ป.ป.ช.ให้โอกาส 28 รมต.ติดบ่วงพระวิหาร เลื่อนชี้แจงได้ 2 ครั้ง คาดแจ้งข้อกล่าวหาได้ 17 พ.ย. เลขาฯนายกฯเผย รบ.ตั้งทีมสู้ หาเหตุผลในแนวทางเดียวกัน เล็งขอยืดเวลาแจง สมชาย บ่นเจอแต่ข้อกล่าวหา ชี้ไม่กระทบ จะบุกทำงานไปเรื่อยๆ จนหมดวาระ เฉลิม ขอพิง กองทัพ-บัวแก้ว สู้ แขวะไม่ใช่ทุจริตเหมือนกรณีรถดับเพลิง คาดแจ้งข้อกล่าวหา28รมต.17พย.น.ส.สมลักษณ์ จัดกระบวน กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 14
พฤศจิกายน กรณีป.ป.ช.มีมติแจ้งข้อกล่าวหา 28 รัฐมนตรีรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช กระทำผิดรัฐธรรมนูญ
มาตรา 190 วรรค 2 ฐานออกมติครม.วันที่ 17 มิถุนายน 2551 สนับสนุนให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร
เป็นมรดกโลก โดยไม่ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องหนังสือแจ้ง
ข้อกล่าวหาของรัฐมนตรีทั้ง 28 คน โดยคิดว่าอย่างช้า ในวันที่ 17 พฤศจิกายนน่าจะส่งหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาไป
ให้ทั้ง 28 คนได้ ซึ่งหลังได้รับหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาต้องมาแก้ข้อกล่าวหาอย่างช้าภายใน 15 วัน
โดยอาจมาชี้แจงข้อกล่าวหาด้วยตัวเอง หรือส่งหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้ ทั้งนี้ ผู้ถูกกล่าว
หาสามารถขอเลื่อนชี้แจงได้ 2 ครั้ง คิดว่า คณะอนุกรรมการฯคงต้องใช้เวลาสอบอีกพอสมควรกว่าจะสรุปผลการไต่
สวนได้ ขึ้นอยู่กับผู้ถูกกล่าวหาว่า จะมีการอ้างพยาน หรือเลื่อนการชี้แจงข้อกล่าวหามากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตาม
ระหว่างนี้ ผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นรัฐมนตรีอยู่ในปัจจุบัน ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ตามปกติ
ให้รมต.ที่อ้างค้านหาพยานยัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐมนตรีบางคนที่ร่วมประชุม ครม. แต่อ้างว่าได้คัดค้านการลงนามแถลงการณ์ร่วมพอมีน้ำหนัก
ทำให้หลุดข้อกล่าวหาหรือไม่ น.ส.สมลักษณ์ กล่าวว่า ต้องขอฟังเหตุผลดูก่อน แต่ปกติแล้วการประชุมครม.จะไม่มี
การทำบันทึกการประชุมไว้ หากรัฐมนตรีคนใดอ้างว่าคัดค้านมติครม.ก็ต้องหาพยานมายืนยัน ซึ่งคณะกรรมการจะ
พิจารณาว่า เหตุผลที่อ้างมีความน่าเชื่อถือและรับฟังขึ้นหรือไม่ ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหาทุกคน
และผู้ถูกกล่าว และผู้ถูกกล่าวหาทุกคนสามารถอ้างพยานเพิ่มเติมได้ สุดท้ายแล้วหากเหตุผลที่ชี้แจงฟังขึ้นก็อาจมี
การเปลี่ยนแปลงได้
เผยชื่อ28รัฐมนตรีติดบ่วง
สำหรับครม. จำนวน 28 คน ประกอบด้วย 1.นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงกลาโหม 2. นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 3.
นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 4.พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์
อดีตรองนายกรัฐมนตรี 5.นายชูศักดิ์ ศิรินิล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 6.นายนพดล ปัทมะ อดีต
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 7.นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
8.ร.ต.(หญิง)ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง 9.นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีต
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 10.นายสมพัฒน์ แก้วพิจิตร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร
และสหกรณ์11. นายธีระชัย แสนแก้ว อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 12.นายสันติ พร้อม
พัฒน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 13.นายอนุรักษ์ จุรีมาศ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
14.นายทรงศักดิ์ ทองศรี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 15.นายสุวิทย์ คุณกิตติ อดีตรองนายก
รัฐมนตรี
16.ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 17.นายสุพล ฟองงาม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการ
กระทรวงมหาดไทย 18.นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงว่าการกระทรวงยุติธรรม 19.นาย
บุญลือ ประเสริฐโสภา อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 20.นายพงศกร อรรณนพพร อดีตรัฐมนตรี
ช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 21.นายไชยา สะสมทรัพย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 22.นายวิรุฬ
เตชะไพบูลย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ 23.พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการ
กระทรวงพาณิชย์ 24.นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
25.นายมั่น พัธโนทัย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 26.นายวีระศักดิ์ โควสุ
รัตน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 27.นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
วัฒนธรรม 28.นางอุไรวรรณ เทียนทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
ขรก.-6อดีตรัฐมนตรีรอดข้อหา
ส่วนข้าราชการที่ไม่ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหา ได้แก่ นายกฤต ไกรจิตติ อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญา
และกฎหมาย นายเชิดชู รักตะบุตร อัครราชทูตไทยประจำกรุงปารีส นายพิษณุ สุวรรณรชฎ รองอธิบดีกรมเอเชีย
ตะวันออก นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ พล.ท.แดน มีชูอรรถ อดีตเจ้ากรมแผนที่ทหาร 6.
พล.ท.สุรพล เผื่อนอัยกา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
รัฐมนตรีที่ไม่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจากไม่อยู่ในที่ประชุมครม.วันที่ 17 มิถุนายน 2551 ได้แก่ 1.นพ.สุรพงษ์
สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 2.นายสหัส บัณฑิตกุล รองนายกรัฐมนตรี
3.พล.ท.(หญิง) พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน 4.นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง อดีตรัฐมนตรี
ว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 5.นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคม
และความมั่นคงของมนุษย์ 6.นายสิทธิชัย โควสุรัตน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
รบ.ตั้งทีมสู้-เล็งขอขยายเวลาชี้แจง
ขณะที่นายชูศักดิ์ ศิรินิล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมตรี กล่าวว่า จะมีการแต่ง
ตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด ประกอบด้วย เลขาธิการครม. ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้แทน
จากกระทรวงการต่างประเทศ และฝ่ายกฎหมายทั้งหมด เพื่อนำเรื่องมาช่วยกันดูและสรุปความเห็น ก่อนยกร่างคำ
ชี้แจงว่าจะควรตอบข้อกล่าวหาต่างๆ อย่างไร จากนั้นจะให้ข้อมูลแก่ผู้ที่ถูกป.ป.ช. แจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมดเป็นแนว
ทาง เพื่อให้การชี้แจงต่อป.ป.ช. เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพราะแต่ละคนต้องไปชี้แจงเอง ซึ่งนายสมชาย วงศ์
สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี เห็นชอบกับเรื่องนี้แล้ว จึงแจ้งให้นายสุรชัย ภู่ประเสริฐ เลขาธิการครม. ทราบเรื่องและ
เตรียมดำเนินการแล้ว
ตอนนี้ต้องรอฝ่ายต่างๆ มาพูดคุยกัน โดยเฉพาะต้องเอาเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาดู แต่ปรากฏว่าเอกสารต้น
เรื่องติดค้างอยู่ในทำเนียบรัฐบาล จึงต้องไปขอสำเนาจากกระทรวงการต่างประเทศ ทำให้ยุ่งยากพอสมควร ดังนั้น
ถ้าไม่สามารถชี้แจงข้อกล่าวหาภายใน 15 วันนับจากได้รับหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาจากป.ป.ช. ได้ ก็อาจขอขยาย
เวลาเพิ่มเติม นายชูศักดิ์กล่าว
สมชายบ่นเจอแต่ข้อกล่าวหา
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ กล่าวว่า ป.ป.ช.ไม่ได้ชี้มูล เพียงแต่เป็นการแจ้งข้อกล่าวหา เป็นรัฐบาลที่มีแต่ข้อกล่าวหา
โดยรัฐบาลก็จะเตรียมการชี้แจงไปว่าเป็นเรื่องของกระบวนการที่ต้องดำเนินการ ส่วนจะเดินทางไปชี้แจงด้วยตัว
เองหรือส่งเอกสารไปนั้นต้องขอดูเอกสารของป.ป.ช.ว่า ระบุให้ชี้แจงอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่าเรื่องดังกล่าวจะกระทบกับการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ โดยเฉพาะเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ มาตรา
190 นายสมชาย กล่าวว่า งานนี้ไม่กระทบ ตราบใดที่ยังอยู่ในตำแหน่งก็ทำไปเรื่อยๆ บุกไปเรื่อยเรื่องการทำงาน
ไม่บุกอย่างอื่น กระทั่งหมดวาระไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ว่ากันไป ถ้ายังไม่หมด ทำงานต่อไป เมื่อถามว่าหนักใจหรือไม่
เจอภาวะกดดันแบบนี้ นายสมชาย กล่าวว่า พยายามคิดเหมือนกัน บางครั้งการทำงานก็มีความรู้สึกส่วนตัว
พยายามที่จะทำงานให้ดีให้มีประโยชน์กับประชาชนให้สมกับที่เขาเลือกมา อดหลับอดนานบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา
ตั้งใจทำงานมา ไม่รู้สึกว่าอะไรเป็นพิษภัยกับบ้านเมือง เจอเรื่องเหตุการณ์แบบนี้ ก็แปลกดี แต่ก็เป็นเรื่อง
ของกระบวนการที่บางคนเห็นว่าร้องเรียนได้ เรามีหน้าที่ชี้แจงแสดงหลักฐาน ก็ว่าไปตามกระบวนการที่พอจะทำได้
นพดลอ้างทำไปเพื่อปกป้องดินแดน
นายนพดล ปัทมะ กล่าวว่า ต้องขอบคุณป.ป.ช.ด้วยที่ให้โอกาสได้ชี้แจง มั่นใจว่าจะสามารถชี้แจงได้ โดยขอให้
ป.ป.ช.ใช้ความเป็นธรรมในการตัดสินข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวด้วย เนื่องจากครม.ทั้งคณะไม่มีเจตนาที่จะไม่
ดำเนินการตามสิ่งที่รัฐธรรมนูญ กำหนด เพราะตนและทางการกัมพูชาเห็นตรงว่าแถลงการณ์ร่วมไม่ได้เป็นสนธิ
สัญญาและไม่มีการเปลี่ยนแปลงอาณาเขต รวมถึงตุลาการรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อยก็เห็นว่าไม่เข้าข่ายการ
ละเมิดมาตรา190 แต่อย่างใดดังนั้นสิ่งที่กระทำไปถือเป็นการปกป้องดินแดนจำนวน 4.6 ตารางกิโลเมตร ไม่ได้
ทำให้ชาติเสียหายตามที่ถูกกล่าวหา
เมื่อถามว่าหากป.ป.ช.ชุดใหญ่ชี้มูลว่ามีความผิดจริงจะส่งผลให้ครม.ที่ทำหน้าที่อยู่ในขณะนี้ต้องยุติการปฎิบัติงาน
หรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า กรณีนี้ครม.ชุดปัจจุบันสามารถชี้แจงได้ว่าเป็นครม.ในรัฐบาลของนายสมชาย วงศสวัสดิ์
นายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นครม.คนละชุดกัน ดังนั้นสามารถปฎิบัติหน้าที่ต่อไปได้ โดยสามารถยกกรณีหวยบนดินมา
เทียบเคียง
เฉลิมพิงกองทัพ-บัวแก้วสู้
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ถือว่า ครม.ทุจริต แต่เป็นการ
ดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งในการประชุม ครม.มีกรมสนธิสัญญา กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญได้
ตรวจสอบแล้วว่าสามารถดำเนินการได้ ไม่ผิดกฎหมาย และกองทัพระบุชัดเจนว่าไม่ได้เป็นการรุกล้ำดินแดน ดังนั้น
ครม.จึงมีมติทำได้ตามข้อชี้แนะดังกล่าว
หากกระทรวงการต่างประเทศมีข้อเสนอในแนวทางหนึ่ง แต่ ครม.กลับเปลี่ยนแปลงไปอีกแนวทางหนึ่ง ก็ว่าไป
อย่าง แต่เรื่องนี้ ครม.ทำตามข้อเสนอแนะ จึงเป็นคนละประเด็น ที่ ครม.ถูกกล่าวหาว่าทุจริต และสุดท้ายยูเนสโก
ไม่ได้ยึดถือเอามติ ครม.ของไทย เป็นหลักฐานสำคัญในการรับรองเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกด้วย ร.ต.อ.เฉลิม
กล่าว
บอกไม่ใช่ทุจริตเหมือนรถดับเพลิง
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า กรณี ครม.มีมติเรื่องเขาพระวิหาร มีลักษณะเดียวกับคดีจัดซื้อที่ดินย่านถนนรัชดาภิเษกของ
คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยถือว่าไม่ใช่การทุจริต เพราะการ
ทุจริตต้องเป็นการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมายให้กับตนเองหรือคนอื่น
การซื้อที่ดินรัชดาฯ ไม่ได้เป็นการทำผิดกฎหมาย แต่เป็นเรื่องที่กฎหมายห้ามไว้ไม่ให้ทำ ต้องดูที่ความผิดตาม
ประมวลกฎหมายอาญาเป็นหลัก ไม่ใช่พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ตามที่ ป.ป.ช.ยึดถือ เรื่องนี้ต้องแยกกัน ศาล
พิพากษาความผิดได้ แต่ต้องไม่ใช่เรื่องทุจริต ซึ่งกรณีเขาพระวิหาร ฮุนเซน (สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา)
เอาเงินให้ใคร ไม่มีหลักฐาน ผมเป็น 1ใน ครม. ยังไม่เห็นได้สักบาท ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวและว่า โดยทั้ง 2 เรื่องดัง
กล่าว ไม่เหมือนกับคดีทุจริตจัดซื้อรถและเรือดับเพลิง ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้
ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ถูกชี้มูลความผิด เพราะมีตัวเลขชัดเจนว่ารถดับเพลิง ราคา 3,000 ล้านบาท แต่กลับ
ซื้อในราคา 6,000 ล้านบาท ซึ่งนายอภิรักษ์มีสปิริตสูง ลาออกทันทีที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด เรื่องนี้สังคมต้องตั้งสติ
สื่อมวลชนต้องมีเหตุผล อย่างไรก็ตาม ไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์พรรคประชาธิปัตย์ เพราะเป็นพรรคที่มีมาตรฐานสูงส่ง
สุวิทย์อ้างมีพยานรู้เจตนารมณ์
นายสุวิทย์ คุณกิตติ อดีตรองนายกรัฐมตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ได้ติดตามและคัด
ค้านเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น เพราะเกรงว่าจะเกิดปัญหาตามมาภายหลัง และยังทักท้วงการลงนามของนายนพดล ปัทมะ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศขณะนั้นในที่ประชุมครม. ครม. ไปหลายครั้ง เพราติดใจในหลายประเด็น
อาทิ 1. การจัดทำแผนที่ตัวปราสาทพระวิหารและพื้นที่ทับซ้อนไม่มีความชัดเจน รัฐมนตรีหลายคนดูแล้วไม่รู้เรื่อง
2. การลงนามในแถลงการณ์ร่วมฯ ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อมติครม. เมื่อปี 2505 3. การลงนามในแถลงการณ์ร่วมฯ
จะทำให้ไทยเสียดินแดน เสียอธิปไตยหรือไม่ 4. แถลงการณ์ร่วมฯ ดังกล่าวเข้าข่ายเป็นหนังสือสนธิสัญญาตาม
มาตรา 190 แห่งรัฐธรรมนูญปี 2550 หรือไม่ แต่กรมสนธิสัญญา กระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่าไม่เข้าข่าย
แต่สุดท้ายก็เกิดปัญหาขึ้นจนได้
ผมพร้อมไปให้ปากคำกับคณะอนุกรรมการป.ป.ช.ด้วยตนเอง และทำหนังสือชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งเชื่อว่า
ป.ป.ช. จะรับฟังคำชี้แจงของผม เพราะกรณีปราสาทพระวิหารเป็นปมสำคัญที่ทำให้ผมประกาศถอนตัวจากการร่วม
รัฐบาลสมัคร ดังนั้นจึงถือเป็นการแสดงเจตนารมณ์ที่ชัดแจ้งว่าผมไม่สนับสนุนมติครม. ในเรื่องปราสาทพระวิหาร
นายสุวิทย์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า การถูกป.ป.ช. แจ้งข้อกล่าวหาเช่นนี้ จะทำให้การทำงานการเมืองในอนาคตลำบากหรือไม่ นายสุ
วิทย์กล่าวว่า ไม่รู้สึกหนักใจ เพราะได้แสดงจุดยืนชัดเจน โดยมีรัฐมนตรีและข้าราชการที่ร่วมประชุมเป็นพยานให้
ได้
อภิสิทธิ์ไม่คิดจะเป็นจุดเปลี่ยน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่คิดว่าการที่
ป.ป.ช.ชี้จะเป็นจุดเปลี่ยนแปลงรัฐบาลเพราะจริงๆ ขั้นตอนการตรวจสอบใช้เวลาพอสมควร แล้วยังมีเรื่องที่ร้อง
เรียนต้องตรวจสอบอีกมาก ทั้งนี้มติครม.เป็นมติที่ทำให้เกิดปัญหา ในแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ซึ่งศาลรัฐ
ธรรมนูญวินิจฉัยว่า ขัดรัฐธรรมนูญ แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องที่ต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้มีใครบ้าง ก็ต้องสอบสวนกันต่อไป
ข้อมูลจาก มติชน
