(13พ.ย.) เวลา 10.00 น. ที่กองทัพภาคที่ 1 นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ เลขาธิการสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย (สปท.) ทำหนังสือเปิดผนึกเพื่อขอวิงวอนให้กองทัพจัดการกับขบวนการกบฎ โดยมี พล.ต.สุรพันธ์ พวงเพชร ที่ปรึกษากองทัพภาคที่ 1 เป็นผู้รับหนังสือแทน พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1ทั้งนี้นายไชยวัฒน์ กล่าวว่า การยื่นเรื่องครั้งนี้เป็นการตั้งข้อกล่าวหาในพฤติกรรมของรัฐบาล และสมาชิกเสียงข้างมากในสภาผู้แทน ที่มีพฤติกรรมเป็นกบฎต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทั้งนี้ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมีความชัดเจนว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสียงข้างมาก และรัฐบาลมีพฤติกรรมใช้อำนาจแทนประชาชนที่ผิด ไม่ได้ใช่เพื่อประโยชน์ในฐานะประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย แต่ใช้อำนาจแทนประชาชนทั้งหมดเพื่อประโยชน์ของคนคนเดียว และตนเองในการแก้รัฐธรรมนูญไม่ให้ยุบพรรคการเมืองของตนเอง ถือว่าเป็นผิดหลักตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
เมื่อรัฐบาลเป็นกบฏเสียเองก็เป็นหน้าที่ของกองทัพภาคที่ 1 ในฐานะเจ้าของพื้นที่ที่จะมีกฎหมายพิเศษ และมีความพร้อมในเรื่องกำลัง และเครื่องมือในการจัดปัญหาให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด จึงได้มาขอวิงวอนแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะที่รับผิดชอบในพื้นที่ หลังจากนี้ทาง สปท.จะมายื่นหนังสืออีก โดยจะทิ้งห่าง 10 วัน เพื่อเอาเรื่องทั้งหมดที่ยื่นไว้แล้วเพื่อไปขอให้ประชาชนที่เห็นด้วยลงรายมือชื่อ
อย่างไรก็ตาม เราประเมินสถานการณ์ล่าสุดว่ามีการยกระดับจากเรื่องมิติทางการเมืองเป็นเรื่องมาตรการความปลอดภัยความมั่นคงของประเทศ และรัฐบาลได้แสดงพฤติกรรมชัดเจนในการครอบงำสั่งการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อใช้เป็นกองกำลังเพื่อคุ้มครองรัฐบาล นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งกองกำลังส่วนตัว และการใช้อาวุธสงครามในพื้นที่ กทม.ทุกคน ทำให้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บ ฉะนั้นมาตรการความมั่นคงปลอดภัยเป็นมาตรการที่กองทัพจะสามารถใช้กฎหมายพิเศษจัดการได้ กฎหมายตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก เพราะเป็นอำนาจของแม่ทัพภาคที่ 1 จะประกาศได้ในเงื่อนไขที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ปัจจุบัน
นายไชยวัฒน์ กล่าวต่อว่า เมื่อกองทัพประกาศกฎอัยการศึกกองทัพก็ใช้อำนาจโดยถูกต้องตามกฎหมายในรัฐธรรมนูญ เพื่อควบคุมตัวบุคคลที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายเป็นภัยต่อความมั่นคง เพื่อความปลอดภัยประเทศชาติได้ นั้นคือสิ่งที่เราคิด และเสนอกองทัพ ทั้งนี้ คงไม่ใช่เป็นการกดดันกองทัพให้ออกมา แต่เราเป็นประชาชนฐานะเจ้าของอำนาจที่ห่วงใยบ้านเมือง ซึ่งเรามีหน้าที่ปกป้องสถาบันหลักของชาติและช่วยกันให้เกิดความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง เมื่อกองทัพมีหน้าที่เช่นเดียวกันตามรัฐธรรมนูญ เราได้ประมวลความคิดเห็นแล้วเสนอมาถึงกองทัพช่วยนำความคิดเห็นของเราประกอบการตัดสินใจ
เมื่อถามว่า ดูเหมือนว่าแต่ละฝ่ายอยากเอากองทัพเป็นพวก นายไชยวัฒน์ กล่าวว่า ไม่ใช่ วันนี้ตนเชื่อว่าบ้านเมืองไม่ได้แบ่งเป็น 2 ฝ่าย แต่มีความคิดเห็นที่แตกต่างทางความคิดทางการเมือง เพราะฝ่ายประชาชนไม่มีพรรคของตนเอง แต่อีกฝ่ายหนึ่งมีพรรคมีกองกำลังส่วนตัว พรรคการเมืองแสวงหาอำนาจ ที่มีฐานะอำนาจเป็นรัฐบาล มีเสียงข้างมากในสภา ดังนั้น ประชาชนที่ลุกขึ้นมาตนถือเป็นการทำหน้าที่และใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นหน้าที่เดียวกับกองทัพแต่บัญญัติไว้คนล่ะมาตราเท่านั้น
ทั้งนี้ ขอให้กองทัพพิจารณาในฐานะกลไกแห่งรัฐ กองทัพไม่ได้ถูกว่างเป็นกลไกของรัฐบาล แต่กองทัพถูกว่างเป็นกลไกแห่งรัฐ เมื่อรัฐบาลที่เราเชื่อว่าเป็นกบฏต่อการปกครอง กองทัพต้องกลับมาพิจารณาในฐานนะกลไกของรัฐที่จะจัดการคณะรัฐบาล อย่างไรก็ตาม เราเรียกร้องให้ทุกฝ่ายทำตามหน้าที่ของรัฐธรรมนูญ ไม่ได้มาเรียกร้องให้กองทัพเลือกข้าง
ตะลุยข่าว : ช่องโหว่กฎหมาย...ขายซากไดโนเสาร์
การลักลอบซื้อขายฟอสซิลไดโนเสาร์อายุร้อยกว่าล้านปีในไทยมีมานานหลายสิบปี จนนักธรณีวิทยาหรือผู้ทำวิจัยด้านนี้กลัดกลุ้มหัวใจมานาน แม้จะพยายามใช้กฎหมายเกี่ยวกับโบราณวัตถุมาป้องกัน แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเพราะกฎหมายไม่เฉพาะเจาะจง
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
