เปิดเนื้อหากฎหมายพรรคการเมืองใหม่ "ทักษิณ" มีสิทธิติดคุก กกต.ระบุ พปช.ใช้ช่องโหว่กฎหมายจัดระดมทุนไม่ผิด ส่วน "เดโช" เสนอให้ฟ้อง "เนวิน" พิสูจน์ความจริงข้อกล่าวหา สนช.จับเปลื้องผ้าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ตรวจสอบเนื้อหาเทปบันทึกภาพ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ซึ่งเผยแพร่ผ่านทางเวบไซต์ และมีผู้นำเทปดังกล่าวมามอบให้แก่ กกต.แล้วปรากฏว่าเนื้อหาเป็นการพูดด้วยภาษาเหนือ มีใจความว่า ตัวพ.ต.ท.ทักษิณ กำลังถูกกลั่นแกล้งและขอให้ประชาชนที่รักพรรคไทยรักไทย ให้การสนับสนุนพรรคพลังประชาชน (พปช.) เพราะบรรดา ส.ส.พรรคไทยรักไทย ได้ย้ายไปอยู่พรรค พปช.แล้วปรากฏว่าหากร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมืองที่เพิ่งผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ประกาศใช้แล้ว และพรรค พปช. นำเทปเสียงดังกล่าวไปใช้หาเสียง พ.ต.ท.ทักษิณ จะมีความผิดตาม มาตรา 95 ของกฎหมายฉบับดังกล่าว
เนื้อหามาตรา 95 วรรคท้ายระบุว่า "ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรคการเมืองใดแล้ว ให้นายทะเบียนประกาศคำสั่งยุบพรรคการเมืองนั้น ในราชกิจจานุเบกษา และห้ามมิให้ผู้ใดใช้ชื่อ ชื่อย่อ หรือภาพเครื่องหมายพรรคการเมืองซ้ำหรือพ้อง หรือมีลักษณะคล้ายคลึงกับชื่อ ชื่อย่อ หรือภาพเครื่องหมายพรรคการเมืองที่ถูกยุบนั้น เพื่อแสวงหาประโยชน์ในการดำเนินกิจการทางการเมือง หรือประโยชน์อื่นใดในทำนองเดียวกัน"
กฎหมายฉบับเดียวกัน กำหนดโทษของการฝ่าฝืนไว้ในมาตรา 120 โดยระบุว่า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาทหรือทั้งจำ ทั้งปรับ ดังนั้น ต่อจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใด ก็จะไม่สามารถใช้ชื่อพรรคไทยรักไทย ในการหาเสียงได้อีกต่อไป ซึ่งพรรค พปช. ก็ไม่สามารถประกาศหาเสียงได้อีกว่า หากผู้ใดชื่นชอบพรรคไทยรักไทย ก็ให้ไปเลือกพรรค พปช.
ด้าน นายสุวิทย์ ญาตินิยม ผอ.กกต.จังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ในวันที่นายเนวิน ปราศรัยเขาได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปบันทึกเทปและอัดเสียงการปราศรัย และขณะนี้ได้ส่งข้อมูลหลักฐานดังกล่าวให้กับ กกต.กลาง แล้ว ส่วนจะมีความผิดหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ กกต.กลาง และเชื่อว่าในช่วงการเลือกตั้งส.ส.ในจังหวัดบุรีรัมย์ จะมีการแข่งขันที่รุนแรงเนื่องจากจะมีนักการเมืองระดับแนวหน้าลงสมัครจำนวนมาก จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่เพื่อติดตามหาข่าวในเชิงลึกแล้ว
ส่วนนายสุเมธ อุปนิสากร กกต.ด้านการมีส่วนร่วม กล่าวถึงกรณีที่พรรคพปช. จะจัดงานเพื่อระดมทุนหาเงินเข้าพรรค ว่า คงไม่ต้องส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบในช่วงที่มีการระดมทุนเนื่องจากพรรคการเมืองต้องรายงานยอดเงินบริจาคให้นายทะเบียนพรรคการเมืองทราบอยู่แล้วทุกเดือน แต่ทั้งนี้ เนื่องจากพ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง ยังไม่ได้ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา จึงต้องใช้กฎหมายฉบับปี 2541 ไปก่อน และก่อนหน้านี้พรรคประชาธิปัตย์ ระดมทุนได้กว่า 600 ล้าน ซึ่งเขาก็สามารถทำได้ และเป็นความสามารถของเขาที่อาศัยช่องของกฎหมายในการดำเนินการระหว่างที่กฎหมายยังไม่มีผลบังคับใช้ กกต.จึงยังไม่สามารถไปเอาผิดได้ อย่างไรก็ตาม หากกฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้ก็คงเอาผิดไม่ได้เพราะกรณีดังกล่าวถือเป็นความผิดทางอาญา ดังนั้น จึงเอาผิดย้อนหลังไม่ได้
"เดโช" ชี้ช่องฟ้อง "เนวิน" พิสูจน์ความจริง
ส่วนที่โรงแรมมาร์คแลน รีสอร์ท แอนสปา พัทยา จ.ชลบุรี นายเดโช สวนานนท์ อดีตรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณที่นายเนวิน ปราศรัย กล่าวหาว่าคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) จับแก้ผ้า ว่า คมช.ต้องพิสูจน์ความจริงในเรื่องนี้ด้วยการฟ้องร้องนายเนวิน เพราะเป็นการหมิ่นประมาท ถ้าไม่เช่นนั้นในช่วงของการเลือกตั้งก็จะมีนักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิขึ้นเวทีปราศรัย และจะเป็นข่าวออกมาเรื่อยๆ สื่อก็จะประจานพฤติกรรม คมช.ไปทั่วโลก ไม่เป็นผลดีต่อภาพพจน์การเลือกตั้ง
"เนวิน" สั่งทำโพลล์อีสานเช็คกระแสนิยม
ด้านแหล่งข่าวจากคณะกรรมการประสานงานภาคอีสานพรรค พปช. เปิดเผยว่า หลังจากเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.135 คน ภายใต้การดูแลของนายเนวิน ขณะนี้นายเนวิน ได้จัดทำการสำรวจโพลล์ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั้งเก่าและใหม่ เพื่อเช็คกระแสความนิยมในภาคอีสาน ก่อนที่จะทำสำรวจในภาคอื่น เพื่อรวบรวมข้อมูลในความนิยมทั่วประเทศ ประเมินก่อนการเลือกตั้ง นอกจากนี้หลังจากแกนนำกลุ่มก๊วนต่างๆ ได้ลาออกจากพรรคไทยรักไทย ไปแล้ว ทำให้ในพรรค พปช. ไม่มีแกนนำดูแล จึงได้มีการมอบหมายให้ผู้สมัครที่ยังอยู่ในพรรค เป็นแกนนำแต่ละจังหวัด รับผิดชอบดูแลผู้สมัครกันเอง พร้อมเป็นผู้ประสานงาน จากแกนนำในพรรค แทนหัวหน้ากลุ่มในอดีต
"แกนนำของพรรค พปช. คาดหมายว่า ผู้สมัคร ส.ส.หน้าใหม่ จะเข้ามามากกว่าเดิมกว่าในปี 2548 พร้อมมั่นใจว่า พปช.จะกวาดที่นั่งในภาคอีสาน และภาคเหนือ ที่คล้ายกับค่านิยมที่มีการเลือก ส.ส.ในภาคใต้ กับพรรคประชาธิปัตย์ แม้จะโดนแจกใบแดง แต่เชื่อว่าน่าจะได้ที่นั่งมากกว่าทุกพรรคการเมืองในการเลือกตั้ง โดยจะรณรงค์หาเสียงในภาครวมชูนโยบายผลงานในอดีตของพรรคไทยรักไทย เพื่อสานนโยบายเดิมพร้อมหากได้เสียงข้างมากจะทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี"
นายปองพล อดิเรกสาร ที่ปรึกษาคณะทำงานฝ่ายการเมืองพรรค พปช. กล่าวว่า เป็นธรรมดาที่พรรคจะต้องวางเป้าหมายในการเดินสายปราศรัยอย่างต่อเนื่อง ในช่วงก่อนเลือกตั้ง แต่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะจะต้องดูว่ามีกฎหมายห้ามหรือไม่ เพราะพรรค พปช. ถูกจับผิดอย่างหนัก ทั้งหัวหน้าและแกนนำ จะต้องระวังให้มาก