ระบุการจดทะเบียนหย่า ไม่มีเหตุให้แยกทรัพยสินได้ เพราะเคยให้การ ป.ป.ช. ยอมรับเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ก่อนโอนให้คนอื่นก่อนรับตำแหน่งการเมือง ย้ำไม่มีสิทธิ์ถอนอายึดต้องรอศาลฎีกานักการเมืองชี้ขาด ขณะที่ศาลลงประกาศคดีเปิดโอกาสเจ้าทรัพย์ ร้องค้านแล้ว พร้อมนัดตรวจพยานหลักฐาน 25 ธ.ค.นี้ สิบโมง "สมพงษ์"อ้างบัวแก้วไม่มีรายงานการเร่ร่อนของ"ทักษิณ"ทักษิณ - พจมาน ชินวัตร
นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อ้างว่ายังไม่มีรายงานเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว หรือการเดินทางนอกประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากกระทรวงการต่างประเทศ นอกเหนือจากเรื่องการหย่าร้างกันของอดีตนายกรัฐมนตรี กับภริยาเท่านั้น
อัยการระบุ แม้ว หย่า หญิงอ้อ ไม่กระทบคดียึดทรัพย์7.6หมื่นล้าน
เมื่อวันที่ 17 พ.ย.51 นายนันทศักดิ์ พูลสุข อธิบดีอัยการฝ่ายคดีศาลสูงเขต 8 ในฐานะคณะทำงานรับผิดชอบคดีฟ้องยึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จดทะเบียนหย่ากับ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ว่า การจดทะเบียนหย่าของทั้งสองคนไม่มีผลต่อคดียึดทรัพย์แต่อย่างใด เนื่องจากคดีนี้อัยการยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นจำเลย เพียงคนเดียวไม่ได้ยื่นฟ้องคุณหญิงพจมาน
ซึ่งตามมติของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ชี้มูลความผิดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ร่ำรวยผิดปกติจากการขายหุ้นให้กับกลุ่มทุนเทมาเส็ก ประเทศสิงค์โปร์ ที่แม้จะโอนหุ้นให้กับบุคคลธรรมดา นิติบุคคล และห้างหุ้นส่วนต่างๆ แล้วแต่ก็ยังมีการกระทำแทนในลักษณะของนอมินี และปฎิบัติหน้าที่มิชอบใช้อำนาจนายกรัฐมนตรีเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง อีกทั้งตอนต้น พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ไม่ได้แจ้งกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าเป็นทรัพย์สินของตนเอง แต่ได้แจ้งว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้โอนไปให้กับบุตรชาย บุตรสาว ญาติสนิทใกล้ชิด และบุคคลอื่นก่อนที่จะเข้ามารับตำแหน่งทางการเมือง จึงไม่มีชื่อของ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน เป็นเจ้าของทรัพย์
"ประเด็นการหย่า จะเป็นเหตุผลให้คุณหญิงพจมาน ยื่นคำร้องค้านและขอให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สั่งแยกทรัพย์สินในส่วนของตัวเองออกจากส่วนของ พ.ต.ท.ทักษิณ คงไม่ได้ เพราะทั้งสองเคยให้การกับ ป.ป.ช. ว่าได้โอนขาดหรือโอนพราง หรือขายให้โดยมีค่าตอบแทนไปแล้ว ซึ่งเป็นหน้าที่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่จะต้องพิสูจน์ ส่วนคุณหญิงพจมาน อาจจะมาเป็นพยานให้ก็ได้ รวมทั้งการหย่าแม้จะทำให้ทั้งสองสามารถทำนิติกรรมเพียงลำพังได้ แต่ก็ไม่สามารถยื่นคำร้องของเพิกถอนทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้ได้ เพราะขณะนี้ คตส. ไม่มีสถานภาพแล้ว ส่วน ป.ป.ช.ก็เคยวินิจฉัยไว้แล้วว่าไม่มีอำนาจที่จะเพิกถอนคำสั่งอายัดทรัพย์สิน ซึ่งธนาคารพาณิชย์หรือหน่วยงานที่อายัดทรัพย์ไว้คงไม่กล้าดำเนินการอะไร จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดก่อน" นายนันทศักดิ์ กล่าว
นายนันทศักดิ์ ยังกล่าวถึงการดำเนินคดียึดทรัพย์ด้วยว่า ขณะนี้ศาลฎีกา ฯ ได้ประกาศลงในหนังสือพิมพ์ ให้บุคคลธรรมดา นิติบุคคล และห้างหุ้นส่วนต่างๆ ที่เป็นผู้มีชื่อครอบครองบัญชีในธนาคารหรือทรัพย์สินตามคำร้องที่อัยการขอให้ยึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน ได้ยื่นคำร้องคัดค้าน เพื่อพิสูจน์ความเป็นเจ้าของและการได้มาซึ่งทรัพย์สินแล้ว แต่ยังไม่ทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ และผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินรายใดได้ยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลฎีกาฯไปแล้วหรือไม่ โดยคดีนี้ศาลนัดพร้อมคู่ความ รวมทั้งผู้ร้องคัดค้านเพื่อยื่นบัญชีรายชื่อพยานและกำหนดประเด็นนำสืบในวันที่ 25 ธ.ค. นี้ เวลา 10.00 น.
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
