ยังอายัดไม่ได้ คตส.เร่งสอบคตส.แฉตระกูลชินวัตรมีทรัพย์สินที่ยังอายัดไม่ได้อีกกว่า 8 พันล้านบาทเร่งตรวจสอบด่วนหวังชำแหละให้เกลี้ยง ขณะที่ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดตำรวจทำร้ายม็อบไล่ทักษิณ ผู้การ มานิต โดนหนักสุดผิดวินัยร้ายแรง มีโทษถึงออกราชการ ส่วนผู้การฯ วนิช ผิดวินัย ด้าน ผกก. วัลลภ รอดทีมสอบยกคำร้อง ส่งเรื่องให้ สตช.เชือด 31 ส.ค.นี้ ส่วนปัญหาเงินซื้อทีมบอลของอดีตนายกฯ ธปท. สอบเส้นทางเงินแล้วแต่เผยไม่ได้ นพดล ออกโรงยัน เงินของตระกูลชินวัตรที่ซื้อทีมบอลได้มาด้วยน้ำพักน้ำแรง ด้านแม้วสั่งทนายฟ้องสัก โฆษก คตส. ฐานหมิ่นประมาทอีกคน 1.5 พันล้านบาท ขณะที่ไพโรจน์-จรัญ-สัก ไม่หวั่นถูกฟ้องเป็นพันล้าน ส่วน กุเทพ จี้ คมช.-คตส.แจงกรณีข่าวล็อบบี้ไม่เอาผิดสุริยะ
เกี่ยวกับการทำงานของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือ คตส. เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาคำร้องพิสูจน์ทรัพย์เพื่อการเพิกถอนคำสั่งอายัดทรัพย์ของคตส. มีนายอำนวย ธันธรา เป็นประธาน โดยที่ประชุมได้เชิญตัวแทนจากบริษัทที่ปรึกษากฎหมายธีรคุปต์ เข้าชี้แจงเพื่อพิสูจน์ทรัพย์ วงเงิน 130,000 บาท แต่ปรากฏว่าตัวแทนบริษัทนำเอกสารและหลักฐานมาแสดงไม่ครบ จึงนัดมาชี้แจงใหม่วันที่ 30 ส.ค.นี้
สำหรับการติดตามทรัพย์สินของบุคคลที่ถูก คตส.มีคำสั่งอายัดทรัพย์ มีรายงานว่า มียอดเงินเหลือที่ยังไม่ได้อายัดเพียง 7-8 พันล้านบาท ซึ่งยอดเงินดังกล่าวมีลักษณะกระจายออกเป็นยอดเงินเล็ก ๆ มีการจ่ายเป็นเช็คออกไปหลายแห่งทำให้ยากต่อการติดตาม แต่ คตส.ก็จะดำเนินการต่อไป ส่วนการติดตามเส้นทางการเงินในต่างประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยในการตรวจสอบ ถ้าไม่พบก็จะชี้ได้ว่าเงินที่นำไปซื้อสโมสรแมนฯ ซิตี เป็นเงินที่ อยู่ในต่างประเทศ จึงเป็นหน้าที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะต้องติดตามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินไว้หรือไม่
นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎ หมายครอบครัวพ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัวชินวัตร กล่าวถึงเงิน 1.7 พันล้านบาทที่ซื้อสโมสรแมนฯ ซิตีว่า เป็นเงินที่ได้มาโดยชอบ และเป็นเงินคนละส่วนกับเงินที่ คตส.มีคำสั่งอายัด อย่างไรก็ตามครอบครัวชินวัตร พร้อมให้ความร่วมมือในการพิสูจน์ทรัพย์ดังกล่าวได้อย่างเต็มที่ เมื่อถามว่านอกจากเงิน 1.7 พันล้านบาทแล้วมีการนำเงินจากส่วนใดไปซื้อสโมสรฟุตบอลที่มีราคากว่า 5 พันล้านบาท นายนพดล กล่าวว่า เงินที่เหลือได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของครอบครัวชินวัตร รวมทั้งได้มาโดยชอบ อีกทั้งข้อกำหนดคุณสมบัติความเหมาะสมของบุคคลที่เข้ามาซื้อสโมสรฟุตบอลในประเทศอังกฤษมีการตรวจตราอย่างเข้มงวด ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ ได้ปฏิบัติตามในกฎระเบียบทุกอย่าง ดังนั้นการตรวจพบของคตส.ไม่มีผลใด ๆ แน่นอน ขณะนี้ทางสโมสรมีจุดมุ่งหมายเดียวคือ ทำอย่างไรให้ แมนฯ ซิตี ไต่ไปอยู่บนหัวตาราง และยิงประตูชนะทุกนัด เท่านั้น
นายสุชาติ สักการโกศล ผอ.ฝ่ายกำกับการแลกเปลี่ยนเงินและสินเชื่อ ธปท. กล่าวถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินพ.ต.ท.ทักษิณ นำไปซื้อหุ้นสโมสรฟุตบอล ว่า คตส. ได้ส่งเรื่องมาให้ ธปท. ตรวจสอบเส้นทางการเงินของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งมีอยู่ 200 ราย และได้ตรวจสอบตามคำสั่งว่ามีการโอนเงินออกนอกประเทศหรือไม่ ตั้งแต่เดือน ม.ค. อย่างไรก็ตามไม่สามารถบอกได้ว่ามีกี่รายที่มีการโอนเงินออกไป
แหล่งข่าวจากคณะอนุกรรมการพิจารณาคำร้องพิสูจน์ทรัพย์เพื่อเพิกถอนคำสั่งอายัด ทรัพย์ของคตส. ที่มีนายอำนวย ธันธรา เป็นประธาน เปิดเผยว่า จากการที่อนุกรรมการฯ ได้กำหนดวันนัดให้พ.ต.ท.ทักษิณ กับพวก ทยอยเข้าชี้แจงระหว่างเดือนก.ย.-ต.ค. เพื่อชี้แจงการพิสูจน์ทรัพย์นั้น ในส่วนของนายพานทองแท้ และน.ส.พิณทองทา ชินวัตร ได้ส่งเอกสารการเรียกให้เข้าชี้แจงแต่ไม่ได้ระบุวันนัดไป เพราะจะเปิดโอกาสให้บุคคลทั้งสองเป็นผู้กำหนดวันที่สะดวกเข้าชี้แจงเอง ทั้งนี้ในคณะทำงานรู้สึกแปลกใจและตั้งข้อสังเกตกันว่าที่ผ่านมานาย นพดล ออกมาแถลงกดดันให้คตส.เร่งพิจารณาเพิกถอนคำสั่งอายัดทรัพย์ แต่ผู้ที่ถูกอายัดทรัพย์กลับไม่มาชี้แจง
ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มอบอำนาจให้นายสรรพวิชช์ คงคาน้อย ทนายความเป็นโจทก์ฟ้อง นายสัก กอแสงเรือง โฆษกคตส. เป็นจำเลยเรื่องละเมิด เรียกค่าสินไหมทดแทน 1,500 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี โดยระบุว่านายสัก ให้สัมภาษณ์สื่อกล่าวหาพ.ต.ท.ทักษิณ ดำเนินนโยบายแอบแฝง เพื่อหาผลประโยชน์ให้กับธุรกิจครอบครัว จากกรณีเพิ่มวงเงินการปล่อยกู้ให้รัฐบาลพม่าจากเดิม 3,000 ล้านบาท เป็น 4,000 ล้านบาท ซึ่งล้วนเป็นเท็จเป็นการใส่ความหมิ่นประมาททำลายชื่อเสียง ในการประกอบธุรกิจและการเมือง โดยในความจริงแล้วการให้กู้เงินดังกล่าวเป็นเรื่องระหว่าง ธนาคารเพื่อการส่งออกฯ กับรัฐบาลพม่า โจทก์ไม่มีอำนาจที่สั่งการ
การกระทำของจำเลยเป็นการจงใจละเมิดต่อโจทก์ เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง มีอคติ มุ่งประสงค์ร้าย ดูถูกเหยียดหยาม ทำลายชื่อเสียงของโจทก์ได้รับความเสียหายแก่ชื่อเสียง ซึ่งก่อนฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 50 โจทก์ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับจำเลยในข้อหาหมิ่นประมาท ที่สภ.อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม โดยศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณาเป็นคดีหมายเลขดำที่ 3891/2550 และนัดพิจารณาคดี ในวันที่ 17 ธ.ค. 50 เวลา 09.00 น.
นายสัก กล่าวว่า ผู้ฟ้องมีสิทธิที่จะกระทำได้ ถ้าฟ้องก็ปล่อยให้เขาฟ้องไป เพราะ คตส. ถูกฟ้องจนชินแล้ว อย่างไรก็ตามการฟ้องร้องในส่วนนี้ยืนยันว่าไม่กระทบต่อการทำงานของตน การทำงานในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการฟ้องเจ้าพนักงานที่มีการเรียกค่าเสียหายกันมากมายถึงขนาดนี้
นายวิโรจน์ เลาหะพันธุ์ กรรมการคตส. กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย 1,500 ล้านบาท ฐานทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงว่า ไม่รู้สึกหนักใจ เพราะทำงานตามหน้าที่ และการให้ข่าวก็มาจากมติที่ประชุม คตส. ชุดใหญ่ ไม่ใช่ความเห็นส่วนตัว จึงไม่เข้าใจว่าทำไมตนจึงถูกฟ้องร้องคนเดียว
นายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีถูกพ.ต.ท.ทักษิณ ฟ้อง 2,000 ล้านบาทว่า เป็นการใช้ศาลเป็นเครื่องมือในการแก้เก้อ เพื่อข่มขวัญเจ้าหน้าที่ที่ทำงาน มองว่าเป็นเรื่องการใช้สิทธิทางศาลที่ไม่สุจริต กฎหมายของเรายังมีช่องโหว่และควรต้องปรับปรุง ทำให้มีคนใช้ช่องว่างย้อนกลับมาฟ้องคดีคนที่ไม่ชอบใจในลักษณะข่มขวัญให้หวาดหวั่น หรือหวาดผวา แต่ในฐานะเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม เราต้องไม่หวั่นไหวต่ออาการก้าวร้าวของผู้ต้องหาและจำเลยในคดีอาญา
สำหรับกรณีนายชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย นักวิชาการอิสระ ระบุว่ามีบุคคลระดับสูงในคมช. ล็อบบี้ คตส.ให้ละเว้นเอาผิดนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรมว.คมนาคม เพื่อแลกกับการสนับสนุนให้บิ๊กคมช.ลงเล่นการเมืองนั้น ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าวว่า เป็นเรื่องที่จะต้องติดตามต่อไป เราเชื่อว่าการจูงใจให้กลุ่มต่าง ๆ ออกไปจากไทยรักไทยก็คงมีเรื่องเหล่านี้อยู่ด้วย โดยหลังยึดอำนาจก็มีข่าวว่ามีคนใน คมช. ไปพบคนเหล่านั้นเพื่อให้เป็นตัวเชื่อมเป็นสะพานให้ คมช. ออกมาเป็นระยะ ๆ ซึ่ง คมช. และ คตส. ต้องชี้แจงให้ชัดเจน
ที่ บน. 6 พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.และ ประธาน คมช. ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับจากการอำลาตำแหน่ง ผบ.ทบ. ที่ประเทศพม่าถึงกรณีที่มีบิ๊ก คมช.ไปล็อบบี้กับทาง คตส. ว่า ใครจะไปเสนอแนะท่านได้ คมช. เลือกมาก็ไม่รู้จักใคร ทุกคนมีความเป็นตัวของตัวเองสูง
พล.อ.วินัย ภัททิยกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม และเลขาธิการคมช. กล่าวว่า ไม่เคยได้ยินเรื่องการล็อบบี้คตส. ซึ่งประธาน คมช. ก็บอกแล้วว่าใครมีข่าวว่าใครเป็นคนไปล็อบบี้ก็ส่งมาจะได้จัดการ เท่าที่พูดคุยไม่มีใครใน คมช. ไปดำเนินการตามข่าว ในเรื่องนี้ต้องขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนช่วยกรองข่าวด้วย สื่อบางแห่งก็นำมาพูดเป็นตุเป็นตะ ทั้ง ๆ ที่เป็นความจริงเพียงนิดเดียว อย่าพูดหรือเสนอข่าวในทางที่ทำให้ผู้อ่านเสียหาย ในส่วนของตนคงจะไม่ฟ้องร้องใครเพราะไม่มีเงินจะไปฟ้องร้อง
ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.ว่า ครม.ให้ความเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เรื่องการเบิกค่าใช้จ่ายให้แก่ คตส. โดยให้ ป.ป.ช.เป็นหน่วยงานเดียวที่รับผิดชอบในการเบิกค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของ คตส.ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว เมื่อกรรมการพ้นตำแหน่งและถูกฟ้อง ทั้งนี้เพื่อความสะดวกและคล่องตัวในการเบิกจ่ายงบประมาณ
นายปรีติ เหตระกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท วิทยุการบิน จำกัด กล่าวกรณีที่ป.ป.ช. จะมีการหยิบยกกรณีถมทรายสนามบินสุวรรณภูมิขึ้นมาตรวจสอบเพราะมีการทุจริต ว่า ยังไม่เห็นหนังสือที่ ป.ป.ช.ระบุว่าจะมีการสอบสวนเรื่องนี้เพิ่มเติม ซึ่งที่ผ่านมา ป.ป.ช.ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน และตนได้ชี้แจงไปแล้ว ซึ่งมีความมั่นใจว่าที่ผ่านมา ได้ดำเนินการในเรื่องนี้อย่างถูกต้อง
พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รมว.คมนาคม กล่าวว่า เพิ่งจะเห็นเรื่องนี้จากสื่อ แต่ยังไม่เห็นหนังสืออย่างเป็นทางการของ ป.ป.ช. หาก ป.ป.ช.หรือหน่วยงานอื่น ๆ ขอความร่วมมือ กระทรวงฯ ยินดีที่จะให้ความร่วมมือ ส่วนจะให้พักงานผู้ที่เกี่ยวข้องก่อนหรือไม่ต้องรอข้อมูลของ ป.ป.ช.ก่อน หลังจากนั้นถึงจะพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้ง
ที่ ป.ป.ช. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการประชุมเพื่อชี้มูลกรณีร้องทุกข์กล่าวโทษ พล.ต.ต.มานิต วงศ์สมบูรณ์ ผบก.น.1 พล. ต.ต.วนิช สุรพลชัย ผบก.น.6 และพ.ต.อ.วัลลภ ปทุมเมือง ผกก.สน.ปทุมวัน ในข้อกล่าวหาฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จากเหตุกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกรุมทำร้ายที่หน้าห้างเซ็นทรัล เวิลด์ พลาซ่า เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 49 ซึ่งเป็นคดีที่สืบเนื่องจากคดีของ พ.ต.อ.ฤทธิรงค์ เทพจันดา อดีต ผกก.สส.น.6 ที่ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรงไปก่อนหน้านี้
นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะประธานอนุกรรมการคดีดังกล่าว กล่าวว่า ป.ป.ช.ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ โดย พล.ต.ต.มานิต มีความผิดวินัยร้ายแรง เพราะหลักฐานซึ่งเป็นภาพ และพยานเห็นว่า พล.ต.ต.มานิต เป็นคนผลักนายฤทธิรงค์ ลิขิตประเสริฐกุล หนึ่งในผู้ชุมนุมต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ที่สวมเสื้อแดง ไม่ได้โอบอุ้ม หรือประคับประคองอย่างที่ได้ให้ข้อมูลไว้ โดยผลักไปให้นายจรัล จงอ่อน ผู้ชุมนุมอีกฝ่ายหนึ่งรับตัวไปล็อกคอทีหลัง จึงถือว่า เป็นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผน ตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
นายวิชา กล่าวต่อว่า กรณีของ พล.ต.ต. มานิต ถือว่า เป็นความผิดวินัยร้ายแรง แต่ไม่มีความผิดทางอาญา เพราะไม่มีความเชื่อมโยงอะไรกับที่ พ.ต.อ.ฤทธิรงค์ ดำเนินการ ว่า มีการสั่งการหรือดำเนินการใด ๆ ที่จะให้นายจรัลไปดำเนินการรุนแรง ซึ่ง พล.ต.ต.มานิต น่าจะระงับเหตุได้ในขณะนั้น แต่ก็ไม่ระงับ ถือว่า ไม่ขัดเจตนาในทางอาญา ซึ่งกรณีความผิดวินัยร้ายแรง มีโทษตั้งแต่ให้ออก ปลดออก และไล่ออก
ส่วนกรณี พล.ต.ต.วนิช ถือว่า เป็นผู้บัญชาการในพื้นที่ ที่ต้องสั่งการ แต่ไม่สั่งการให้เกิดความเรียบร้อย ถือว่า ผิดวินัยแต่ไม่ร้ายแรง เพราะไม่ปรากฏว่า ได้มายุ่งเกี่ยวอะไรกับการใช้ความรุนแรงในพื้นที่ เพียงแต่ไม่ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่เป็นผู้นำ ซึ่งระดับโทษ ต้องแล้วแต่ สตช.จะดำเนินการ ตั้งแต่ภาคทัณฑ์ ลดขั้นเงินเดือน ตัดเงินเดือน ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการตำรวจ ส่วนกรณี พ.ต.อ. วัลลภ ก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องจึงไม่มีมูลความผิด ป.ป.ช.มีมติยกข้อกล่าวหา หลังจากนี้จะส่งคำวินิจฉัยชี้มูลไปยัง สตช.เพื่อดำเนินการทางวินัยต่อไป คาดส่งไปได้ภายในวันที่ 31 ส.ค. นี้ นายวิชา กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า คตส.ได้มีการส่งหนังสือให้ ธปท. ดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ 2 โครงการในรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ คือ การ ออกพ.ร.บ.สรรพสามิต และดาวเทียมไอทีสตาร์ เช่น การปล่อยเงินกู้ให้รัฐบาลพม่า การสนับสนุนกิจการบีโอไอ เป็นต้น เพื่อขยายฐานความผิดไปสู่การอายัดทรัพย์คนในตระกูลชินวัตรเพิ่มเติม ส่วนกรณีเงิน 1.7 พันล้านบาทนั้น คตส. กำลังรอข้อมูลจาก ธปท. ว่าเป็นเงินที่คนในตระกูลชินวัตรได้มาในช่วงเวลาใดและได้มาจากบุคคลใดเพื่อนำมาประมวลในการสั่งอายัดทรัพย์เพิ่มหากได้มาด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้อง.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
