จรัญ ไม่หวั่นหน้าแตกเรื่องหมายจับ ทักษิณ คดีซุกหุ้นเอสซี เชื่อพนักงานสอบสวนมีหลักฐานแน่นหนาระบุเรื่องฟ้องแพ่งเรียก 1,500 ล้านแค่ภาพลวงตา เปรียบเหมือนคนขายหมาตั้งราคาหมื่นล้านก็ได้ สำคัญว่าจะมีคนซื้อหรือไม่(24สค) นายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการขออนุมัติศาลเพื่ออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร หลังไม่มาพบพนักงานสอบสวนในคดีปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นของ บริษัท เอสซีแอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ว่า คณะ พนักงานสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ และศาลนัดฟังคำสั่งวันที่ 3 กันยายนนี้ หากศาลมีคำสั่งอย่างไรพนักงานสอบสวนต้องทำตามคำสั่งศาล และไม่ถือว่าการออกหมายจับหรือไม่ออกหมายจับเป็นเครื่องมือบ่งชี้ความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา กระบวนการดังกล่าวเป็นเพียงขั้นตอนการทำงานของพนักงานสบสวน เมื่อทำคดีรวบรวมพยานหลักฐานมาได้สักระยะหนึ่ง ก็จำเป็นต้องออกหมายจับ หากศาลอนุมัติหมายจับพนักงานสอบสวนก็จะมีกำลังใจเพิ่มขึ้นแต่หากศาลไม่อนุมัติ พนักงานสอบสวนก็จะต้องกลับมาพิจารณาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ว่าบกพร่องต้องจุดใดและอุดช่องโหว่ ในการทำสำนวนให้ครอบคลุมและรัดกุมยิ่งขึ้น
เงื่อนไขการออกหมายจับของศาลมีหลายองค์ประกอบ ประเด็นกระแสทางการเมืองไม่สามารถเบี่ยงเบนได้ ในคดีดังกล่าวไม่ได้เป็นการใส่ร้ายป้ายสี แต่พนักงานสอบสวนมีพยานหลักฐาน ซึ่งมีมูลเพียงพอ และผมเชื่อมั่นในมาตรฐานของศาลไทยที่มีหลักเกณฑ์ นอกจากนี้สถาบันตุลาการยังยึดมั่นใน วัฒนธรรมที่จะไม่ให้น้ำหนักกับการเมือง นายจรัญ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า การขออนุมัติหมายจับเพียงระบุว่าผู้ต้องหาขัดหมายเรียกและมีพฤติการณ์หลบหนีจะเพียงพอ ต่อการขออนุมัติหมายจับหรือไม่ นายจรัญ กล่าวว่า ตนเห็นว่าการระบุพฤติการณ์ว่าผู้ต้องหาขัดหมายเรียกและมีพฤติการณ์เป็นข้อกฎหมายอย่างหนึ่งที่ใช้ขออนุมัติจับซึ่งจะทำให้การพิจารณาชัดเจนมากขึ้น แต่จำเป็นต้องมีพยานหลักฐานรัดกุมในระดับหนึ่งควบคู่กันไป
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนายนพดล ปัมทะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายจำนวน 1,500 ล้านบาท กับนายสุนัย มโนมัยอุดม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายจรัญ กล่าวว่า ตัวเงินมันเป็นเพียงภาพลวงตา
ผู้สื่อข่าวถามย้ำถึงมูลค่าความเสียหายจริง นายจรัญ กล่าวว่า ผมอาจจะขายสุนัขของผมในราคาหมื่นล้านก็ได้ สำคัญว่าจะมีคนซื้อหรือไม่
ด้านนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่ทนายครอบครัวชินวัตรฟ้องอธิบดีดีเอสไอในการทำคดีนี้ ว่าเป็นการฟ้องแก้เกี้ยว อธิบดีดีเอสไอทำตามหน้าที่ ก็คงฟ้องอะไรไม่ได้แต่อาจมีผลให้พนักงานสอบสวนเกิดความกังวลบ้าง ทั้งนี้หากการฟ้องเป็นการกลั่นแกล้ง ก็สามารถฟ้องกลับได้เรื่องนี้ถือเป็นสงครามจิตวิทยา
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
