอบภายใต้ข้อจำกัดของข้อมูล ข้อเท็จจริงได้มีการนำข้อมูลหลายเรื่องที่นำมาเผยแพร่ ที่ได้นำมาชี้มูลเกี่ยวกับผมโดยตรงให้กับพี่น้องประชาชนทราบว่า สิ่งที่ทำไปนั้นอยู่บนพื้นฐานของความตั้งใจรักษาผลประโยชน์ของ กทม.และประชาชน โดยเฉพาะเจตนาบริสุทธิ์ และไม่ได้มีการทุจริตแต่ประการใด
ถ้าจะได้ติดตามดูข้อมูล ข้อเท็จจริงก็จะทราบว่าได้ส่งหนังสือไปถึงกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย ธนาคารกรุงไทย หรือแม้แต่คู่สัญญา คือ บริษัท สไตเออร์ฯ โดยข้อมูล ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในวันนั้น ก็ไม่ได้มีข้อบ่งชี้ เหมือนกับที่เป็นอยู่ในวันนี้ หลังจากที่ผ่านการตรวจสอบจาก คตส. และ ป.ป.ช. ในปัจจุบัน
จนในที่สุดก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการ ซึ่งก็มีคนนอกเข้ามาอยู่ในคณะกรรมการชุดนี้ด้วย ขณะเดียวกันก็ได้รับการเร่งรัดจากรัฐบาล ในฐานะที่เป็นคู่สัญญาในระดับเอโอยู ได้รับการเร่งรัดจากรัฐบาล ซึ่งก็คือ กระทรวงมหาดไทย ในฐานะที่เป็นคู่สัญญา ได้รับการเร่งรัดจากสถานทูตออสเตรีย ในฐานะคู่สัญญาด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และจากบริษัท สไตเออร์ฯ ในฐานะคู่สัญญา และก่อนที่จะมีการตัดสินใจในการยืนยันแอล/ซีที่อดีตผู้ว่าฯกทม.ได้เปิดไว้แล้วเมื่อ 31 สิงหาคม คณะกรรมการได้ยืนยันว่า ทำให้สัญญามีผลทางกฎหมาย ถ้าไม่ดำเนินการคู่สัญญาก็จะสามารถฟ้องร้อง ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหาย
หนังสือที่กระทรวงมหาดไทยยืนยันมาทั้ง 4 ฉบับ ให้ดำเนินการซึ่งเป็นหนังสือที่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องปฏิบัติตาม ซึ่งในที่สุดคณะกรรมการก็ได้ยืนยันให้มีการเปิดแอล/ซี ที่ได้มีการเปิดไว้แล้วและเกิดสัญญาผูกพันทางกฎหมาย
นี่คือข้อสรุปที่อยากจะชี้แจงอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเชื่อว่าผู้สื่อข่าวได้ฟังมาหลายครั้งแล้ว แต่ข่าวที่ปรากฏอยากเรียนให้ชัดเจนเนื่องจากประชาชนอาจจะยังไม่เข้าใจ
ผมอยากเรียนว่า ในเรื่องของการหยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยแนวทางที่ได้มีการกำหนดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ ผมเองได้ดำเนินการโดยไม่ต้องตีความตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา หลังจากที่ ป.ป.ช.ได้ชี้มูลแล้ว แต่อยากเรียนยืนยันให้กับประชาชน ซึ่งให้ความไว้วางใจผมเข้ามาทำหน้าที่ในครั้งนี้ว่า กระบวนการตรวจสอบจะต้องดำเนินการต่อไป และการตรวจสอบจะจบสิ้นทั้งหมดในชั้นศาล
ผมเชื่อในความบริสุทธิ์ของสิ่งที่ได้ทำไปและได้เกิดขึ้นในสถานการณ์ของข้อมูล ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ในขณะเดียวกันการตัดสินใจต่อไปที่อยากจะเรียนให้กับประชาชน อยากจะเรียนจากความรู้สึกจริงๆ ว่า ในวันที่ได้ตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.อีกครั้งหนึ่ง ก็มั่นใจในสิ่งที่ทำลงไป และเชื่อมั่นว่าพี่น้องประชาชนได้ให้ความไว้วางใจตลอดเวลา ในการรณรงค์หาเสียงที่ผ่านมาจนกระทั่งกลับมาทำหน้าที่อีกครั้ง เพื่อผลักดันกรุงเทพมหานครเป็นเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืนสำหรับพี่น้องทุกคน
ต้องเรียนขอโทษประชาชนทุกคนที่ได้ให้ความไว้วางใจว่า ในที่สุดก็ต้องมาเกิดเหตุการณ์ในวันนี้ขึ้น แต่ผมอยากเรียนยืนยันให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทย และชาวกรุงเทพฯทุกท่าน เชื่อมั่นในตัวผม และพรรคประชาธิปัตย์ ว่า จะเป็นพรรคการเมืองที่มีมาตรฐานในการทำงานในทางการเมือง ในฐานะเป็นสมาชิกพรรคมาก่อน เป็นระยะเวลากว่า 10 ปี และวันหนึ่งก็ได้อาสาเป็นตัวแทนลงสมัครเป็นผู้ว่าฯกทม. ก็ยังยึดมั่นในมาตรฐานการเมืองใหม่ ที่ผมเชื่อมั่นว่า ผู้สื่อข่าวได้เรียกร้อง ได้ยึดมั่นในสิ่งที่ผมยึดมั่นว่า ประชาชนอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงของการเมืองที่จะนำไปสู่การทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง
การตัดสินใจในครั้งนี้ต้องเรียนว่าจะมีผลกระทบในทางใดทางหนึ่ง เพราะฉะนั้นผมเองได้ใคร่ครวญ ไตร่ตรอง ปรึกษากับครอบครัว ได้หารือกับท่านหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคหลายท่าน ซึ่งต้องเรียนว่า ข้อเท็จจริงมีความเห็นที่แตกต่างกันหลายคน
หลายท่านให้คำแนะนำว่า การตัดสินใจในการดำเนินการครั้งนี้ ในทางกฎหมาย ก็ถือว่ากฎหมายมีเจตนารมณ์เพื่อให้ยุติบทบาทในการทำงาน จนกว่าจะมีการตัดสินของศาลว่าจะมีผลเป็นอย่างไร ถูกหรือผิด ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ทำได้ และเป็นทางเลือกที่มีความชอบธรรมทางกฎหมาย และตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และผมเรียนว่าก็ได้ทำไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน
ประการที่ 2 คือ เสียงเรียกร้องในวันนี้ เป็นเสียงเรียกร้องของประชาชน ที่อยากเห็นมาตรฐานทางการเมืองไทยในวันนี้และอนาคต ที่มักจะมีการเปรียบเทียบกับต่างประเทศ แต่ผมอยากเรียนยืนยันว่า ผมพร้อมที่จะต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม และยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยว่า จะได้รับความเป็นธรรม แต่ว่าเพื่อให้เกิดผลกระทบและความรู้สึกของประชาชน ข้าราชการ ลูกจ้าง กทม.ที่ได้ทำงานร่วมกันมาตลอด 4 ปี และทำงานต่อ ผมเองต้องขอขอบพระคุณทุกๆ ท่านที่สนับสนุนการทำงานมาโดยตลอด กระทั่งกลับเข้ามาทำงานอีกสมัย
ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทุกท่านที่ให้ความสนับสนุนในการทำงาน และให้การสนับสนุนในการหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา ต้องขอขอบคุณประชาชน และขอโทษที่ทำให้เสียความรู้สึก
อย่างไรก็ตาม ผมพร้อมที่จะต่อสู้ และเชื่อในความบริสุทธิ์ เนื่องจากเรื่องที่เกิดขึ้นมาตลอด 4 ปี แต่มาปรากฏในชั้นนี้ ผมขอเรียนให้ทุกท่านทราบว่า ผมตัดสินใจที่จะ ลาออก จากตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. แต่เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อการทำงานของ กทม.ให้น้อยที่สุด ก็จะขอที่จะให้มีผลหลังวันงานพิธีสำคัญ ที่ กทม.จะต้องดำเนินการถึงวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้
ต้องขอบคุณ และขอโทษทุกท่าน และขอบคุณผู้บริหาร กทม.ทุกคน แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น แต่ก็มีความตั้งใจ และเชื่อว่าเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า พรรคประชาธิปัตย์พร้อมที่จะเป็นทางเลือกให้กับสังคมไทย ในการที่จะบริหารประเทศไทย และผมเชื่อมั่นว่าประชาชนทุกคนที่มีความเลื่อมใส หรือไม่มั่นใจในพรรคประชาธิปัตย์จะได้เห็นการตัดสินใจครั้งนี้ เป็นอีกการตัดสินใจของนักการเมืองที่มีความเลื่อมใสในพรรคประชาธิปัตย์มาตลอด 60 ปี ที่พรรคยืนหยัดมาด้วยความสุจริตตลอดเวลา
ผมเองพร้อมที่จะให้ตรวจสอบ และก็ขอโทษคณะผู้บริหารพรรคอีกครั้งหนึ่ง ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ขึ้น ทั้งนี้หลังจากที่ผ่านกระบวนการตรวจสอบจากศาลแล้ว วันนั้นผมจะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง
ข้อมูลจาก มติชน
