คอลัมน์ ปิดไม่ลับช่วงนี้การดำเนินการของพรรคการเมืองเริ่มคึกคักเป็นลำดับ กลุ่มก้อนที่ไม่ใช่พรรคก็จับกลุ่มเตรียมตั้งพรรค ส่วนพรรคที่พร้อมก็เริ่มทยอยเปิดตัวผู้สมัครเป็นลำดับ
โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญใหม่ที่แบ่งเขตเลือกตั้งแบบพ่วงใหญ่ ยิ่งทำให้การจัดคนลงสมัครแบบ ส.ส.เขตขัดแย้งมากขึ้นทุกวัน ไม่เว้นแม้แต่พรรคขนาดกลางแบบชาติไทย ที่บอกว่าเรียบร้อยไม่มีปัญหา แต่วงในนั้นร้าวลึกอย่าบอกใคร
ยกตัวอย่างที่ จ.อุทัยธานี อดีต ส.ส.ชาติไทย อย่าง เฮียซ้ง ธีระพันธ์ วีระยุทธวัฒนะ คนเก่าคนแก่ของพรรค ที่ร่วมต่อสู้กับกระแสประชานิยมไทยรักไทย จนชนะคู่แข่งจากไทยรักไทยเป็นหมื่นคะแนน คนคนนี้เดินในสภาก็เหมือนตาแป๊ะแก่ๆ คนหนึ่ง เสียงพูดเหน่อๆ สไตล์ลูกทุ่ง แต่เป็นคนติดดินคลุกชาวบ้านจนได้ใจ แม้ไม่ใช่คนมีสตางค์แต่ชาวบ้านก็เลือก
และ เฮียซ้ง คนนี้ก็ช่วยผลักดันเด็กรุ่นใหม่อย่าง เสี่ยใหญ่ นพดล พลเสน ให้ได้เป็น ส.ส.อุทัยธานี ในนามพรรคชาติไทยได้อีกคนหนึ่ง
ถึงวันนี้ใกล้จะมีการเลือกตั้ง บรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย เพิ่งเดินทางไปเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.อุทัยธานี โดยจะส่ง เสี่ยใหญ่ นพดล พลเสน และคนใหม่ชื่อ ชาดา ไทยเศรษฐ์ ถือเป็นคนที่ เสี่ยใหญ่ ผลักดันลง ส.ส.เขต
ส่วนคนที่เคยทำคุณกับคนอย่าง เฮียซ้ง กลับถูกเด้งไปสมัคร ส.ส.แบบสัดส่วน ซึ่งไม่รู้อนาคตว่าจะได้เป็น ส.ส.หรือไม่
จึงเกิดคนถามกับ ป๋าเติ้ง ว่าอะไรคือมาตรฐาน เกณฑ์คัดเลือกคนอยู่ที่ไหน
ถ้าพูดถึงเรื่องเงินถือว่าป๋าเติ้งคิดถูกเพราะสองคนที่เพิ่งเปิดตัวไปเป็นคนมีเงินแน่นอน แต่ถ้าพูดถึงเกณฑ์ความเป็นคนดีการตอบแทนบุญคุณคน และเกียรติประวัติส่วนตัว เห็นที่ต้องตั้งคำถามกันมากๆ หน่อย ให้ลองไปค้นข่าวเก่าๆ ดูได้ว่าใครมีประวัติเป็นอย่างไร คำตอบมีอยู่ในตัวของมันอยู่แล้ว
สิ่งที่ ป๋าเติ้ง ประกาศตั้งข้อรังเกียจไม่ร่วมสังฆกรรมกับคนบางคนหรือพรรคบางพรรค กับการคัดสรรคนลงสมัคร ส.ส.ของพรรค มาตรฐานอยู่ตรงไหนกันแน่...
หน้า 11
ข้อมูลจาก มติชน
