ประชาชนแต่งดำจากทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลสู่ท้องสนามหลวงร่วมไว้อาลัยส่งเสด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เป็นวันสุดท้าย เบียดเสียดกันแน่น เกิดอัศจรรย์พระจันทร์ทรงกลดตรงกับยอดพระเมรุ ผู้สูงอายุกลั้นปัสสาวะจนเป็นลม หนังสือที่ระลึกแสนเล่มไม่พอแจก พสกนิกรหลั่งน้ำตา ต่างชาติปลื้มคนไทยรักพระพี่นาง สื่อต่างชาติเผยแพร่ข่าวทั่วโลก ต่างจังหวัดถวายดอกไม้จันทน์แน่น 46 วัด พสกนิกรทั่วประเทศร่วมพระราชพิธีพสกนิกรทั่วประเทศพร้อมใจกันแต่งชุดดำและขาว ร่วมงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และเฝ้าฯรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และบรมวงศานุวงศ์ ที่จะเสด็จฯไปทรงประกอบพระราชพิธี พระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน โดยที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง มีพสกนิกรจากทุกสารทิศทยอยเดินทางมาอย่างมืดฟ้ามัวดิน บางส่วนปักหลักนอนค้างคืนรอชมริ้วขบวนพระราชพิธี ตั้งแต่คืนวันที่ 14 พฤศจิกายน เริ่มตั้งแต่ริมถนนบริเวณหน้าศาลฎีกา เรื่อยไปทางหน้ากระทรวงกลาโหม วังสราญรมย์ ไปจนถึงกรมรักษาดินแดน ขณะที่ฝั่งหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โรงละครแห่งชาติ ก็มีประชาชนมาปูเสื่อนอนจับจองพื้นที่เช่นเดียวกัน ขณะที่อีกส่วนหนึ่งเริ่มเดินทางมาสมทบตั้งแต่เวลา 05.00 น. มีทั้งประชาชนที่มาจากจังหวัดใกล้เคียง และในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ทำให้รอบๆ บริเวณงานพระราชพิธีเบียดแน่นไปด้วยประชาชนชาวไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณรอบๆ ท้องสนามหลวง ได้ติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิด จอแอลซีดี จำนวน 10 เครื่อง สำหรับถ่ายทอดงานพระราชพิธีตลอดงาน เพื่อให้ประชาชนที่เข้าไม่ถึงได้เห็นภาพของงานโดยทั่วถึงกัน ขณะที่บริเวณท่าเรือข้ามฟาก ตั้งแต่ท่าเตียน ท่าช้าง และท่าพระจันทร์ มีพ่อค้าแม่ค้านำของที่ระลึกมาวางขายเต็มสองฟากถนน ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนที่สัญจรไปมาและผู้ที่เดินทางมาร่วมงานพระราชพิธี ต่างซื้อหาของที่ระลึกเก็บไว้ โดยสินค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือเข็มกลัดตราสัญลักษณ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ จัดทำโดยสำนักนายกรัฐมนตรี
อัศจรรย์เกิดพระจันทร์ทรงกลด
นายไพบูลย์ ผลมาก รองอธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 22.40 น. คืนวันที่ 14 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันแรกของการบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯได้เกิดเหตุการณ์น่าอัศจรรย์ โดยมีพระจันทร์ทรงกลดบนท้องฟ้า บริเวณตำแหน่งเหนือยอดสัปตปฎลเศวตฉัตรพระเมรุนานถึง 15 นาที ซึ่งสร้างความฮือฮาให้กับประชาชน โดยต่างพากันบันทึกภาพความอัศจรรย์เก็บไว้ และวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ดังกล่าวต่างๆ นานา เนื่องจากเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ ส่วนตัวเห็นว่าเป็นเรื่องมงคลที่เหล่าปวงชนชาวไทยต่างมาร่วมบำเพ็ญพระกุศลถวายแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯกันอย่างพร้อมเพรียง และด้วยพระบารมีของพระองค์จึงเกิดสิ่งมหัศจรรย์นี้ขึ้น ทั้งนี้ ปรากฏการณ์ดังกล่าวเคยเกิดขึ้นเมื่อครั้งการบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีมาแล้ว นายไพบูลย์กล่าว
หนังสือที่ระลึกแสนเล่มไม่พอแจก
ขณะที่บริเวณหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ได้นำหนังสือที่ระลึกชื่อ กัลยาณิวัฒนาคาราวาลัย ราชประเพณีส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ซึ่งเป็นหนังสือขนาดหน้ากระดาษเอ 4 หนา 90 หน้า จำนวน 1 แสนเล่ม ออกแจกจ่ายแก่ประชาชนที่มาร่วมงาน ปรากฏว่ามีประชาชนเข้าแถวรับแจกหนังสือจำนวนมาก ทำให้หนังสือที่พิมพ์มาไม่พอแจก
นางช่วย แพเจริญ อายุ 88 ปี หนึ่งในจำนวนผู้ที่มาเข้าแถวรอรับแจกหนังสือที่ระลึก ให้สัมภาษณ์ ว่าบ้านอยู่ละแวกวัดศรีประวัติ จ.นนทบุรี เดินทางมาร่วมงานพระราชพิธีคนเดียว โดยพายเรือออกจากบ้านตั้งแต่หกโมงเช้า จากนั้นต่อรถเมล์มาลงใกล้ๆ สนามหลวงในจุดที่รถสามารถเข้าไปจอดได้ แล้วจึงต่อจักรยานยนต์รับจ้างมาอีกที เชื่อว่าการเดินทางมาร่วมงานพระราชพิธีที่สนามหลวงจะได้บุญมากกว่านั่งดูโทรทัศน์อยู่ที่บ้าน
ตอนที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางประชวรอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช ยายตั้งใจจะไปร่วมลงนามถวายพระพรให้ทรงหายจากพระอาการประชวร แต่ไปไม่ทัน ท่านสิ้นพระชนม์เสียก่อน รู้สึกเสียใจอย่างมากเพราะท่านได้ทำความดีไว้เยอะ ช่วยเหลือคนที่ลำบากเดือดร้อนมากมาย ส่วนหนังสือที่ได้รับแจกวันนี้จะนำไปเก็บไว้เป็นที่ระลึกเช่นเดียวกับหนังสือที่ได้รับแจกจากงานพระราชทานเพลิงพระบรมศพสมเด็จย่า นางช่วยกล่าว
ผู้สูงอายุกลั้นปัสสาวะจนเป็นลม
ส่วนที่บริเวณหน้าประตูใหญ่ศาลฎีกา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนจำนวนมากมาจับจองพื้นที่นอนรอชมริ้วขบวนพระราชพิธี ตั้งแต่เมื่อเย็นวันที่ 14 พฤศจิกายน ทำให้มีปัญหาในเรื่องการเข้าห้องสุขาและห้องน้ำ เพราะไม่มีสถานที่ให้ประชาชนระบายทุกข์ ทำให้ต้องกลั้นปัสสาวะ บางคนไม่กล้าลุกออกจากที่เพราะกลัวว่าจะเสียพื้นที่ที่จับจองไว้ ต้องทนนั่งอยู่อย่างนั้นหลายชั่วโมง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณดังกล่าวห้องน้ำจุดที่ใกล้ที่สุดคือ บริเวณด้านศาลหลักเมือง แต่คนที่อยู่ข้างในก็ไม่สามารถเดินฝ่าฝูงชนออกไปได้ เพราะมีประชาชนอีกเป็นจำนวนมากทะลักเข้ามาขวางทางเข้าออก โดยไม่ยอมขยับตัวหลีกให้ ประชาชนบางส่วนจึงไปออกันที่หน้าประตูศาลฎีกา เพื่อขอร้องให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเปิดให้เข้าไปใช้ห้องน้ำ เพราะไม่สามารถอดกลั้นได้อีกแล้ว ประกอบกับคนที่มารอชมริ้วขบวนนั้นส่วนมากเป็นคนแก่ จึงถึงกับตัวสั่นเป็นลมเพราะไม่สามารถไปเข้าห้องน้ำได้ กระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจยศนายพลคนหนึ่งเข้ามาเจรจา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยศาลฎีกาจึงยอมเปิดให้ประชาชนเข้าไปใช้ห้องน้ำ
ศิลปากร ตั้งโรงทานอาหารฟรี
ด้านมหาวิทยาลัยศิลปากร (มศก.) ได้ตั้งโรงทานให้บริการอาหาร น้ำดื่ม และขนมหวาน ฟรีแก่ประชาชนบริเวณด้านหน้า มศก. ซึ่งมีประชาชนจำนวนมากเข้าไปขอรับอาหารเช้า
เวลา 08.00 น. ประชาชนจำนวนมากเริ่มเบียดเสียดกันแน่นบริเวณริมถนนในเส้นทางที่จะมีริ้วขบวนผ่าน โดยมีแผงเหล็กกั้นไว้เพื่อไม่ให้ประชาชนลงไปบนถนน ส่วนมากแล้วประชาชนที่มาจะเตรียมน้ำ อาหารแห้ง ติดตัวไว้ด้วยเพราะรู้ว่าจะไม่สามารถเดินไปไหนมาไหนได้สะดวก และทันทีที่เห็นริ้วขบวนผ่านมาตามเส้นทาง ประชาชนแทบจะทุกคนต่างหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึก รวมทั้งใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพไว้ด้วย ส่วนผู้สูงอายุบางรายถึงกับน้ำตาไหล และก้มกราบลงกับถนน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างเวลา 08.00 -11.00 น. ช่วงที่ริ้วขบวนพระราชพิธีผ่านไปตามเส้นทางที่จะเข้าสู่สนามหลวง ประชาชนที่รอชมอยู่สองข้างถนนต่างอยู่ในอาการสงบนิ่ง ร่วมไว้อาลัย และน้ำตาไหลเมื่อริ้วขบวนผ่านหน้าไป ทั้งยังมีประชาชนหลายคนได้นำพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯทูนเหนือหัว ช่วงที่ริ้วขบวนพระอิสริยยศเคลื่อนผ่าน
คุณยายสมบูรณ์ วิเชียรรัตน์ อายุ 76 ปี เดินทางมาจาก จ.ระนอง พร้อมกับญาติๆ กล่าวว่า คุ้มค่าแล้วที่ในชีวิตได้เห็นราชรถคู่บ้านคู่เมืองเช่นนี้ และสมความตั้งใจที่อยากมากราบพระศพเป็นครั้งสุดท้าย
ต่างชาติปลื้มคนไทยรักพระพี่นาง
นอกจากประชาชนคนไทยที่เดินทางมาร่วมพระราชพิธีและรอชมริ้วขบวนแล้ว ยังมีนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่มารอชมด้วย นายมาร์โก คารูโซ ชาวอิตาเลียน วัย 50 ปี เป็นคนหนึ่งที่มาเฝ้ารอชมขบวนพระราชพิธีที่หน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ กล่าวว่า รู้จักประเทศไทยและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ผ่านทางนิตยสารฉบับหนึ่งของอิตาลี ทราบว่า พระเจ้าอยู่หัวของคนไทยทรงงานหนักมากเพื่อคนไทย และได้รู้จักเรื่องราวของพระราชวงศ์ไทยด้วย กระทั่งเมื่อ 2 เดือนที่แล้วได้เห็นข่าวการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ประกอบกับได้วางแผนจะมาเยี่ยมแฟนสาวที่เมืองไทย จึงถือโอกาสนี้มาชมขบวนพระราชพิธีด้วย
รู้สึกดีใจมากที่เห็นคนไทยรักและแสดงความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯมากขนาดนี้ และปลื้มใจแทนคนไทยที่มีพระเจ้าแผ่นดินและพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงงานหนักเพื่อประเทศชาติและประชาชน
ผู้เฒ่าศรีสะเกษ-กาฬสินธุ์ ร่วมพิธี
นางเชียร ชูกลิ่น อายุ 80 ปี ชาวบ้านจาก จ.ศรีสะเกษ เดินทางมาพร้อมกับหลานชายอายุ 20 ปี กล่าวว่า รู้สึกซาบซึ้งใจและดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในงานครั้งนี้ โดยเดินทางมาจากจังหวัดศรีสะเกษเมื่อ 2 วันที่แล้ว มาอาศัยพักที่วัดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนจะเดินทางมานั่งจองพื้นที่กับหลานที่บริเวณด้านหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ตั้งแต่ตี 5
นางนารี ทะยอมใหม่ อายุ 60 ปี ชาวบ้านจาก จ.กาฬสินธุ์ เดินทางมาพร้อมกับญาติพี่น้องและเพื่อนๆ หมู่บ้านเดียวกันรวม 15 คน โดยนั่งรถ บ.ข.ส.สีส้มมาตั้งแต่ตอนสี่ทุ่ม มาถึงสนามหลวงตอนตี 4 กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจและดีใจที่ได้เห็นพระเมรุที่สวยงามและสมพระเกียรติ นอกจากมาร่วมถวายอาลัยแล้วก็ตั้งใจมาชมการแสดงมหรสพในตอนเย็น เพื่อรอเวลาพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพก่อนเดินทางกลับบ้าน
น.ส.ศศิวิมล ต่างสุขสม อายุ 20 ปี นักศึกษา ปวช. ปี 2 โรงเรียนพาณิชยการสุโขทัย พิการเดินไม่ได้ต้องนั่งรถวีลแชร์เดินทางมาร่วมชมริ้วขบวน โดย น.ส.ศศิวิมลกล่าวว่า วันนี้ตั้งใจมั่นว่าจะต้องมาเข้าร่วมพระราชพิธีให้ได้ เพราะสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงมีพระกรุณาและพระเมตตาอย่างมากต่อคนพิการ
ถวายดอกไม้จันทน์แน่น 46 วัด
บรรยากาศร่วมงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ตามวัดต่างๆ 46 วัด ที่ กทม.จัดให้มีพิธี และได้เตรียมดอกไม้จันทน์ไว้สำหรับประชาชนวัดละ 10,000 ดอก ปรากฏว่า แต่ละวัดมีประชาชนเดินทางไปถวายดอกไม้จันทน์จำนวนมาก เช่น ที่วัดดอนเมือง พระอารามหลวง ได้มีการจัดเตรียมสถานที่ถวายดอกไม้จันทน์ สักการะสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ในเวลา 16.30 น. โดยความร่วมมือของสำนักงานเขตดอนเมือง หน่วยแพทย์บัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย รวมถึงภาครัฐและเอกชนพร้อมจัดให้มีพิธีอ่านสังวัธยายพระไตรปิฎกสากล จากนั้นจะเป็นการแสดงมหรสพวัฒนธรรมไทย
ส่วนที่วัดธาตุทอง ประชาชน ข้าราชการทุกหมู่เหล่า พ่อค้าแม่ค้า ตลอดจนนิสิตนักศึกษา ทยอยเดินทางเข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ในเวลา 16.30 น. พร้อมกันนี้ยังจัดนิทรรศการเกี่ยวกับพระกรณียกิจของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ
ทั่วปท.เฝ้าชมการถ่ายทอดสด
ด้านจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และสถาบันการศึกษา และวัดต่างๆ ได้จัดให้มีพระราชพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ซึ่งมีข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน และนักเรียนร่วมงานจำนวนมาก รวมทั้งประชาชนจำนวนมากได้เฝ้าติดตามการถ่ายทอดสดพระราชพิธีจากโทรทัศน์รวมกาลเฉพาะกิจ เช่น ที่วัดมหาธาตุ พระอารามหลวง อ.เมืองเพชรบูรณ์ ประชาชนหลั่งไหลมาร่วมถวายดอกไม้จันทน์ อย่างเนืองแน่น และเลือกซื้อสิ่งของที่ระลึกเกี่ยวกับสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ที่พ่อค้านำมาจำหน่าย เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก
ที่วัดศรีเทพประดิษฐาราม อ.เมืองนครพนม ประชาชน ตำรวจ ทหาร ข้าราชการ นักเรียน นักศึกษา ไปร่วมถวายดอกไม้จันทน์ ประมาณ 3,000 คน และได้รับแจกหนังสือเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเจริญพระชนมายุ 7 รอบ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ 6 พฤษภาคม 2550 ด้วย ส่วนที่วัดคลองโพ พระอารามหลวง ต.ท่าอิฐ อ.เมืองอุตรดิตถ์ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พนักงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) ประชาชนกว่า 10,000 คน ร่วมพิธีแน่นวัด ทั้งนี้ ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ นำนิทรรศการพระกรณียกิจ พระประวัติ หนังสือเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯมาจัดแสดงด้วย นอกจากนี้ สำนักงานธนารักษ์พื้นที่อุตรดิตถ์และสำนักงานไปรษณีย์จังหวัดอุตรดิตถ์ นำสายรัดข้อมือ เหรียญที่ระลึกเนื้อทองแดงพ่นทราย การ์ด แสตมป์ กรอบรูปและพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ มาจำหน่าย ผู้เข้าร่วมงานแห่ซื้อเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึกจนไม่พอจำหน่าย
ชาวนาน้ำท่วมไว้อาลัยกลางทุ่ง
ขณะที่นายชม อุทาธรณ์ อายุ 45 ปี พร้อมญาติและเพื่อนชาวนา ร่วมกันจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ที่บริเวณกลางทุ่งนาบ้านหนองครก ต.หนองครก อ.เมืองศรีสะเกษ โดยนำเอาพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯมาติดไว้ที่กระสอบข้าว จากนั้น ร่วมกันนำดอกไม้จันทน์ มาแจกจ่ายและร่วมกันกราบไหว้พระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ
นายชมกล่าวว่า ต้องเร่งระดมเก็บเกี่ยวข้าวที่ถูกน้ำท่วม ทำให้ไม่มีโอกาสไปร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ที่ทางจังหวัดศรีสะเกษจัดขึ้นได้ จึงนำญาติพี่น้องร่วมกันถวายดอกไม้จันทน์กลางทุ่งนา จากนั้น จะนำไปร่วมวางถวายที่บริเวณพิธีที่ทางจังหวัดศรีสะเกษจัดขึ้นต่อไป
ที่บ้านเลขที่ 552 บ้านหัวสระ หมู่ 4 ต.สำนักตะคร้อ อ.เทพารักษ์ จ.นครราชสีมา ของนายจักรินทร์ แส่กระโทก อายุ 20 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคท้าวแสนปม หรือ neurofibromatosis หนึ่งในคนไข้ในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ครั้งที่พระองค์เสด็จมาออกค่าย พอ.สว.ในพื้นที่ ต.บึงปรือ อ.เทพารักษ์ เมื่อ พ.ศ.2546 ได้ถวายความอาลัยและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เพื่อเป็นการส่งเสด็จพระองค์สู่สวรรคาลัยต่อพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯที่บ้าน จากนั้นนายจักรินทร์และแม่ฉวีวรรณเดินทางไปถวายดอกไม้จันทน์ที่หน้าที่ว่าการอำเภอเทพารักษ์
สื่อต่างชาติเผยแพร่ข่าวทั่วโลก
วันเดียวกัน สำนักข่าวเอพี รอยเตอร์และเอเอฟพี รวมทั้งเว็บไซต์ของบีบีซี ซีเอ็นเอ็นและเว็บไซต์ข่าวทั่วโลกต่างพากันรายงานข่าวเกี่ยวกับพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ที่จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ รายงานข่าวระบุว่าประชาชนชาวไทยจำนวนมากต่างแต่งกายในชุดดำเดินทางมาร่วมไว้อาลัยแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯและรอชมพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพที่จัดขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าที่บริเวณสนามหลวง ซึ่งเอเอฟพีระบุว่า ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่หล่อหลอมให้คนไทยรวมเป็นหนึ่งเดียวในช่วงที่บ้านเมืองยังประสบปัญหาด้านการเมืองอย่างหนัก
นอกจากนี้ สื่อต่างชาติยังมีการเผยแพร่ภาพและข่าวพระราชพิธีเชิญพระโกศออกพระเมรุ และริ้วขบวนที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ ซึ่งนับเป็นพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพเต็มรูปแบบตามพระราชประเพณีครั้งแรกของไทยนับตั้งแต่ปี 2539 เป็นต้นมา
ข้อมูลจาก มติชน
