พันธมิตรหยุดกิจกรรมการเมืองบนเวทีปราศรัยช่วงงานพระพี่นางฯ วันที่ 14-16 พ.ย. ไชยวัฒน์ ยื่นหนังสือ แม่ทัพภาค 1 ให้ใช้กฎอัยการจัดการรัฐบาล แฉมีพฤติกรรมกบฏ สภาเดือด ชัยตะเพิดเชาวรินพ้นห้องประชุม หลังวิวาทะ ปชป.ไม่เลิกลา พธม.หยุดกิจกรรมการเมืองกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขนย้ายเครื่องกีดขวางบนถนนราชดำเนินตั้งแต่ 06.00 น. วันที่ 13 พฤศจิกายน เพื่อเปิดถนนรับการเสด็จพระราชดำเนินพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พร้อมทั้งหยุดกิจกรรมทางการเมืองบนเวทีปราศรัย เพื่อจัดกิจกรรมร่วมส่งเสด็จสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ
นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรแถลงว่า การเปิดถนนราชดำเนินตั้งแต่ 06.00 น. ได้รับความร่วมมือจากทหาร เจ้าหน้าที่เทศกิจ และตำรวจจราจรมาช่วยขนย้ายเครื่องกีดขวางออก นอกจากนี้จะปรับผังรายการบนเวทีที่ทำเนียบรัฐบาล เน้นเรื่องสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ รวมทั้งเอเอสทีวีจะถ่ายทอดงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพเป็นระยะ นอกจากนี้ ข้าราชการบริพารในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ได้ขอให้กลุ่มพันธมิตรรณรงค์ในสิ่งที่พระองค์ได้ดำเนินการตลอดพระชนม์ชีพ คือความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยจะร่วมมือกับข้าราชบริพารและผู้ที่ได้ถวายงานพระองค์รณรงค์ให้คนที่มาร่วมงานพระราชพิธีร่วมกันรักษาความสะอาด ไม่ทิ้งขยะในบริเวณงาน และจะมีการทำป้ายผ้าและเสื้อยืดรณรงค์ไม่ให้มีการทิ้งขยะ
พล.ต.จำลอง ศรีเมือง กล่าวว่า ในวันที่ 14-15-16 พฤศจิกายน บนเวทีพันธมิตรจะไม่พูดถึงเรื่องการเมืองแต่จะพูดถึงพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพและเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพระองค์โดยเฉพาะ รวมทั้งจะเชิญผู้ที่เคยเข้าเฝ้าฯมาพูดคุยบนเวทีด้วย ทั้งนี้ ในวันที่ 15 พฤศจิกายน จะมีการจัดกิจกรรมที่สอดคล้องพระราชพิธีด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจราจรบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนินนอก มีรถสัญจรไปมาตามปกติ หลังจากกลุ่มพันธมิตรขนย้ายสิ่งกีดขวางออกเพื่อเปิดเส้นทางตั้งแต่ช่วงเช้า
ให้มทภ.1ประกาศกฎอัยการศึก
ที่กองทัพภาคที่ 1 นายไชยวัฒน์ สินสุขวงศ์ เลขาธิการสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย (สปท.) แนวร่วมพันธมิตรได้เข้ายื่นหนังสือเปิดผนึกถึง พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ขอให้กองทัพจัดการกับขบวนการกบฏ มี พล.ต.สุรพันธ์ พวงเพชร ที่ปรึกษากองทัพภาคที่ 1 เป็นผู้รับหนังสือแทน
นายไชยวัฒน์กล่าวว่า การยื่นหนังสือเพื่อตั้งข้อกล่าวหารัฐบาล และสมาชิกเสียงข้างมากในสภาที่มีพฤติกรรมเป็นกบฏต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ได้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญใช้เพื่อประโยชน์เพื่อประชาชน แต่จะแก้รัฐธรรมนูญไม่ให้ยุบพรรคการเมืองของตนเอง เมื่อรัฐบาลเป็นกบฏเสียเอง จึงเป็นหน้าที่ของกองทัพภาคที่ 1 ในฐานะเจ้าของพื้นที่ที่จะมีกฎหมายพิเศษ และมีความพร้อมในเรื่องกำลังและเครื่องมือจัดปัญหาให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด
นายไชยวัฒน์กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์ล่าสุด พบว่า มีการยกระดับจากการเมืองเป็นมาตรการความปลอดภัยความมั่นคงของประเทศ และรัฐบาลแสดงพฤติกรรมชัดเจนสั่งการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อใช้เป็นกองกำลังเพื่อคุ้มครองรัฐบาล รวมทั้งจัดตั้งกองกำลังส่วนตัว และการใช้อาวุธสงครามในพื้นที่ กทม. ทำให้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บ ดังนั้น กองทัพสามารถใช้กฎหมายพิเศษจัดการได้ กฎหมายตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก เพราะเป็นอำนาจของแม่ทัพภาคที่ 1 จะประกาศได้ เพื่อควบคุมตัวบุคคลที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายเป็นภัยต่อความมั่นคง
ชัยแจงกก.สิทธิเรื่อง7ต.ค.
นายสุรสีห์ โกศลนาวิน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า อนุกรรมการได้พบนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ช่วงเช้าวันที่ 13 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม โดยนายชัยยืนยันกับอนุกรรมการว่าการประชุมรัฐสภาวันดังกล่าวเพื่อพิจารณาคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ไม่สามารถย้ายที่ประชุมได้ เพราะมีข้อบังคับการประชุมกำหนดไว้ชัดว่าที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาคืออาคารรัฐสภา และหากเลื่อนก็ต้องนัดประชุมล่วงหน้า 3 วัน ทั้งนี้ ได้กำหนดการประชุมไว้แล้ว 3 วัน คือวันที่ 7-9 ตุลาคม ซึ่งวันที่ 9 ตุลาคม เป็นวันครบ 15 วัน ที่รัฐบาลต้องแถลงนโยบายต่อสภา นอกจากนี้การย้ายที่ประชุมยุ่งยากทำไม่ทัน สมาชิกจำนวนมากและต้องใช้ระบบบันทึกเสียง และได้เข้ามาที่สภาเวลา 7 โมงกว่าๆ จึงไม่เห็นเหตุการณ์สลายการชุมนุมในช่วงเช้าที่มีผู้บาดเจ็บสาหัส
นายชัยยังระบุว่า นายชูศักดิ์ ศิรินิล เลขาฯนายกฯ ประสานมาเวลา 21.00 น. ของวันที่ 6 ตุลาคม เพื่อขอเปลี่ยนสถานที่การประชุม แต่นายชัยแจ้งว่ากะทันหัน ไม่สามารถหาสถานที่ประชุมได้ นายสุรสีห์กล่าว
แพทย์5สถาบันยื่นถอดสมชาย
ที่รัฐสภา กลุ่มนักวิชาการด้านสาธารณสุข 5 สถาบัน จำนวน 16 คน นำโดย น.ส.จิราพร ลิ้มปานนนท์ อดีตอาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้าแสดงตนเพื่อขอยื่นถอดถอนนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ต่อนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270 โดยมีเหตุผล 13 ข้อ เกี่ยวกับพฤติกรรมของนายสมชายทั้งวันที่ 6 และ 7 ตุลาคม ที่สลายการชุมนุมหน้าอาคารรัฐสภาจนเป็นเหตุให้ประชาชนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งคลิปวิดีโอที่นายสมชายยอมรับว่าเป็นตนเอง แต่มีการตัดต่อ แต่ไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่ได้พาผู้หญิงเข้าโรงแรมม่านรูด ซึ่งขัดต่อศีลธรรมอันดีอย่างร้ายแรง ไม่สมควรดำรงตำแหน่งนายกฯต่อไป โดยจะล่ารายชื่อให้ครบ 2 หมื่นชื่อภายใน 1 เดือน ผู้ประสงค์ร่วมลงชื่อสนับสนุน ส่งชื่อมาได้ที่ตู้ ปณ.339 ปณศ.สามเสนใน เขตพญาไท กทม. 10400
นายประสพสุขกล่าวว่า คณะอาจารย์ต้องรวบรวมรายชื่อให้ได้ 20,000 ชื่อ ภายใน 180 วัน หรือถึงเดือนพฤษภาคม 2552
ส.ส.หญิงกระตุกจริยธรรมนายกฯ
วันเดียวกัน ที่รัฐสภา ส.ส.หญิงพรรคประชาธิปัตย์ กว่า 10 คน นำโดย นางผุสดี ตามไท นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส.สัดส่วน น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสาคร และนางนาตยา เบญจศิริวรรณ ส.ส.กทม. ร่วมกันแถลกรณีเกิดความรุนแรงในรัฐสภา โดยมี ส.ส.คนหนึ่งกระโดดถีบเพื่อน ส.ส.ในห้องอาหาร และกล่าวอาฆาตจะกระโดดถีบ ส.ว.หญิงในที่ประชุมรัฐสภา ส.ส.ชายบางกลุ่มรุมล้อมชี้หน้า น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. จึงขอเรียกร้องให้ ส.ส.หยุดการกระทำรุนแรงดังกล่าว
นางรัชฎาภรณ์ยังระบุว่า ยังมีกรณีพฤติกรรมการนอกใจหรือไม่ซื่อสัตย์ต่อครอบครัวของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ล่าสุดนายสมชายได้ออกมายอมรับว่าเป็นคนในคลิปจริง ขนาดครอบครัวที่เป็นที่รัก นายสมชายยังไม่ซื่อสัตย์ แล้วจะซื่อสัตย์ต่อบ้านเมืองได้อย่างไร
สภาป่วน-พปช.วิวาทะปชป.
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน มีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม ช่วงเปิดให้สมาชิกหารือ ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน หารือถึงกรณีสื่อมวลชนนำเสนอข่าวกลุ่มพันธมิตรบางคนนำผ้าอนามัยที่ใช้แล้วไปวางแก้ไสยศาสตร์บริเวณฐานของอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 พระบรมรูปทรงม้า ซึ่งตนรับไม่ได้กับพฤติกรรมของนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรที่ออกมาพูดแบบนี้ เพราะตนสักการะและห้อยเหรียญรัชกาลที่ 5 มากว่า 15 ปี แต่บัดนี้มีคนมาทำระยำจึงทนไม่ได้ นอกจากนี้การที่นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี บินไปรักษาตัวที่ประเทศสหรัฐตามคำแนะนำของแพทย์ ก็ยังมีคนตามไปชูป้ายด่า ถือว่าไม่เหมาะสม พวกนี้เคยคิดฆ่าเพื่อนร่วมอาชีพมาแล้ว เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา วันนี้ก็ยังจะฆ่าเพื่อนร่วมอาชีพอีก ทั้งนี้ จะเสนอสภาฯให้กระทรวงวัฒนธรรมแจกหนังสือสมบัติผู้ดีให้กับ ส.ส.และคนไทยทั่วประเทศได้อ่าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ ร.ต.ท.เชาวรินพาดพิงถึงนายสนธิทำให้ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ประท้วงและระบุว่า ไม่ควรพาดพิงถึงบุคคลที่สาม ร.ต.ท.เชาวรินสวนกลับทันทีว่า เดือดร้อนแทนทำไม เขาเป็นญาติคุณหรือทำให้นายศุภชัย ศรีหล้า ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ประท้วง และขอให้ ร.ต.ท.เชาวรินถอนคำพูดว่า จะฆ่าเพื่อนร่วมอาชีพ ร.ต.ท.เชารินกล่าวว่า จะไม่ยอมถอนคำพูดเด็ดขาด นายศุภชัยเป็น ส.ส.มากี่สมัย อย่ามาสอนตนที่เป็น ส.ส.มา 8 สมัย หากประธานสภาสั่งให้ถอนคำพูดตนจึงจะยอมปฏิบัติตาม
ปู่ชัยไล่เชาวรินออกจากห้อง
จากนั้นทั้งสองฝ่ายตอบโต้กันไปมาทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้น จนนายชัยต้องขอร้องทั้งสองฝ่ายให้ยุติ แต่ไม่มีใครยอม จนนายชัยต้องปิดไมโครโฟนของทั้งคู่ พร้อมกล่าวว่า สงสารผมเถอะ ตอนนี้คุมกันไม่อยู่แล้วทำให้ นพ.วรงค์กล่าวว่า ตามข้อบังคับการประชุมเมื่อประธานสั่งสมาชิกให้ถอนคำพูดแล้วไม่ยอมปฏิบัติตาม ประธานต้องไล่ผู้นั้นออกนอกห้องประชุม แต่ถ้าประธานควบคุมการประชุมไม่ได้ประธาน ควรต้องลงจากบัลลังก์ นายชัยจึงกล่าวว่า ตอนนี้ควบคุมการประชุมไม่ได้อยู่แล้ว เพราะมีการนำเรื่องไร้สาระมาพูด จากนั้นจึงสั่งพักการประชุม 5 นาที
หลังจากเปิดประชุมสภาอีกครั้ง นพ.วรงค์ได้ลุกขึ้นทวงถามเรื่องที่ประธานสั่งให้ ร.ต.ท.เชาวรินถอนคำพูดที่ไม่เหมาะสม นายชัยจึงกล่าวว่า เมื่อขอร้องกันไม่ได้ก็ต้องใช้ข้อบังคับ และสั่งให้ ร.ต.ท.เชาวรินที่ยังยืนยันไม่ถอนคำพูดให้ออกจากห้องประชุมไปพักสมองเป็นเวลา 10 นาที ซึ่ง ร.ต.ท.เชาวรินยอมเดินออกจากห้องประชุม
จี้สมชายช็คบิลเสธ.แดง
จากนั้นนายวัชระ เพชรทอง ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ได้หยิบกรณี พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก หรือเสธ.แดง ให้สัมภาษณ์ลักษณะหมิ่นประมาท พล.อ.ปฐมพงศ์ เกษรศุกร์ ที่มียศที่สูงกว่ามาหารือ โดยเรียกร้องให้นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ดำเนินการกับนายทหารที่สร้างความแตกแยกในกองทัพและขอให้หยุดขมขู่ผู้ชุมนุม นอกจากนี้ มีข่าวว่ามีการขนอาวุธสงครามและวัตถุระเบิดจำนวนมากเข้ามาก่อการร้ายในพื้นที่ กทม. ขอเรียกร้องให้รัฐบาลโดยเฉพาะนายกฯดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนและผู้พิพากษาที่ตัดสินคดีกับผู้มีอำนาจ ขณะที่นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี พรรคพลังประชาชน หารือว่า ทำเนียบรัฐบาลเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่มีการชุมนุมมานาน จึงขอฝากไปถึงนายกฯรีบดำเนินการกับผู้ชุมนุมเพราะประเทศใกล้จะมีงานสำคัญ
ปชป.จี้นายกฯแจงรับมือเหตุรุนแรง
จากนั้น นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งกระทู้ถามสดนายกฯเรื่องการป้องกันและปราบปรามเหตุความรุนแรงและการดูแลความสงบเรียบร้อยว่า ช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ใน กทม.เกิดเหตุระเบิดจนมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก แต่ไม่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ และยังมีแนวโน้มที่เหตุรุนแรงจะเพิ่มมากขึ้น โดยตั้งแต่วันที่ 8-12 ตุลาคม มีเหตุการณ์ความรุนแรง 21 กรณี เฉลี่ยเกือบวันละ 1 ครั้ง ล่าสุดกรณีเหตุระเบิดที่คลองเตย นอกจากนี้ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เชื่อว่ามีการขนอาวุธเตรียมก่อเหตุ และได้สั่งคุ้มกันเขตพระราชฐาน พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ชั้นใน วันที่ 13-20 พฤศจิกายน อยากให้บอกถึงมาตรการการป้องกัน
นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากนายกฯ ชี้แจงว่า รัฐบาล กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม มีมาตรการป้องกันเหตุความรุนแรง ส่วนข่าวที่มีการเตรียมก่อเหตุ รัฐบาลได้ตรวจสอบทางลับ เนื่องจากเป็นเรื่องของความมั่นคง ส่วนที่นายกฯพูดถึงการขนอาวุธนั้น อาจเป็นข้อมูลลวง โดยรัฐบาลจะไปดูเรื่องดังกล่าว
จากนั้นนายองอาจลุกขึ้นถามต่อว่า ที่อธิบายมาเพียงแค่มาตรการปกติ ไม่มีมาตรการพิเศษ หากไม่สามารถเปิดเผยได้ ก็ขอให้เปิดประชุมลับ แต่เชื่อว่าไม่น่าจะมี นายปรีชายืนยันว่า รัฐบาลมีมาตรการรองรับแน่นอน รายละเอียดสามารถซักถามจากนายสมชาย ซึ่งยืนยันว่าจะมาชี้แจงสภาในวันที่ 20 พฤศจิกายน
ข้อมูลจาก มติชน
