กรรมการการเลือกตั้ง ระบุ หลังออกกฏหมายนิรโทษกรรมไทยรักไทยกลับมาใช้ชื่อเดิมได้(2มิย.) นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง กล่าวว่า พ.ร.บ.นริโทษกรรมทางคณะรัฐมนตรี จะเป็นผู้ตั้งเรื่องไปให้ทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นผู้พิจารณา ซึ่งการออกพรบ.ฉบับดังกล่าว ประธาน คมช. ต้องการให้เกิดความสมานฉันท์ของคนในชาติซึ่งเป็นคนไทยด้วยกันทั้งนั้น จึงไม่ต้องการให้เกิดความแตกแยกกัน ทั้งนี้ เมื่อมีการประกาศยกเลิกประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยฯ ( คปค.) ทั้ง 2 ฉบับแล้ว พรรคไทยรักไทย สามารถจดทะเบียนกันได้ หรือไม่คงต้องมีการพิจารณากันอีกครั้ง แต่เมื่อมี พรบ.นิรโทษกรรมออกมาแล้ว ก็ไม่น่าจะมีปัญหา ถ้าจะใช้ชื่อเดิมก็คงสามารถได้
สิ่งสำคัญต้องมีการประกาศยกเลิก คปค.ทั้ง 2 ฉบับก่อน ถ้าไม่ยกเลิกนักการเมืองต่างๆ ก็ไม่สามารถทำกิจกรรมอะไรได้เลย ซึ่งขณะนี้ทุกพรรคการเมืองต้องการให้ยกเลิกทั้ง 2 ฉบับ ส่วนพรบ.นิรโทษกรรม การที่ศาลพิพากษาตัดสินคดีจบลงไปแล้ว และทาง สนช.มีการพิจารณา พรบ.นิรโทษกรรม ถือเป็นหนทางที่ดี ทุก ๆด้าน ซึ่ง คมช. ก็อยากให้เกิดความสมานฉันท์ของคนในชาติทั้งหมด สถานการณ์ก็คงไม่เกิดการล้างแค้นซึ่งกันและกัน ทุกอย่างจะจบลงด้วยดี ตอนนี้ กกต.รู้สึกสบายใจ ไม่วิตกกังวลใด ๆ
ส่วนที่พรรคการเมืองถูกยุบจะมาจดทะเบียนใหม่นั้น นางสดศรี บอกว่า ทาง กกต.จะมีการประชุมในสัปดาห์หน้า เพราะพรรคไทยรักไทย ได้แสดงความจำนงว่าจะยื่นเรื่องมาขอจดทะเบียน อย่างไรก็ตาม กรอบเวลาของ สนช.พิจารณาเกี่ยวกับ พรบ.นิรโทษกรรม คงจะไม่เกิน 2 เดือน และทันการเลือกตั้งภายในสิ้นปีนี้ ทั้งนี้ ทาง กกต.จะเริ่มร่าง พรบ.กฎหมายการเลือกตั้ง ในวันที่ 4 มิ.ย.นี้ โดยจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ พรบ. ว่าด้วยพรรคการเมือง 2.พรบ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง และ 3. พรบ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. ซึ่งถ้าเราเร่งดำเนินการคิดว่าจะเสร็จภายใน 1 เดือน ตามกรอบเวลาที่ได้กำหนดไว้ ส่วนการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน ซึ่งพรรคไทยรักไทยจะต้องไปยัง สตง.ในการตรวจสอบทรัพย์สินภายใน 15 วัน ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถตรวจสอบได้เสร็จภายในกำหนดระยะเวลา เพราะ สตง.มีเวลาตรวจสอบถึง 6 เดือน
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้วครั้ง
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
