(14พ.ย.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ชี้แจงถึงกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนทำให้รัฐต้องเสียค่าโง่กว่า 1.2 หมื่นล้านบาท จากการบอกเลิกสัญญาโครงการโฮปเวลล์ ว่า เรื่องดังกล่าวมีการพิจารณามาหลายรัฐบาล โดยเริ่มดำเนินโครงการในสมัยที่นายมนตรี พงษ์พานิช เป็น รมว.คมนาคม แต่เกิดปัญหา บ.โฮปเวลล์ไม่สามารถก่อสร้างได้ตามกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในสัญญา จนกลายเป็นเสาโด่เด่มาจนถึงทุกวันนี้ต่อมาเมื่อถึงยุคของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เป็น รมว.คมนาคม ก็ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหนึ่งชุดเพื่อพิจารณาบอกเลิกสัญญา มีปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธานและมีมติครม.เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2540 ให้ยกเลิกสัญญากับบ.โฮปเวลล์ เนื่องจากไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาได้
พอมาถึงช่วงที่ผมเป็นรมว.คมนาคม ก็ตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่ง เพื่อดูแลหามาตรการรองรับการบอกเลิกสัญญาว่าจะต้องดำเนินการต่อไปอย่างไร โดยผมเป็นคนลงนามบอกเลิกสัญญาอย่างเป็นทางการ แต่เป็นการปฏิบัติตามสิ่งที่ได้มีการพิจารณาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ถ้ารัฐบาลชุดนี้จะมาโยนความผิดให้ผม ก็ไม่เป็นไร เพราะพร้อมที่จะชี้แจง และความจริงก็มีคนในรัฐบาลชุดนี้หลายคนที่รู้เรื่องดี ไม่ว่าจะเป็นนายสมัคร สุนทรเวช นายทนง พิทยะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ซึ่งขณะนั้นเป็นรมช.คมนาคม และได้รับมอบหมายให้ดูแลการรถไฟ จะอธิบายเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี ที่ผมสงสัยคือรัฐบาลต่อมาชี้แจงกับอนุญาโตตุลาการอย่างไร ถึงทำให้เกิดความเพลี่ยงพล้ำจนถูกชี้ว่าต้องเสียค่าชดเชยกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท เพราะในสายตาของผมไม่คิดว่ารัฐจะต้องเสียค่าชดเชยดังกล่าว ตรงกันข้ามโฮปเวลล์ต่างหากที่ทำผิดสัญญา จึงคิดว่าเรื่องนี้ยังมีหนทางต่อสู้ ซึ่งอาจจะเป็นการประนีประนอมระหว่างกัน หรือรัฐบาลจะดำเนินคดีทางแพ่งต่อไปก็ได้ นายสุเทพ กล่าว
สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่คิดแต่จะโยนความผิดให้คนอื่น เพราะเรื่องนี้ผ่านมาหลายรัฐบาล เป็นปัญหาที่คาราคาซังมาเป็นเวลานาน และเป็นเหตุผลที่ทำให้รัฐบาลในยุคนั้นตัดสินใจยกเลิกสัญญาด้วย ทั้งนี้ยืนยันด้วยว่าข้อกล่าวหาที่ บ.โฮปเวลล์อ้างว่ารัฐบาลไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ให้ก่อสร้างตามสัญญาได้นั้นก็ไม่เป็นความจริง เพราะในยุคที่ตนเป็น รมว.คมนาคม ได้สร้างถนนเลียบทางรถไฟที่เรียกว่า โลคอลโร๊ด รองรับด้วย แต่บ.โฮปเวลล์ต่างหากที่ไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้ตามระยะเวลาที่สัญญาระบุไว้ อย่างไรก็ตามเข้าใจว่าทางบริษัทได้ลงทุนไปหลายพันล้านบาท ซึ่งน่าจะลองมาพิจารณาร่วมกันว่าสิ่งที่ได้ก่อสร้างไปแล้วสามารถนำส่วนไหนมาทำประโยชน์ได้บ้าง
สวรรคาลัยอยู่หนใด...บนขอบฟ้ากว้าง
บตั้งแต่วันที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้เสด็จสู่สวรรคาลัย พสกนิกรชาวไทยทั้งมวลเศร้าโศกอาลัยเป็นอย่างยิ่ง ในช่วงเวลาดังกล่าวมีคำๆหนึ่ง
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
