กรณีพิธีทอดกฐินเมื่อวันที่ 12 พ.ย. ที่ผ่านมา ที่วัดแก้วสิขาคีรีสะวารา โดยไม่ได้รับอนุญาต จึงถือเป็นการละเมิดอธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดนของไทยผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (14 พ.ย.) ว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการประท้วงรัฐบาลกัมพูชาผ่านบันทึกช่วยจำลงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2551 ถึงกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชาต่อกรณี นางบุญ รานี ภรรยาของสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ทำพิธีทอดกฐินที่ดำเนินการโดยทางการกัมพูชา เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2551 ที่ผ่านมา ที่ วัดแก้วสิขาคีรีสะวารา จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งตั้งอยู่ในดินแดนไทย และฝ่ายไทยเห็นว่าการตั้งอยู่ของวัด และการดำเนินพิธีดังกล่าวเป็นการละเมิดอธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดนของไทย
สำหรับคำแปลอย่างไม่เป็นทางการของบันทึกช่วยจำดังกล่าวมีดังนี้ กระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรไทย ขอถือเป็นเกียรติที่จะนำความสนใจของกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ไปสู่กรณีพิธีทอดกฐินที่ดำเนินการโดยทางการกัมพูชา เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2551 ที่ วัดแก้วสิขาคีรีสะวารา ซึ่งมาตั้งอยู่ในดินแดนไทย ทางการไทยในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษได้รายงานว่า มีคนชาติกัมพูชาประมาณ 500 คน กำลังพลทหารกัมพูชา 100 นาย ภิกษุชาวกัมพูชา 30 รูป สามเณรชาวกัมพูชา 37 รูป และยานพาหนะจากกัมพูชา 70 คัน ได้รุกล้ำเข้ามาในดินแดนไทยเพื่อมาร่วมงานพิธีดังกล่าว โดยไม่ได้ขออนุญาตจากทางการไทย
ทั้งนี้ การที่ วัดแก้วสิขาคีรีสะวารา ได้มาตั้งอยู่อย่างผิดกฎหมายในดินแดนของไทย รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ ที่กล่าวถึงนั้น เป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศไทยอย่างอุกอาจและโดยเจตนา ดังนั้น กระทรวงการต่างประเทศจึงขอถือเป็นเกียรติที่จะแจ้งให้ปรากฏเป็นหลักฐานไว้ว่า ฝ่ายไทยขอประท้วงต่อการตั้งอยู่ของวัด และการจัดกิจกรรมดังกล่าวอย่างรุนแรงที่สุด
กระทรวงการต่างประเทศขอถือเป็นเกียรติที่จะยืนยันถึงความยึดมั่นของประเทศไทยในการทำงานอย่างสร้างสรรค์ และใกล้ชิดกับกัมพูชา ภายใต้กรอบคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) ที่มีอยู่ เพื่อมุ่งที่จะแก้ไขประเด็นเขตแดนโดยสันติวิธี เป็นธรรม และฉันมิตร โดยสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ