ส.ส.พปช.แย้มจับตาฤกษ์ดี วันที่ 25 พ.ย.-ธ.ค. ทักษิณ-หญิงอ้อ กลับไทย โอ่สนามบินสุวรรณภูมิไม่มีที่ยืน เชื่อนายกล้านอนคุก ให้รอฟังโฟนอิน13ธ.ค. อ๋อยยังไม่ตัดสินใจขึ้นเวทีความจริงฯ อ้างยังไม่รู้ประเด็น หลังเปลี่ยนปมแก้รธน. ปลัดกห.วอนงดโฟนอิน เตือนไร้ประโยชน์ ปชป.ไล่บี้กลางสภาจี้เลิกพาสปอร์ต-ถอดยศพ.ต.ท.เลขาฯนายกฯแนะ กม.ปรองดองรอฟังสังคมก่อน พจมานอุทธรณ์สู้คดีเลี่ยงภาษีหุ้นชินฯ สู้กว่า10ประเด็น นายวีรภัทร ศรีไชยา ทนายความคุณหญิงพจมาน ชินวัตร จำเลยคดีจงใจเลี่ยงภาษี บริษัทชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) มูลค่า 546 ล้านบาทที่ศาลอาญา มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ให้จำคุกเป็นเวลา 3 ปี กล่าวถึงการยื่นอุทธรณ์คดี ว่า ทนายความของ นายบรรณพจน์ ดามาพงษ์ อดีตประธานกรรมการบริหารบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน จำเลยที่ 1-3 ได้ยื่นคำอุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้นแล้ว และศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ไว้เพื่อเสนอศาลอุทธรณ์แล้ว โดยเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ตนได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ศาลว่า อัยการโจทก์ ได้ทำแก้อุทธรณ์ส่งต่อศาลแล้ว ให้ทนายความจำเลยมารับคำแก้อุทธรณ์ ตามกระบวนการหลังจากนี้ศาลชั้นต้นจะดำเนินการรวบรวมสำนวนคดี คำอุทธรณ์จำเลย และคำแก้อุทธรณ์อัยการโจทก์ เสนอศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาและมีคำพิพากษาต่อไป โดยไม่ทราบว่าการพิจารณาของศาลอุทธรณ์จะใช้เวลานานเท่าใด แต่หากศาลอุทธรณ์พิจารณาสำนวนเสร็จสิ้นและมีคำพิพากษาแล้ว จะส่งคำพิพากษาอุทธรณ์มาให้ศาลชั้นต้นพร้อมแจ้งหมายให้คู่ความทราบเพื่อฟังคำพิพากษาอุทธรณ์ต่อไปทั้งนี้ นายวีรภัทร ปฏิเสธที่จะกล่าวถึงรายละเอียดคำอุทธรณ์ โดยกล่าวเพียงว่าจำเลยทั้งสาม อุทธรณ์ทุกประเด็นเหมือนที่ต่อสู้คดีในศาลชั้นต้น ทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงกว่า 10 ประเด็น ซึ่งคำอุทธรณ์ที่ยื่นมีรายละเอียดกว่า 130 หน้า โดยจำเลยทั้งสามยืนยันว่าไม่ได้กระทำความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง จึงขอให้ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องจำเลย
ส.ส.พปช.แย้ม25พ.ย.-ธ.ค.ฤกษ์ดี
ส.ส.พลังประชาชน (พปช.) เผยความเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตัดสินจำคุก 2 ปี ในคดีซื้อขายที่ดินย่านรัชดาภิเษกและยังหลบหนีคำพิพากษาอยู่ต่างประเทศอาจเดินทางกลับไทยในเร็วๆนี้ โดยนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พปช. ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ว่า ขอให้จับตาดูทั้งวันที่ 25 พฤศจิกายน และวันที่ 25 ธันวาคมซึ่งเป็นวันดีทั้งสองวัน โดยวันที่ 25 ธันวาคมจะมีคนเดินทางมาจากสนามบินฮ่องกงสู่สนามบินสุวรรณภูมิ ในเวลา 09.45 น. ด้วยเครื่องของการบินไทย และวันที่ 25 พฤศจิกายน จะเห็นได้ว่า 1 บวก 1 เป็น 2 หญิงหนึ่งชายหนึ่ง ซึ่งจะมีหญิงหรือชายมาหรือไม่ขอให้รอการโฟนอินวันที่ 13 ธันวาคม แต่ก็ต้องติดตามดูว่าจะเป็นอย่างไร เหตุการณ์วันนี้มีทางออกให้ 2 ทาง คือ ถ้าไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมก็จะต้องเกิดการนองเลือด เกิดปัญหาการจลาจลทั้งในเมืองและปริมณฑล เพราะโดนคดีการเมือง ทางออกที่เหมาะสมคือทุกคนต้องถอยกลับไปยืน และให้ประเทศชนะ เพราะหลักนิติรัฐไม่สามารถแก้ปัญหาบ้านเมืองได้
ทักษิณ-อ้ออาจกลับเมืองไทย
นายประชา กล่าวอีกว่า ดินแดนนี้เป็นของคนไทยที่ทุกคนมีสิทธิ วันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันดี เป็นวันขึ้นปีใหม่ของฝรั่ง ซึ่งเหมือนกับวันขึ้นปีใหม่ของไทยจึงอยากให้จับตาดูให้ดี พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.)ยังขู่มาปิดล้อมสภาได้ ทำไมพ.ต.ท.ทักษิณ จะมาประเทศไทยวันที่ 25 ธันวาคมไม่ได้ สนามบินสุวรรณภูมิจะมีที่ให้ยืนหรือไม่ ยืนยันว่าการกลับมาของพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้เป็นการยั่วยุ
ผู้สื่อข่าวถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณถึงเมืองไทยจะถูกดำเนินคดีทันทีเป็นเงื่อนไขให้มวลชนมากดดันหรือไม่ นายประชากล่าวว่า เมื่อมาถึงตำรวจต้องจับกุมคุมตัวทันที แต่ขนาดอยู่ต่างประเทศยังนอนเต็นท์ มาประเทศไทยทำไมจะนอนคุกไม่ได้ แต่การถูกจับกุมจะห้ามไม่ให้คนที่สนับสนุนมาคงไม่ได้ ดังนั้นก่อนที่จะเกิดเหตุควรหาทางป้องกันเอาไว้ก่อน ให้ดูวันที่ 23 พฤศจิกายนนี้ด้วยที่จะมีการจัดรายกการความจริงวันนี้สัญจร ที่วัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี หากคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาพ.ต.ท.ทักษิณ ไปนั่งฟังอยู่ด้วยจะเกิดอะไรขึ้นนายประชากล่าว
อ๋อยยังไม่ตัดสินใจขึ้นเวที13ธ.ค.
ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตหัวหน้ากลุ่มไทยรักไทย แถลงที่โรงแรมเรดิสัน ย่านพระราม 9 เวลา 10.00 น. วันเดียวกัน ถึงการนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่มความจริงวันนี้สัญจร ในวันที่ 13 ธันวาคม ที่สนามศุภชลาสัย สนามกีฬาแห่งชาติ ว่า หากใครคิดจะสู้เพื่อพ.ต.ท.ทักษิณ นั้นก็สามารถทำได้ แต่ต้องทำให้เป็นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจึงจะสำเร็จ เพราะเชื่อว่าเมื่อบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยก็จะเป็นประโยชน์กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วย ส่วนการขึ้นเวทีความจริงวันนี้ครั้งต่อไปนั้นยังไม่ได้ตัดสินใจ เพราะแต่เดิมกำหนดกันไว้วันที่ 10 ธันวาคม โดยจะเป็นประเด็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญตนก็ตัดสินใจว่าจะไปร่วม แต่เมื่อเปลี่ยนแปลงเป็นวันที่ 13 ธันวาคม ไม่ทราบว่าประเด็นในการชุมนุมจะมีการเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ จึงยังไม่ตัดสินใจ
ปชป.จี้เลิกพาสปอร์ต-ถอดยศพ.ต.ท.
วันเดียวกัน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธาน โดยในช่วงเปิดให้สมาชิกหารือ นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณกลายเป็นนักโทษไปแล้ว เพราะไม่ใช้สิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ จึงขอให้รัฐบาลเร่งติดตามตัวมาลงโทษ ในประเทศไทย นอกจากนี้ขอให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติปลดยศ "พ.ต.ท.ออก และให้รัฐบาลยกเลิกพาสปอร์ตแดง รวมทั้งส.ส.ในสภาก็ไม่ควรไปข้องแวะกับนักโทษชายคนนี้ หากรู้ว่าอยู่ที่ไหนควรแจ้งให้ตำรวจทราบ
ผบ.ทบ.-ผบ.ทร.หนุนแนวสันติ
ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) กล่าวถึงการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณอีกครั้งว่า อยากเห็นประเทศไทยเดินไปข้างหน้าด้วยความสมัครสมานสามัคคี และเตรียมจะแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจและด้านอื่นๆ หากทุกคนอยู่ด้วยความสงบเรียบร้อย และใช้วิธีการแก้ปัญหาโดยใช้แนวทางสันติคงจะดี
พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ(ผบ.ทร.) กล่าวเรื่องเดียวกันว่า ที่ผ่านมามีบทเรียนพอสมควร และคนไทยเป็นคนอิสระ เราประมวลภาพสถานการณ์ต่างๆแล้วคิดว่า คนไทยฉลาดใช้วิจารณญานได้ว่า อะไรคือสิ่งที่ถูกต้อง ชอบนพ.วันชัย วัฒนศัพท์ ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการประสานงานเครือข่ายสานเสวนาเพื่อสันติธรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์และวิทยุโทรทัศน์ ที่เป็นแกนนำให้ช่วยกันหยุดความรุนแรง มาสานเสวนาเพื่อสันติธรรม ถือเป็นสิ่งที่ดี และถ้าสำเร็จ จะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างมาก หากเครือข่ายสานเสวนามีอะไรดีๆ กองทัพเรือจะช่วยเผยแพร่ ทาง 15 สถานี 25 ความถี่ มีอินเทอร์เนต-มีนิตยาสาร-วารสารทหารเรือ
เมื่อถามถึงการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณเหล่าทัพเตรียมอย่างไรบ้าง พล.ร.อ.กำธร กล่าวว่าต้องติดตามสถานการณ์กันต่อไป ต้องช่วยกัน ทางออกที่ดีที่สุด ต้องคุยกัน ไม่มีใครถูกไม่มีใครผิด ไม่มีใครแพ้ใครชนะ หาหนทางปฏิบัติ 1-2-3-4 เอามาลองผสมกัน จะได้วิธีการที่ดีที่สุด ไม่มีใครแพ้ใครชนะ ถ้าเราหาทางออกได้ ประเทศชาติชนะอย่างเดียวผบ.ทร. กล่าว
ปลัดกห.วอนทักษิณงดโฟนอิน
พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่รู้ว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะพูดอะไร แต่จริงๆอยากจะขอร้องท่านด้วยซ้ำไปว่า ไม่ควรจะดำเนินการในเรื่องนี้ เพราะไม่น่าจะเกิดประโยชน์มากนักในแนวทางการต่อสู้ที่ท่านคิดว่าที่ท่านกำลังทำอยู่ แนวความคิดของท่านเองเมื่อปี 2544 ที่มีการจัดรายการนายกฯทักษิณพบประชาชน ท่านได้พูดว่า จะใช้แนวทางของ ท่านมหาตมะ คานธี ในการต่อสู้ หรือในการดำเนินการอะไรต่างๆ แต่ขณะนี้ มันไม่ใช่ ผมวิเคราะห์เองว่า น่าจะเป็นกุนซือของท่านที่อยู่รอบข้าง พยายามผลักดันท่านออกมา หวังประโยชน์จากท่านมากกว่า ถ้าพูดไปแล้ว ผมห่วงว่าท่านนายกฯทักษิณ จะถูกหลอกมากกว่า
เชื่อแผนกุนซือรอบข้างหาประโยชน์
เมื่อถามว่าหลายฝ่ายเสียดายความเก่งของพ.ต.ท.ทักษิณที่กลับไปสร้างความวุ่นวายมากกว่าสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติ พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า ก็ใช่ จึงพยายามเน้นอยากให้พ.ต.ท.ทักษิณคิดเองมากกว่าที่จะฟังกุนซือรอบข้าง ทุกคนที่เข้าไปหาต้องการรับประโยชน์ทั้งสิ้น พยายามวางแผนให้ เพื่อที่จะสร้างปัญหาต่างๆขึ้นมา ถ้าปล่อยให้พ.ต.ท.ทักษิณคิดเอง คงไม่ทำในลักษณะเช่นนี้
ส่วนกระแสข่าวผบ.เหล่าทัพหวั่นไหวต่อการประกาศจุดยืนของพ.ต.ท.ทักษิณที่จเะจัดการกับศัตรูทางการเมืองหรือไม่ พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า พวกเราไม่หวั่นอยู่แล้ว มีการพูดคุยกันโดยตลอดว่าไม่ได้เป็นศัตรูทางการเมืองกับพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้เล่นการเมือง เป็นข้าราชการประจำ ดูแลความสงบเรียบร้อยบ้านเมืองให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตามหน้าที่รับผิดชอบ
ผบ.ทัพรูดซิปไม่อยากบานปลาย
เมื่อถามย้ำว่าที่ผบ.เหล่าทัพเงียบเพราะกลัวอิทธิพลพ.ต.ท.ทักษิณ พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า "ไม่มีใครกลัวหรอกครับ การไม่ให้สัมภาษณ์ของผบ.เหล่าทัพ เพราะไม่อยากเป็นข่าว ไม่อยากให้เรื่องราวลุกลามใหญ่โต แม้แต่สิ่งที่ผมพูด สื่อมวลชนอาจจะไปเขียนหรือไปทำอะไรต่างๆ ทำให้เกิดสถานการณ์บานปลายไปได้ แต่สิ่งที่ผบ.เหล่าทัพต้องการ คือ อยากให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามครรลองกรอบที่ถูกต้อง หรือแนวทางที่ถูกต้องมากกว่า ฟังทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่ต้องไปปรามพ.ต.ท.ทักษิณไม่ให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ ในขณะที่อีกฝ่ายก็รุกตลอดให้ดำเนินการอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ทางกองทัพไม่อยากให้สองฝ่ายมีปัญหากัน
พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า ส่วนที่สังคมคาดหวังกองทัพจะออกมาคานอำนาจรัฐบาลคงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ในประเทศที่เจริญแล้ว กองทัพต้องเป็นเครื่องมือของรัฐบาล เป็นข้าราชการต้องปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาล แต่เมื่อยังไม่สั่งจึงยังทำไม่ได้ ตามสายงานรัฐบาลสั่งใช้กำลังได้ โดยในส่วนของกองทัพ คือ สายงานของ กอ.รมน. ส่วนการประกาศภาวะฉุกเฉิน หรือ กฎอัยการศึก คงไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ในขณะนี้
ห่วงเสียเลือดเนื้อแต่ทำอะไรไม่ได้
เมื่อถามว่าห่วงสถานการณ์ขณะนี้อาจจะพัฒนาเลยไปถึงจุดเสียเลือดเนื้อ พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า ห่วง แต่ในอำนาจหน้าที่ของทหาร ไม่สามารถก้าวล่วงไปได้ เมื่อไม่มีการประกาศเป็นพื้นที่ฉุกเฉิน ซึ่งใน พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 หาก กอ.รมน. จะใช้ จะต้องเป็นไปตามขั้นตอน จะต้องให้ครม.เห็นชอบและประกาศอย่างชัดเจน โครงสร้างกอ.รมน.ใหม่มีกรอบและขั้นตอนการกำหนดไว้อย่างชัดเจน โดยมีข้อจำกัดในการปฏิบัติมากกว่ากฎหมายฉบับก่อนๆ สถานการณ์ขณะนี้จะประกาศหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาล
มั่นใจป๊อกคุมผบ.หน่วยไม่แตกแถว
ส่วนที่มีการมองว่านายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี เป็นเครือญาติกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ทำให้ไม่ค่อยกล้าตัดสินใจ พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า โดยตัวนายสมชายเอง ก็เป็นอิสระพอสมควรนการตัดสินใจเองหลายครั้ง แต่ในความเป็นเครือญาติ พ.ต.ท.ทักษิณอาจจะห่วงใย และพูดคุยกันเข้ามา แต่อำนาจในการตกลงใจทั้งหมดอยู่ที่ตัวนายสมชาย เพราะเป็นหัวหน้าผู้บริหาร ส่วนความเป็นปึกแผ่นของผบ.เหล่าทัพนั้นคุยกันตลอดมีความเหนียวแน่นยิ่งกว่าสมัยก่อนๆ ด้วยซ้ำ และเห็นในเรื่องเดียวกัน สอดคล้องกันตลอด
เมื่อถามว่าแต่ระดับ ผบ.หน่วยคุมกำลังเริ่มมีการเคลื่อนไหว พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า ทั้งหมดอยู่ที่ผบ.ทบ.ไม่มีปัญหา พล.อ.อนุพงษ์อดทนอดกลั้นมาโดยตลอด ขณะนี้ก็ยังคงสงบนิ่งอยู่และเข้มแข็งพอสมควร แต่ไม่เดือดร้อนแม้จะถูกพันธมิตรตำหนิบ้าง ผบ.เหล่าทัพทุกคน มีความหนักแน่นและไม่เชื่อว่า หน่วยระดับล่างจะแตกแถวออกไปอย่างนั้น และท่าทีระหว่างรัฐบาลกับกองทัพตอนนี้ก็ไม่มีปัญหา ส่วนที่มีข่าวว่าจะมีใบสั่งให้นายกฯ ปลดผบ.เหล่าทัพ ที่ไม่สนองนโยบายรัฐบาล พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า ไม่เชื่อว่านายกฯจะทำ ผบ.เหล่าทัพเองไม่เคยได้ข่าวในลักษณะนี้
เลขานายกฯชี้กม.ปรองดองฟังปชช.ก่อน
ส่วนความเคลื่อนไหวกรณีทีมกฎหมายของพรรคพลังประชาชน(พปช.) ร่วมกับนายสิทธิชัย กิตติธเนศวร อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย (ทรท.) และสมาชิกบ้านเลขที่ 111 มีแนวคิดที่จะยกร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ.
เพื่อยกเลิกคดีความที่เกิดขึ้นหลังวันรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ทั้งหมดนั้น นายชูศักดิ์ ศิรินิล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะฝ่ายกฎหมายของพปช. กล่าวว่า เป็นความเห็นของส.ส. บางส่วน ยังไม่หารือในพรรค ถ้าจะทำจริงต้องนำเข้าประชุมพรรคก่อน แต่ถ้าทำเช่นนั้นกระแสต้องออกมาอีกว่าจะขอนิรโทษกรรมอีกแล้ว ต้องคิดให้ดีและรอบคอบ แม้หลักกฎหมายจะทำได้แต่ต้องถามสังคมว่าเห็นอย่างไร เรื่องนี้เป็นความเห็นโดยสุจริตของส.ส. แต่ถ้าจะยกเลิกก็ต้องยกเลิกทั้งหมด กลับไปสู่สภาพเดิม ไม่ต้องมีอะไรต่อกัน
ขออภัยโทษไม่เกี่ยวคดีจำคุกแม้ว
นายชูศักดิ์กล่าวว่า เท่าที่ฟังดูไม่ได้เป็นการออกกฎหมายเพื่อตัวเอง แต่ออกให้การกระทำทุกอย่างที่เกิดขึ้น และเป็นผลสืบเนื่องมาจากปฎิวัติรัฐประหาร เรื่องนี้ขึ้นกับว่าจะมองในแง่ดี หรือแง่ร้าย หากจะเอาพ.ต.ท.ทักษิณเป็นเป้าใหญ่ ก็จะบอกว่าไม่ดี แต่ถ้าเอาทุกคนที่ต้องถูกดำเนินคดีแล้วยกเลิกกันไปหมดก็มองได้
ส่วนกระแสข่าวกระทรวงยุติธรรมเตรียมขออภัยโทษให้แก่นักโทษในคดีลหุโทษ ทำให้ถูกวิจารณ์ว่าจะช่วยพ.ต.ท.ทักษิณที่ถูกศาลฎีกาฯสั่งจำคุก 2 ปีนั้น นายชูศักดิ์กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องธรรมดาที่กระทรวงยุติธรรมจะขออภัยโทษให้แก่นักโทษในวันสำคัญ เช่น วันเฉลิมพระชนมพรรษา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และคงไม่เกี่ยวข้องกับพ.ต.ท.ทักษิณเพราะขณะนี้ยังไม่ได้เข้ารับโทษ
ส.ส.พปช.เตรียมเป็นฝักถั่วยกมือหนุน
นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พปช. และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า ยังไม่เห็นว่ามีร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวในวาระประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีเพียงกฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกฎหมายยกเลิกการปฏิรูประบบราชการที่เร่งให้พิจารณาก่อนปิดสมัยการประชุม ถ้าจะเสนอมาก็เป็นสิทธิของสมาชิกต้องมีเพื่อนสมาชิกรับรอง
นายสฤษฏ์ อึ้งอภินันท์ ส.ส.เชียงราย พปช. กลุ่มภาคเหนือ กล่าวว่า เชื่อว่าพ.ร.บ.นี้จะลดความขัดแย้งในสังคมได้เป็นอย่างดี เพราะต้องยอมรับว่าสังคมมีความแตกแยกและร้าวลึกมาก จากการที่พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม และหากมีการผลักดันกฎหมายฉบับนี้จริงคาดว่าส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนจะร่วมสนับสนุนแน่นอน
นายสฤษฏ์ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวคุณหญิงพจมาน จะดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยแทนนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ลาออกไป ว่า เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ อย่าว่าแต่คนในตระกูลชินวัตรเลย แม้แต่คนตระกูลอื่นที่มีความสามารถก็เข็ดขยาดกับการเมือง แต่หากคนในตระกูลชินวัตรเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยจริงจะมีความยินดีอย่างมาก เพราะคนไทยยังเชื่อมั่นพ.ต.ท.ทักษิณ แก้ไขปัญหาให้บ้านเมือง
มาร์คตีกันไม่เหมาะสมลบผิดตัวเอง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเสนอร่างพ.ร.บ.นี้เป็นอีกรูปแบบหนึ่งการแก้ปัญหาของตัวเองเท่านั้น ซึ่งเก็เปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ และท้ายที่สุดคนที่ได้ประโยชน์คือคนที่กำลังจะทำและพ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งนี้ ไม่ได้ขัดใดๆ แต่ถ้ามีกฎหมายอยู่แล้วยังทำผิดและคิดใช้อำนาจลบล้างความผิดของตัวเอง ถือว่าไม่เหมาะสม
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคฝ่ายค้าน หรือ ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์หารือกันแล้วเห็นว่าไม่สามารถทำได้ ถึงหลักการจะดูดี แต่ประเทศไทยภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ปกครองโดยหลักนิติรัฐต้องปรองดองด้วยระบบของกฎหมาย และขณะนี้บางคดีก็พิพากษาไปแล้ว บางคดีอยู่ระหว่างการพิจารณา การออกกฎหมายยกโทษความผิดทั้งหมดจึงไม่สามารถทำได้ ทางที่ดีคือควรปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้การสร้างความปรองดองทำได้โดยแค่คู่ขัดแย้งไปจับเข่าคุยกันก็ได้
นักวิชาการชี้หวังปลดคดียุบพรรค-อาญา
นายสมชาย หอมละออ ประธานกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สภาทนายความ กล่าวถึง ว่า ไม่คิดว่าการออกกฎหมายดังกล่าวแล้วความขัดแย้งและสถานการณ์ความแตกแยกในสังคมไทยจะลดลง แต่คิดว่าการออกกฎหมายดังกล่าวน่าจะมีจุดมุ่งหมายเพื่อต้องการยกเลิกความรับผิดของ พ.ต.ท.ทักษิณมากกว่า
นายเจษฎ์ โทณะวณิก คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม กล่าวว่า การจะสร้างความปรองดองไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยกฎหมาย ต้องแก้ที่คนที่เป็นคู่ขัดแย้ง วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของกฎหมายฉบับนี้ต้องการยกเลิกประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(คปค.) ทั้งหมด โดยเฉพาะคปค.ฉบับที่ว่าด้วยการยุบพรรค ถ้าเป็นอย่างนั้นก็เทียบได้กับการยกเลิกรัฐธรรมนูญที่อาจจะตรงประเด็นกว่า ดังนั้นการออกกฎหมายช่วงนี้ก็ไม่มีประโยชน์ทั้งพันธมิตร นปช.และรัฐบาล เพราะพ.ต.ท.ทักษิณยังคงไม่หยุดนิ่ง
การออกกฎหมายนี้จึงเป็นการปลดล็อกคดียุบพรรคและคดีอาญาของคุณทักษิณ ซึ่งในอดีตไม่เคยปรากฎการนิรโทษกรรมให้กับการเมืองที่ทุจริตคอรัปชั่น มีแต่การนิรโทษกรรมให้กับนักโทษในคดีลักเล็กขโมยน้อยหรือคดีเล็กๆ และการยกโทษให้กับนายทหารที่กระทำความผิดเพราะต้องปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ดังนั้นการจะออกกฎหมายเพื่อช่วยคุณทักษิณจึงเป็นเรื่องตลก นายเจษฎ์ กล่าว
ข้อมูลจาก มติชน
