นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงเมื่อวันที่ 13 พ.ย.ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา ว่า ขณะนี้เป็นห่วงเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลใน 2 เรื่องใหญ่ เรื่องแรก คือ ภาคการเกษตร ที่แนวทางการแก้ปัญหาของรัฐบาลมีทั้งความสับสน ขัดแย้ง และการปฏิบัติงานไม่ทำให้เกษตรกรได้รับประโยชน์อย่างที่คาดหวัง ครม.เงาจึงอยากให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาการทำงานให้เร็วที่สุด คือ 1.อยากเห็นเอกภาพจากการทำงาน จากกรณีที่นายไชยา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) ประกาศไม่ทำงานร่วมกับนายโอฬาร ไชยประวัติ รองนายกรัฐมนตรีนั้น ไม่เป็นผลดีกับการสร้างความเชื่อมั่นในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ 2.มาตรการแทรกแซงราคา ทั้งข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง แม้รัฐบาลจะประกาศแทรกแซงราคา แต่จากการลงพื้นที่ พบว่าขาดความพร้อมในการปฏิบัติงาน กรอบเวลาที่กำหนดก็กระชั้นเกินไป ทำให้ผู้ปฏิบัติไม่สามารถทำงานได้ ขณะเดียวกันมติที่ออกมาค่อนข้างล่าช้า ทำให้ของหลุดจากเกษตรไปจำนวนไม่น้อย และ 3.การปรับเปลี่ยนแนวทางการแทรกแซงราคาข้าว จากรับจำนำ มาเป็นใช้สิทธิซื้อขายล่วงหน้า ทำให้เงินไปถึงมือเกษตรกรช้า ขัดแย้งกับแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจโดยให้อำนาจซื้ออยู่ในมือเกษตรกร รวมถึงการแก้ปัญหาราคาปาล์มน้ำมัน ที่ยังไม่มีข้อยุติทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า เรื่องที่สอง คือ เรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ อยากให้รัฐบาลเร่งนำเรื่องการตั้งงบประมาณกลางปี 2552 อีก 1 แสนล้าน มาคุยในที่ประชุมสภา แทนที่จะไปคุยเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ หรือเสนอกฎหมายนิรโทษกรรม เพราะเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายอยากเห็นความชัดเจน นอกจากนี้ การทำงบกลางปีครั้งนี้ ยังเป็นการจัดทำครั้งแรกภายใต้รัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่งมีบทบัญญัติว่า จะต้องมีการเสนอข้อมูล เอกสารประกอบอะไรบ้าง ทั้งที่มาที่ไปรายรับ รายละเอียดของโครงการพอสมควร
แม้ขณะนี้โครงการใช้งบหนึ่งแสนล้านยังไม่มีข้อยุติ แต่สิ่งที่ครม.เงาอยากให้รัฐบาลไปพิจารณาเพิ่มเติม คือ งานด้านการศึกษาและสาธารณสุข โดยเฉพาะการให้ทุนกับนักเรียนนักศึกษาที่เรียนฟรี และการปรับปรุงโรงพยาบาลที่มีความจำเป็น ทั้งนี้ พรรคจะแสดงความเห็นอย่างเต็มที่ในสภา เพราะอยากเห็นการทำงบกลางปีครั้งนี้ ราบรื่น และกระตุ้นเศรษฐกิจให้เร็วที่สุด ผู้นำฝ่ายค้านในรัฐสภา กล่าว
ข้อมูลจาก มติชน
